
วันที่ 30 กันยายน 2569 ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม
.
นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (ดร.จอห์น) ส.ก.เขตลาดกระบัง และนายอดิศร ฤกษ์ลักษณี ส.ก.เขตดอนเมือง เสนอญัตติด้วยวาจา เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาและเร่งแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร
.
นายสมชาย กล่าวว่า เขตสายไหมมีน้ำท่วมเกือบเต็มพื้นที่ บางจุดสูงถึง 80 เซนติเมตร ประชาชนไม่สามารถออกจากบ้านได้ และยังมีผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคไตที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ขณะนี้น้ำที่ท่วมขังมาหลายวันเริ่มเน่าเสีย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากโรคน้ำกัดเท้า แต่สำนักอนามัยและสำนักงานเขตไม่มียาแจกจ่าย จึงฝากถึงฝ่ายบริหารว่าเขตสายไหมไม่ใช่คันกั้นน้ำ
ดร.จอห์น กล่าวว่า ลาดกระบังเป็นเขตขนาดใหญ่อันดับ 2 ของกรุงเทพมหานครและมีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงได้รับผลกระทบมากที่สุดในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณเคหะร่มเกล้า น้ำท่วมตั้งแต่วันแรก แต่ไม่ได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติในการประกาศฉบับแรก การประสานหน่วยงานภายนอกล่าช้า ทั้งเรือผลักดันน้ำ ศูนย์อพยพที่มีผู้อพยพกว่า 600 คนไม่มีชุดเครื่องนอน ยารักษาโรคน้ำกัดเท้าไม่เพียงพอ และอาหารส่งล่าช้าจนเสียก่อนถึงมือผู้อพยพ จึงเสนอให้วางแผนบริหารจัดการและรถรับส่งประชาชนให้ครอบคลุมพื้นที่ แก้ปัญหาขยะตกค้าง กำหนดระเบียบการเยียวยาให้ชัดเจน และวางแผนรับมือน้ำเหนือให้ชัดเจน รวมทั้งแก้ปัญหาประชาชนนำรถไปจอดขวางถนนจนหน่วยงานเข้าพื้นที่ไม่ได้
นายอดิศร กล่าวว่า การตั้งศูนย์อำนวยการในแต่ละพื้นที่ยังไม่ชัดเจน หน่วยงานขาดการประสานงานร่วมกัน และประชาชนไม่สามารถติดตามสถานการณ์ได้ชัดเจน เสนอให้เข้าเยียวยาพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว และให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ประชาชนยังออกมาไม่ได้เป็นลำดับแรก พร้อมขอให้เปิดเผยการใช้งบประมาณบริหารจัดการสถานการณ์น้ำต่อชาว กทม. เนื่องจากขณะนี้ยังไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ และแต่ละเขตไม่ได้รับงบประมาณจัดหาเครื่องสูบน้ำอย่างเพียงพอ เมื่อเกิดเหตุจึงไม่สามารถจัดหามาทดแทนได้
นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี กล่าวว่า ถนนที่น้ำท่วมในเขตมีนบุรีส่วนใหญ่เป็นของหน่วยงานภายนอกซึ่งไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือ ขณะที่ถนนที่ กทม. ดูแลน้ำมักไม่ท่วมขัง จึงฝากฝ่ายบริหารประสานหน่วยงานภายนอก หากต้องการให้ กทม. ช่วยจัดการน้ำ ควรนำเครื่องมือมาด้วย เช่น เมื่อปี 2554 ที่มีการนำเครื่องสูบน้ำมาสนับสนุน
นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ กล่าวว่า หลายหมู่บ้านใน กทม. ก่อสร้างต่ำกว่าระดับถนนและมีท่อระบายน้ำไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาตามมา นอกจากนี้ เมื่อประชาชนหันมาใช้รถ EV มากขึ้น คอนโดมิเนียมหรืออาคารสูงควรคำนวณน้ำหนักรถด้วย เพราะบางแห่งก่อสร้างมานานและมีที่จอดรถไม่เพียงพอ ทำให้ต้องจอดริมถนนบนสะพาน ส่งผลต่อการช่วยเหลือประชาชน
นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ชี้ปัญหาสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่ 1. ผลกระทบเป็นวงกว้างและการจราจรเป็นอัมพาต 2. เศรษฐกิจเสียหายและกระทบการค้า 3. ระบบระบายน้ำเดิมไม่เพียงพอ 4. มาตรการเยียวยายังขาดความรวดเร็วและทั่วถึง เช่น การขอกระสอบทราย และ 5. ต้องมีแผนบูรณาการระยะยาวที่ร่วมมือกันหลายภาคส่วน
นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง ตั้งคำถาม 3 ข้อถึงฝ่ายบริหาร คือ 1. กทม. มีการบริหารจัดการน้ำหรือไม่ 2. กทม. มีมาตรการอย่างไรหลังน้ำลด และ 3. มีมาตรการเยียวยาอย่างไร พร้อมเสนอให้เอกสารที่ใช้รับการเยียวยาเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษ
น.ส.มธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง สอบถามว่า กทม. สำรวจข้อมูลครอบคลุมทุกเขตหรือไม่ เพราะบางเขตน้ำลดแล้วแต่ยังประกาศว่าน้ำสูง เสนอให้ศูนย์พักพิงมีหัวหน้าศูนย์คอยสั่งการประสานงาน ให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่นำมาอยู่ศูนย์พักพิง ระบุว่าการขนส่งประชาชนไปยังถนนสายหลักยังขาดแคลนและไม่ทั่วถึง อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในบ้านยังขาดแคลน และสอบถามมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนกรณีเกิดเหตุงัดแงะปล้นบ้านเรือนในช่วงน้ำท่วม
น.ส.ปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง กล่าวว่า การสื่อสารของ กทม. ล่าช้าและไม่ชัดเจน ไม่มีการแจ้งเหตุล่วงหน้าจนประชาชนเตรียมรับมือไม่ทัน จึงสอบถามว่าได้จัดเตรียมถุงยังชีพไว้หรือไม่ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ
นายหยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ ส.ก.เขตหนองจอก กล่าวว่า หลายพื้นที่ในเขตหนองจอกยังมีน้ำท่วมสูง และขอให้ฝ่ายบริหารจัดสรรบุคลากรจากเขตที่น้ำลดแล้วมาช่วยเหลือ
นายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก.เขตหลักสี่ เสนอให้ กทม. มีแผนจัดเก็บขยะหลังน้ำลดและมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน
นายสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ ส.ก.เขตคลองสามวา ชี้ 3 ประเด็น คือ 1. แนวทางรับมือน้ำเหนือ 2. แนวทางจัดการน้ำท่วมขังในพื้นที่ และ 3. ทรัพยากรในการจัดการ ทั้งด้านบุคลากร ซึ่งบางเขตมีพื้นที่น้อยแต่มีเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดมากกว่าเขตขนาดใหญ่ ด้านอาหารและน้ำดื่มที่ยังขาดแคลนจำนวนมาก และด้านเครื่องสูบน้ำ ซึ่งประชาชนไม่อาจทราบได้ว่าเครื่องสูบน้ำในเขตใช้งานได้จริงหรือไม่
นายณัฐนนท์ นาคหล่อ ส.ก.เขตทวีวัฒนา ขอให้ กทม. ศึกษาปัญหาในจุดเสี่ยงเพื่อหาแนวทางป้องกันล่วงหน้า ให้มีเครื่องสูบน้ำครบทุกสำนักงานเขต และซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา กล่าวว่า สำนักการระบายน้ำได้รับงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมปีละหลายพันล้านบาท แต่การแจ้งเตือนน้ำท่วมยังล่าช้า เมื่อน้ำลดแล้วต้องมีแผนรองรับประชาชนที่ยื่นคำร้องขอเยียวยา วางแผนเก็บขยะชิ้นใหญ่และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ มิฉะนั้นขยะเหล่านั้นอาจลงไปในคลองและทำให้ปัญหาการระบายน้ำไม่จบสิ้น รวมทั้งต้องมีมาตรการซ่อมแซมพื้นผิวถนนที่ถูกน้ำท่วมอย่างชัดเจน
นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก.เขตตลิ่งชัน กล่าวว่า เครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสียเมื่อต้องใช้งาน ทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า และหลายเขตประสานงานกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครไม่ได้
ด้านน.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงในที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร ดังนี้
• การแจ้งข้อมูล: กทม. ประกาศข้อมูลศูนย์พักพิงผ่าน Facebook กรุงเทพมหานครและช่องทางข่าวสารของ กทม. ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ส่วนระบบ Cell Broadcast ใช้ส่งข้อความให้ข้อมูลเรื่องศูนย์พักพิงเท่านั้น ไม่ใช่ข้อความแจ้งเตือนให้อพยพ
• ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ประสบภัย: ใน 48 ชั่วโมงแรก กทม. ประสานงานร่วมกับสายด่วน 1669, 1555 และระบบ Traffy Fondue ต่อมาประสานกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มสายด่วน 1330 รับเรื่องเนื่องจากมีจำนวนเคสมาก และจัดทีมเฉพาะกิจติดตามเคสขอความช่วยเหลือทางโซเชียลมีเดีย เช่น โพสต์ใน Facebook เพื่อส่งทีมกู้ภัยพิเศษเข้าพื้นที่โดยตรง
• การคัดกรองและศูนย์พักพิง: ผู้ป่วยติดเตียงที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ซับซ้อนหรือต้องใช้อุปกรณ์พิเศษจะส่งเข้าโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ส่วนผู้ที่ไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนจะส่งเข้าศูนย์พักพิง โดยศูนย์บริการสาธารณสุขส่งเจ้าหน้าที่ประจำดูแล เริ่มแรกเปิดศูนย์พักพิงรองรับ 234 แห่ง (ไม่ได้มีผู้เข้าพักครบทุกแห่ง) ปัจจุบันปรับลดเหลือ 215 แห่ง มีผู้เข้าพักรวมประมาณ 6,744 ราย
• ช่องว่างการประสานงาน: ยอมรับว่ามีช่องว่างจริง เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตส่วนใหญ่ต้องลงพื้นที่ช่วยเหลือและแจกจ่ายสิ่งของ ทำให้เหลือเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการร่วมเพียงคนเดียว ไม่เพียงพอต่อการรองรับหน่วยงานภายนอกจำนวนมาก ซึ่ง กทม. รับไปเร่งปรับปรุง
• ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า: ยาในสต็อกของศูนย์บริการสาธารณสุขแจกจ่ายจนหมดแล้ว ขณะนี้ประสานภาคีเครือข่ายจัดหามาเพิ่มได้อีก 10,000 ขวด และจะเร่งกระจายไปยังเขตที่ยังไม่ได้รับหรือมีผู้ป่วยจำนวนมาก
• อาหารและถุงยังชีพ: อาหารปรุงสุกรายมื้อจัดส่งเฉพาะเขตที่ใช้เวลาเดินทางไป-กลับไม่เกิน 2 ชั่วโมง เพื่อคงคุณภาพและความสดใหม่ ส่วนถุงยังชีพจะจัดสรรให้พื้นที่ที่เข้าถึงยากเป็นหลัก
• มาตรการเยียวยา: ครอบคลุมเจ้าของบ้าน ผู้เช่า และผู้ที่ได้รับความเสียหายต่ออุปกรณ์ดำรงชีพ โดยเริ่มสื่อสารเกณฑ์ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ประชาชนควรถ่ายภาพความเสียหายเป็นหลักฐานไว้ยื่นเมื่อระบบเปิดรับ เกณฑ์การจ่ายเงินใช้ระเบียบกระทรวงการคลังเป็นหลัก หากไม่ครอบคลุมจะใช้ระเบียบของ กทม. จ่ายชดเชย ทั้งนี้ กทม. กำลังลดขั้นตอน ปรับให้ยื่นเอกสารและกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ งดเว้นระเบียบการจ่ายเงินสดโดยเปลี่ยนเป็นโอนเงินออนไลน์ และงดเว้นการใช้ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน เพื่อให้เยียวยาได้รวดเร็ว
• ด้านความปลอดภัยจะจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงเป็นระยะ
.
ผู้บริหาร กทม. ชี้แจงเพิ่มเติมประเด็นขยะ การซ่อมถนน และการเตรียมรับมือฤดูฝน ก่อนที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบญัตติ
.
นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงเพิ่มเติมประเด็นการบริหารจัดการขยะในช่วงวิกฤตน้ำท่วมว่า กทม. มีอุปสรรคจากการขาดแคลนบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และรถเก็บขนขยะไม่สามารถเข้าพื้นที่น้ำท่วมหนักได้ จึงแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยขอความร่วมมือจากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบให้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือเขตที่ได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อมได้นำเรือเก็บขยะเข้าพื้นที่น้ำท่วมหนัก และระดมเจ้าหน้าที่กว่าร้อยคนเข้าเก็บขยะในน้ำบริเวณเขตลาดกระบัง นอกจากนี้ได้แจ้งให้ประธานชุมชนประสานกับสำนักงานเขตหากต้องการให้เข้าเก็บขยะชิ้นใหญ่ และประชาชนสามารถแจ้งผ่าน Traffy Fondue ได้เช่นเดิม
สำหรับรถที่จอดกีดขวางการจราจร ได้ให้สำนักเทศกิจและตำรวจเข้าสำรวจพื้นที่และเร่งเคลื่อนย้ายรถออก โดยได้เคลื่อนย้ายรถบริเวณถนนเพชรบุรีแล้ว และวันนี้จะเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณรามคำแหงอย่างต่อเนื่อง
น.ส.เกศรัชฎา กลั่นกรอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ชี้แจงประเด็นการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนว่า สำนักการระบายน้ำมีการลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง ทำความสะอาดอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ รวมถึงซ่อมบำรุงเครื่องจักรต่าง ๆ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคมของทุกปีก่อนเริ่มฤดูฝน และหากได้รับข้อมูลกลุ่มฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา จะพร่องน้ำในคลองสายหลัก พร้อมติดตามทิศทางและความเข้มของฝนด้วยเรดาร์ของ กทม. ที่ติดตั้งไว้ในเขตหนองจอกและหนองแขม
สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน กรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งไหลมาจาก อ.สามโคก ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนลงอ่าวไทย ทั้งนี้ กทม. ได้เตรียมคันกั้นน้ำที่สร้างไว้ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งเครื่องสูบน้ำและกระสอบทราย
นายมิพล ปุณวัชระพิศาล รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา ชี้แจงประเด็นการซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากน้ำท่วมว่า ถนนเส้นใดที่น้ำลดแล้ว สำนักการโยธาจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าประเมินและตรวจสอบ เพื่อซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว ซึ่งดำเนินการไปแล้วที่ถนนเพชรบุรี พระราม 9 พระราม 4 รัชดาภิเษก และดินแดง ส่วนวันนี้ได้เข้าสำรวจถนนรามคำแหงและอีกหลายเส้นทาง
.
ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบญัตติดังกล่าว พร้อมส่งให้ฝ่ายบริหารพิจารณาและดำเนินการต่อไป
————————
#สภากรุงเทพมหานคร #สภากทม #กรุงเทพมหานคร #BMA #BMC


