“เฮียล้าน” จี้ผู้ว่าฯ เร่งคลอดค่าเสี่ยงภัยลูกจ้างด่านหน้า หลังท้องถิ่นอื่นเดินหน้าแล้วแต่กรุงเทพฯ ยังอืด ด้าน “ชัชชาติ” รับอยู่ระหว่างยกร่างข้อบัญญัติ คาดประกาศใช้ปี 2570

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 10.42 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง ครั้งที่ 2 ซึ่งมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสดของนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง เรื่องความคืบหน้าการดำเนินการจัดสวัสดิการให้กับลูกจ้างกรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติงานในลักษณะที่มีความเสี่ยง
.
นายสุทธิชัย ระบุว่าปัจจุบันลูกจ้าง กทม. หลายกลุ่มปฏิบัติงานภายใต้ความเสี่ยงสูง ทั้งพนักงานเก็บขนขยะที่มีปัญหาสุขภาพสะสม พนักงานกวาดถนนที่เสี่ยงอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ระบายน้ำที่ต้องลงพื้นที่ลอกท่อ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เผชิญโรคระบาด ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นด่านหน้าในการแก้ปัญหาให้ประชาชน
.
นายสุทธิชัยกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับเงินเพิ่มสำหรับพนักงานจ้างผู้ปฏิบัติงานเสี่ยงภัย พ.ศ. 2569 แล้ว และท้องถิ่นอื่นเริ่มดำเนินการจ่ายแล้ว จึงต้องการทราบความคืบหน้าของ กทม. ในฐานะเขตปกครองพิเศษ พร้อมเสนอแนะให้ กทม. บริหารจัดการงบประมาณให้ดี โดยเฉพาะการลดความเสียหายจากการบริหารงานส่วนอื่น เพื่อนำงบประมาณมาดูแลขวัญกำลังใจลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างประจำที่ทำหน้าที่รับคำร้องเรียนและแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้มากขึ้น รวมถึงลูกจ้างที่ต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อน ฝุ่น PM2.5 และค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน แต่กลับยังไม่ได้รับสวัสดิการค่าเสี่ยงภัยอย่างชัดเจน
.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ กทม. มีลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่เกือบ 10,000 คน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลเมืองและหลายงานมีความเสี่ยงอันตรายสูง ปัจจุบันการหาคนมาทำงานประเภทนี้ได้ยากโดยเฉพาะงานเก็บขยะ เนื่องจากแรงงานมีทางเลือกอื่น เช่น ‘ไรเดอร์’ ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครมีรูปแบบการปกครองต่างจากท้องถิ่นอื่น จึงได้จัดสวัสดิการในรูปแบบอื่น เช่น เงินรางวัลสำหรับผู้มีเงินเดือนน้อย แต่สำหรับ ‘ค่าเสี่ยงภัย’ นั้นอยู่ระหว่างการยกร่างข้อบัญญัติ เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลที่มั่นคงสำหรับข้าราชการประจำและผู้บริหารชุดต่อไปให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยุติธรรมต่อทุกกลุ่มอาชีพ
.
ด้านรศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรุงเทพมหานครได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และยกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งกลุ่มงานออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. งานที่มีสภาพแวดล้อมไม่น่าอภิรมย์และยากลำบาก
  2. งานที่มีสภาพการทำงานเสี่ยงอันตรายและอุบัติเหตุ
  3. งานที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี
  4. งานที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโรค
    .
    รศ.ทวิดา ระบุว่า ร่างระเบียบดังกล่าวได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลของลูกจ้างกรุงเทพมหานครแล้ว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องเพดานการจ่ายเงินในแต่ละประเภท รวมถึงรายละเอียดของแต่ละกลุ่มงาน
    .
    ทั้งนี้ จากการศึกษามีการประเมินตัวเลขเบื้องต้นไว้ว่า หากกำหนดอัตราจ่ายสูงสุดรายละ 2,000 บาทต่อเดือน จะต้องใช้งบประมาณประมาณ 715 ล้านบาทต่อปี โดยเปรียบเทียบกับท้องถิ่นอื่นที่บางแห่งกำหนดอัตราไม่เกิน 3,000 หรือ 3,500 บาทต่อเดือน และบางแห่งกำหนดต่ำกว่า 2,000 บาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวขึ้นอยู่กับกรอบงบประมาณและจำนวนบุคลากรที่แต่ละพื้นที่รับผิดชอบ
    .
    รศ.ทวิดา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครยังมีสวัสดิการอื่นที่ดูแลลูกจ้างอยู่แล้ว เช่น เงินช่วยเหลือค่าครองชีพชั่วคราว ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ สวัสดิการรักษาพยาบาล รวมถึงอาสาสมัครก็ได้รับสวัสดิการด้านรักษาพยาบาลเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีค่าตอบแทนเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่เก็บขน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือผู้ที่ต้องวิ่งเข้าหาความเสี่ยง ซึ่งอยู่ในกรอบประมาณ 5,000 บาท โดยเป็นกรอบที่มีการอนุมัติไว้ก่อนหน้าผู้บริหารชุดปัจจุบัน
    .
    รศ.ทวิดา ชี้แจงต่อว่า หลังจากพิจารณารายละเอียดเสร็จแล้ว จะต้องพิจารณาอัตราและแยกประเภทกลุ่มงานให้ชัดเจน ก่อนเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือนจากนี้ และหากส่งเข้าสู่คณะกรรมการหรือบอร์ดที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย ก็คาดว่าน่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในปี 2570 ส่วนการดูแลเจ้าหน้าที่ที่ออกไปทำงานกลางแจ้ง มีการกำหนดให้หัวหน้างานดูแลชั่วโมงการทำงาน ไม่ให้อยู่กลางแดดเป็นเวลานานเกินไป จัดให้มีเวลาพัก มีน้ำดื่ม และปรับเครื่องแบบให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ นอกจากนี้ ล่าสุดยังมีการตรวจสุขภาพประจำปีเชิงลึก การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงพนักงานกวาดและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสิ่งปฏิกูลด้วย
    .
    อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า การดำเนินการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทั้งในด้านกรอบงบประมาณและข้อกฎหมาย เนื่องจากมีข้อกำหนดเรื่องเพดานค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หากมีการเพิ่มสวัสดิการแล้ว จะต้องสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมยืนยันว่า การศึกษาที่ทำไว้จะเป็นฐานข้อมูลให้ข้าราชการประจำและผู้บริหารชุดต่อไปสามารถนำไปใช้สานต่อได้รวดเร็วขึ้น และต้องให้ความยุติธรรมกับทุกกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน
แชร์ข่าว:

ข่าวเกี่ยวข้อง

‘สภากรุงเทพฯ’ เห็นชอบญัตติคุมเข้มความปลอดภัยสระว่ายน้ำ หลังเกิดเหตุเศร้านักเรียนจมน้ำเสียชีวิต ด้าน “ส.ก.พุทธิพัชร์” จี้ฝ่ายบริหารเร่งสังคยานากฎหมายล้าหลัง หวั่นทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

“ดร.จอห์น” แจ้ง ผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่ สูญงบกว่า 157 ล้าน จี้ กทม. ไล่เบี้ยบริษัท หลังทิ้งงานซ้ำซาก ด้าน “ชัชชาติ” ยอมรับเป็นมรดกปัญหา พร้อมเร่งแก้คุณสมบัติประมูลงาน ด้าน “สุทธิชัย” ไล่บี้ เปิดชื่อบริษัท ถามโวย กทม. เสียหาย

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200