วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.40 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) โดยมีนายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาระเบียบวาระที่ 7 ญัตติของนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ เรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี

นายวิรัชกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเริ่มศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดตั้งแต่ปี 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียและรองรับการขยายตัวของพื้นที่ชานเมือง โดยเฉพาะในเขตบางพลัด บางกอกใหญ่ และบางกอกน้อย ก่อนเข้าสู่การดำเนินโครงการในปี 2565 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบันเข้ารับตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงาน ฝ่ายบริหารในปัจจุบันย่อมต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่มีหน้าที่สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนต่อฝ่ายบริหาร
นายวิรัชระบุว่า สัญญาก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียในพื้นที่เขตบางกอกน้อยและบางกอกใหญ่ อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร วงเงิน 2,259,198,000 ล้านบาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 มีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 15 มกราคม 2568 แต่ปัจจุบันโครงการยังไม่แล้วเสร็จ
พร้อมกันนี้ยังสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่บางกอกใหญ่ ซึ่งพบว่าน้ำในคลองมีสภาพดำและเน่าเสีย แม้โครงการจะประกอบด้วยบ่อพักน้ำเสีย 334 บ่อ บ่อดักน้ำเสีย 293 บ่อ ท่อรวบรวมน้ำเสียคอนกรีตยาว 24,414 เมตร และท่อแรงดันยาว 875 เมตร โดยตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินงานในหลายคลองมีการใช้ไม้ยูคาและแผ่นเหล็กปิดทับพื้นที่ ส่งผลให้น้ำไม่สามารถระบายและรับออกซิเจนได้ตามธรรมชาติ จนนำไปสู่ปัญหาน้ำเน่าเสีย พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้รับจ้าง โดยระบุว่า แม้เอกสารประกวดราคาจะกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่มีความพร้อมและมีคุณสมบัติเหมาะสม แต่จากการตรวจสอบไม่พบวิศวกรด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำ โดยระบุว่าการขุดบ่อในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนริมคลอง รวมถึงกระทบแผนก่อสร้างเขื่อนของสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน เนื่องจากไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างได้
ด้านนายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก. เขตตลิ่งชัน อภิปรายว่า โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 สัญญา และตนเคยติดตามความคืบหน้าในฐานะคณะอนุกรรมการด้านการระบายน้ำ โดยได้รับข้อมูลว่าสาเหตุสำคัญของความล่าช้าเกิดจากข้อจำกัดด้านการอนุญาตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งบ้านเรือนเสียหาย การเดินเรือโดยสารและเศรษฐกิจชุมชนริมคลอง อีกทั้งหลังการรายงานความคืบหน้าเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ก็ไม่มีการรายงานผลการดำเนินงานเพิ่มเติม
นายกันตพงศ์เสนอให้แก้ปัญหาระยะสั้นจัดตั้งทีมประสานงานในพื้นที่ ควบคู่กับระบบเยียวยาความเดือดร้อน เพื่อให้ประชาชนทราบช่องทางการแจ้งปัญหาและผู้รับผิดชอบ ขณะที่ระยะยาวควรเปิดเผยข้อมูลสัญญาโครงการทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบผู้รับจ้าง ผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ และกรอบระยะเวลาตามสัญญาได้อย่างโปร่งใส
ขณะที่นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเสียจากการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสียมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดน้ำดำ กลิ่นเหม็น และยุงรบกวน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พร้อมของผู้รับจ้าง พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
ช่วงท้าย นายวิรัชย้ำว่า ตามสัญญาจ้าง ข้อ 6.5 กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องรักษาสภาพคลองและถนนระหว่างการก่อสร้าง จัดเก็บขยะ และดูแลให้สามารถระบายน้ำได้สะดวก หากหน่วยงานผู้ควบคุมสัญญาบังคับใช้เงื่อนไขดังกล่าวอย่างเข้มงวด เชื่อว่าจะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้
ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบญัตติให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี จำนวน 9 คน


