สภา กทม. ไฟเขียว ข้อบัญญัติศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ปรับเกณฑ์อายุผู้ดูแลเด็กเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีความพร้อม-ประสบการณ์ ทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

 

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. …. ในวาระที่สองและวาระที่สาม

 

 

นายเอกกวิน โชคประสพรวย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตราชเทวี ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พ.ศ. …. กล่าวรายงานว่า คณะกรรมการมีการแก้ไขเหตุผล เนื่องจากช่วงอายุของเด็กก่อนวัยเรียน หรือเด็กปฐมวัยถือเป็นช่วงอายุที่มีความสำคัญที่สุดเพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของชีวิตและพัฒนาการในทุกด้านเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับพัฒนาในช่วงวัยลำดับถัดไป เด็กในวัยนี้จึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ การพัฒนาเด็กในช่วงนี้จึงเป็นรากฐานที่มีผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของคนตลอดชีวิตและการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด การสร้างคุณค่าด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา เพื่อให้เด็กก่อนวัยเรียนซึ่งรวมถึงเด็กที่มีความบกพร่องทางจิตใจหรือร่างกายให้มีความพร้อม จึงเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ต้องให้ความสำคัญและดำเนินการตามพันธกิจดังกล่าว ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้อาศัยตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นบทบัญญัติในการสนับสนุนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน แต่บทบัญญัติดังกล่าวยังขาดกลไกที่จำเป็นหลายประการและยังไม่สอดคล้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สมบูรณ์และรอบด้านโดยโดยที่มาตรา 97(1) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 บัญญัติให้ต้องตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้

 

นายเอกกวิน กล่าวต่อไปว่า มีการแก้ไขบทนิยามคำว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เป็นสถานที่รับดูแลและพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กอ่อนก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนในชุมชน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนนอกชุมชน ทางคณะกรรมการมีข้อสังเกตว่า

1.กรุงเทพมหานครควรแยกการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนออกจากการบริหารของคณะกรรมการชุมชน

2.กรุงเทพมหานครควรกำหนดอัตราส่วนผู้ดูแลเด็กกับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนให้เหมาะสม

ปัจจุบันมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติกำหนดเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ในอัตราผู้ดูแลเด็ก 1 คนต่อเด็ก 5 คน และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ในอัตราผู้ดูแลเด็ก 1 คนต่อเด็ก 10 คน ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพจริงเนื่องจากเด็กช่วงอายุ 2-3 ปี มีพัฒนาการแตกต่างกันและต้องการการดูแลใกล้ชิดมากกว่า กรุงเทพมหานครจึงควรปรับอัตราส่วนเป็นผู้ดูแลเด็ก 1 คนต่อเด็ก 5 คน เพื่อให้เหมาะสมกับพัฒนาการและคุณภาพการดูแลเด็กในแต่ละช่วงวัย

3.กรุงเทพมหานครควรปรับเกณฑ์อายุของผู้ดูแลเด็กเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่มีความพร้อมและประสบการณ์ได้มีส่วนร่วมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง จากประสบการณ์การทำงานอาสาสมัครหลายท่าน ที่มีอายุเกิน 65 ปี ยังมีศักยภาพและสามารถปฏิบัติงานได้

4.กรุงเทพมหานครควรให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่มีความพร้อมจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองและนำใบเสร็จมาเบิกกับกรุงเทพมหานครได้ กรณีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่ไม่มีความพร้อมให้สำนักงานเขตจัดซื้อให้

5.กรุงเทพมหานครควรกำหนดอัตราค่าตอบแทนผู้ดูแลเด็กให้สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างการจ้างเหมาบริการเป็นรายบุคคลของกรุงเทพมหานคร และให้มีสิทธิ์การลาตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 กำหนด

6.กรุงเทพมหานครควรกำหนดค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ตามข้อ 7 ของร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายจริงในสภาวการณ์ปัจจุบัน รายละเอียดตามบัญชีค่าใช้จ่ายที่แนบ

 

จากนั้นที่ประชุมลงคะแนนเสียง โดยเห็นชอบ 28 เสียง ก่อนที่สภา กทม. จะส่งเรื่องไปยังฝ่ายบริหารต่อไป

 

นายเอกกวิน กล่าวว่า ข้อบัญญัติฉบับนี้เกิดจากปัญหาความเหลื่อมล้ำของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เราในฐานะผู้แทนเห็นปัญหาดังกล่าวอยู่ซ้ำๆ จึงอยากจะแก้ไขจากต้นเหตุและตั้งใจร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ ให้ได้รับงบประมาณในหลายๆ ด้านเพื่อประสิทธิภาพของการดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน

 

แชร์ข่าว:

ข่าวเกี่ยวข้อง

‘สภากรุงเทพฯ’ เห็นชอบญัตติคุมเข้มความปลอดภัยสระว่ายน้ำ หลังเกิดเหตุเศร้านักเรียนจมน้ำเสียชีวิต ด้าน “ส.ก.พุทธิพัชร์” จี้ฝ่ายบริหารเร่งสังคยานากฎหมายล้าหลัง หวั่นทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

“ดร.จอห์น” แจ้ง ผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่ สูญงบกว่า 157 ล้าน จี้ กทม. ไล่เบี้ยบริษัท หลังทิ้งงานซ้ำซาก ด้าน “ชัชชาติ” ยอมรับเป็นมรดกปัญหา พร้อมเร่งแก้คุณสมบัติประมูลงาน ด้าน “สุทธิชัย” ไล่บี้ เปิดชื่อบริษัท ถามโวย กทม. เสียหาย

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200