สภา กทม. ปิดฉาก หลัง ส.ก. ขอให้ปฏิรูปการบริหาร กทม. ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน–แก้ปัญหาล่าช้า ฝ่ายบริหารแจงยึดกฎหมาย-ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ก่อนสภาฯ เห็นชอบส่งข้อเสนอต่อผู้บริหาร

วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 12.55 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) โดยมี นายฉัตรชัย หมอดี รองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติของ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

นายสุทธิชัย กล่าวเสนอว่า ปัญหาการบริหารงานบุคคลและโครงสร้างการทำงานของ กทม. ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการขาดแคลนบุคลากรและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนล่าช้า ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติยังพบว่าหลายหน่วยงานมีภารกิจทับซ้อน

ยกตัวอย่างกรณีปัญหาถนนชำรุด ซึ่งเดิมสำนักงานเขตสามารถดำเนินการได้ทันที หรือประสานสำนักการโยธาเข้าซ่อม แต่ปัจจุบันกลับต้องผ่านขั้นตอนหลายชั้น ทั้งการขอยืมเครื่องจักร การเบิกวัสดุ และการประสานหลายหน่วยงาน ทำให้เกิดความล่าช้า จึงเสนอให้ปรับระบบเป็น ‘วันสต็อปเซอร์วิส’ (One Stop Service) ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

นายสุทธิชัย ยังระบุว่า จากประสบการณ์ส่วนตัว เคยร้องเรียนปัญหาในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 แต่ใช้เวลากว่า 5 เดือนจึงได้รับการแก้ไข หากไม่มีการอภิปรายในสภาฯ เรื่องอาจไม่คืบหน้า พร้อมฝากให้ฝ่ายบริหารลดขั้นตอนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ในประเด็นการบริหารงานบุคคล นายสุทธิชัย ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขตที่ถูกร้องเรียนว่าไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม และมีการใช้ระบบพวกพ้อง ส่งผลให้ข้าราชการบางส่วนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น พร้อมเรียกร้องให้มีการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทที่ปรึกษาสำนักการระบายน้ำบางรายที่ถูกมองว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้เร่งสำรวจอัตรากำลังที่ขาดแคลนในหลายหน่วยงาน พร้อมเร่งบรรจุบุคลากรให้เพียงพอ

นายสุทธิชัย ยังสะท้อนปัญหาการจราจรในพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่ยังติดขัด รวมถึงความล่าช้าในการออกใบอนุญาตก่อสร้างของสำนักการโยธา ที่บางกรณีใช้เวลานาน 2-3 เดือน ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันยังมีปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 และโครงการกำจัดขยะที่ศูนย์อ่อนนุชที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายนภาพล จีระกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อย กล่าวสนับสนุนญัตติ โดยเห็นว่าฝ่ายบริหารต้องปรับแนวคิดให้สอดคล้องกับการทำงานภาคสนาม ไม่ใช่พึ่งพาเพียงแนวคิดเชิงวิชาการ พร้อมยกประเด็นสำคัญคือ ‘หนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว’ ที่มองว่าการตัดสินใจล่าช้าของฝ่ายบริหารทำให้ กทม. ต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น

นายนภาพล ระบุว่า แม้คดีบางส่วนจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ กทม. ยังไม่ดำเนินการชำระหนี้ทันที ส่งผลให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความไม่เด็ดขาดในการบริหารจัดการ และการยื้อเวลาโดยหวังผลทางคดี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตั้งคณะที่ปรึกษาเพื่อทบทวนสัญญาในภายหลัง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อผูกพันตามคำพิพากษาได้ ทำให้ กทม. ยังต้องชำระหนี้ตามเดิมพร้อมดอกเบี้ย

ขณะที่ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กทม. ได้พยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียนและแพลตฟอร์มข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้วางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการจราจร พร้อมแนะนำให้ประชาชนใช้ระบบยื่นคำขออนุญาตออนไลน์เพื่อลดขั้นตอน นอกจากนี้ การแก้ปัญหาจราจรในฝั่งธนบุรี จำเป็นต้องบูรณาการกับหลายหน่วยงาน เนื่องจากบางเส้นทางอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น เช่น กรมทางหลวง และโครงข่ายถนนวงแหวน

นายวิศณุ ยืนยันว่าการดำเนินการ โดยเฉพาะกรณีหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ความล่าช้าในการตัดสินใจ แต่เป็นการดำเนินการภายใต้ข้อกฎหมาย และมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานอัยการสูงสุดมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม นายนภาพล ได้โต้แย้งอีกครั้งว่า การจ่ายหนี้ที่เกิดขึ้นในภายหลังสะท้อนว่าการตัดสินใจล่าช้าทำให้กทม.เสียประโยชน์ พร้อมย้ำว่าการบริหารต้องอาศัยความชัดเจนและความกล้าตัดสินใจบนฐานกฎหมาย

ในช่วงท้าย นายสุทธิชัย กล่าวปิดญัตติว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มุ่งโจมตีฝ่ายใด แต่ต้องการให้การบริหารงานกทม.มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าทั้งฝ่ายบริหารและสภากทม. ควรร่วมกันทำงานเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองน่าอยู่

ทั้งนี้ ที่ประชุมไม่มีผู้แสดงความเห็นเพิ่มเติม จึงมีมติเห็นชอบให้ส่งข้อเสนอไปยังฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานในที่ประชุม แจ้งปิดสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมเป็นตัวแทนของสภากล่าวขอบคุณสมาชิก ผู้ว่าฯ กทม. และทีมบริหาร กทม. ทั้งหมด และหวังว่าจะมีโอกาสมาร่วมงานในสมัยต่อไปอีกครั้ง จากนั้นได้สั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 14.40 น.

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200