เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.40 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) ซึ่งมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติของนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (ดร.จอห์น) ส.ก.เขตลาดกระบัง ขอให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงทางข้าม ทางม้าลาย เพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนนของประชาชน

ดร.จอห์น กล่าวว่า หลายจุดในพื้นที่ลาดกระบัง โดยเฉพาะหน้าโรงเรียนประสานสามัคคีและบริเวณวัดสังฆราชา ยังขาดป้ายเตือน ไฟสัญญาณ กล้องวงจรปิด และเครื่องหมายทางม้าลายที่ชัดเจน ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ชะลอความเร็วและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงยังพบปัญหารถจักรยานยนต์ย้อนศรและลักไก่ข้ามทางม้าลายอย่างต่อเนื่อง
จึงขอเสนอให้ กทม. ผลักดัน “ทางม้าลายปลอดภัย” ด้วยการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ สัญญาณไฟ ป้ายเตือน กล้อง CCTV และประสานตำรวจจราจรเพื่อบังคับใช้กฎหมายและจับปรับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง พร้อมยกระดับ “ลาดกระบังโมเดล” เป็นต้นแบบพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า
ดร.จอห์น กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาตนผลักดันร่วมกับสมาชิก โดยตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ขอให้ตำรวจจราจรอยู่ในการกำกับดูแลของ กทม. แต่ไม่สำเร็จ เพราะจากที่พูดคุยกับทางตำรวจจราจรยินดีปรับเพื่อเอารายได้เข้ารัฐ แต่อยากให้ กทม. เป็นเจ้าภาพ สิ่งที่ตนขอให้ กทม. เร่งดำเนินการคือ
- ติดตั้งระบบสัญญาณไฟข้ามพร้อมปุ่มกด ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตั้งป้ายเตือนทางม้าลายและเส้นชะลอความเร็วก่อนถึงจุดข้าม
- จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นคนข้ามถนนได้ชัดเจนในเวลากลางคืน
- ทาสีและบำรุงรักษาเครื่องหมายทางม้าลายให้มีความชัดเจนอยู่เสมอ
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาสัญญาณเสียงสำหรับผู้พิการทางสายตาให้พร้อมใช้งาน
- จัดให้มีธงแดงหรืออุปกรณ์เพื่อเพิ่มการมองเห็นบริเวณหน้าโรงเรียน เขตชุมชน และพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
- ติดตั้ง S-GUARD ไม่ให้รถจักรยานยนต์ลักไก่ข้ามเกาะกลาง
นายอัครชัย กันธมาลา ส.ก. เขตดุสิต อภิปรายสนับสนุน พร้อมยกตัวอย่างแยกศรีย่านที่ตนพบเจอปัญหาตั้งแต่ช่วงหาเสียง และเกือบประสบอุบัติเหตุด้วยตนเอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้จุดสำคัญของเขตดุสิต แต่ละวันมีประชาชนสัญจรหลักหมื่นคน รวมถึงมีรถยนต์ผ่านเป็นจำนวนมาก ทำให้พบปัญหา 3 ประการ ได้แก่ ทางข้ามไม่มีสัญญาณไฟกด คนข้ามทางม้าลายต้องลุ้นโชคเอา สภาพทางม้าลายเลือนหายเกินครึ่งถนน และเมื่อข้ามถนนยังมีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนวิสัย ทำให้มองไม่เห็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก่อนข้าม อีกทั้งเลนเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด แม้รถจะหยุดให้คนข้าม ก็ยังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ทั้งนี้ ในเขตดุสิตมีแยกลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก โดยจุดที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือบริเวณที่สภาพทางข้ามทรุดโทรม ไม่มีปุ่มกด และมีปัญหาด้านทัศนวิสัย ดังนั้น ตนจึงเสนอ 3 แนวทางเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่ สร้างทางข้ามยกระดับ จัดทำสัญญาณไฟให้คนข้ามก่อนรถ และปรับปรุงทัศนวิสัยสำหรับผู้ใช้ทางข้าม
นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก. เขตตลิ่งชัน กล่าวว่า ทางม้าลายบริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลนกน้อยอยู่ในสภาพชำรุด สีไม่เต็มแนวจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ซึ่งปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่ว กทม. บางจุดมีการติดตั้งเสาสัญญาณไฟกดข้ามบริเวณเชิงทางลงสะพาน ก่อนถึงทางม้าลายและอยู่ใกล้ทางเลี้ยวซ้าย จึงไม่มั่นใจว่าเป็นไปตามหลักวิศวกรรมจราจรหรือไม่
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือถึงสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ขอให้ย้ายทางม้าลายบนถนนพุทธมณฑลสาย 1 โดยมีการย้ายตำแหน่งทางม้าลายแล้ว แต่เสาสัญญาณไฟแดงกลับยังไม่ได้ย้ายตาม ทำให้เกิดความสับสนและมีอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าวหลายครั้ง จึงตั้งคำถามว่าจะต้องรอการแก้ไขอีกนานแค่ไหน
สำหรับถนนพรานนก–พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทางประมาณ 5.9 กิโลเมตร มีสะพานลอยเพียงจุดเดียว และก่อสร้างมาแล้วประมาณ 3 ปี แต่ยังไม่เปิดใช้งาน ขอให้พิจารณาเพิ่มสะพานลอยในจุดจำเป็น เช่น หน้าตลาดเทพเจริญ และบริเวณถนนปากน้ำฝั่งเหนือข้ามไปวัดแก้ว รวมทั้งควรปิดช่องทางกลับรถและทางลักข้ามที่เป็นอันตราย สำรวจทางม้าลายทั้งหมดว่าตั้งอยู่ในจุดที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยหรือไม่ และนำระบบ AI มาใช้ตรวจจับและออกใบสั่งแก่ผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย
นายหยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ ส.ก.เขตหนองจอก อภิปรายสนับสนุน โดยระบุว่า พื้นที่หนองจอกมีปัญหาทางม้าลายและทางข้ามหลายจุด เช่น สะพานลอยหน้าโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกที่ควรปรับปรุงและติดตั้งหลังคาคลุม รวมถึงทางม้าลายบริเวณถนนมิตรไมตรี ซอย 3 ใกล้แยกโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ ซึ่งมีสีเลือนลาง
ส่วนบริเวณถนนมิตรไมตรี ซอย 6 เดิมเคยมีทางม้าลาย แต่เมื่อมีการขยายช่องจราจร ทางม้าลายกลับหายไป จึงขอให้คืนพื้นผิวทางข้าม พร้อมเพิ่มสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามบริเวณซอยเลียบวารี 11 และซอยเชื่อมสัมพันธ์ 13 และ 17
นายณัฐนนท์ นาคหล่อ ส.ก.เขตทวีวัฒนา กล่าวว่า บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 3 ตัดกับถนนทวีวัฒนา–กาญจนาภิเษก เดิมมีทางม้าลาย แต่เมื่อมีการก่อสร้างถนนพรานนก ทางข้ามเดิมไม่สามารถใช้งานได้ เพราะอยู่บริเวณทางลงสะพาน จึงขอให้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีคลินิกแพทย์แผนไทยและประชาชนเดินทางมาใช้บริการจำนวนมาก
ขณะที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 บริเวณซอย 21/1 มีบ้านเรือนจำนวนมาก แต่เมื่อข้ามทางมาถึงเกาะกลางถนนกลับไม่สามารถผ่านต่อได้ เพราะขวางแนวทางข้าม ส่งผลให้ผู้พิการและผู้ใช้รถเข็นไม่ได้รับความสะดวก ส่วนบริเวณฝั่งหมู่บ้านกรีนวิลล์ แม้จะมีระบบกดสัญญาณไฟข้าม แต่ยังพบรถจักรยานยนต์ลักลอบกลับรถ ควรใช้กล้องตรวจจับและออกใบสั่งจริง รวมทั้งสำรวจสัญญาณไฟจราจรที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการจราจรและขนส่ง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหามักได้รับการแก้ไขล่าช้า
น.ส.ภัคญดา อำนวยเดชกร ส.ก.เขตวัฒนา กล่าวว่า พื้นที่เขตวัฒนายังพบปัญหาทางข้ามหลายจุด ทั้งแบริเออร์ชำรุด สัญญาณไฟคนข้ามเสีย ทางข้ามใต้เชิงสะพาน และแยกเอกมัยใต้ที่ยังปล่อยให้รถเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด รวมถึงการติดตั้งเสาสัญญาณไฟและเสากล้องหลายต้นจนบดบังทัศนวิสัย จึงขอให้เร่งปรับปรุงเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
นอกจากนี้ ตั้งข้อสังเกตว่างบจ้างที่ปรึกษา 29 ล้านบาท ยังไม่สะท้อนผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งที่อุบัติเหตุคนเดินเท้าบนทางข้ามราว 1 ใน 3 ของประเทศเกิดในกรุงเทพฯ จึงเสนอให้ปรับ KPI ไปวัดผลด้านความปลอดภัยและการลดอุบัติเหตุ พร้อมนำรูปแบบสัญญาณเตือนจากต่างประเทศและเมืองต้นแบบในไทยมาประยุกต์ใช้
พร้อมเสนอให้จัดทำ “คู่มือมาตรฐานการออกแบบทางข้ามคนเดินเท้ากรุงเทพมหานคร” ให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของกระทรวงคมนาคม โดยยึดหลักสำคัญ 7 ประการ ได้แก่ การศึกษาตำแหน่งทางข้าม ระยะการมองเห็นขั้นต่ำ มาตรฐานแสงสว่าง มาตรการลดความเร็ว การออกแบบให้เหมาะสมกับบริบท การประเมินความปลอดภัย และการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กล่าวว่า ในเขตของตนมีทางม้าลายบริเวณปากซอยเอกชัย 33 ที่เก่า รถวิ่งมาชนคน ซึ่งอันตรายมาก หลายกรณีอยู่ใกล้สะพาน เมื่อลงมาก็มองไม่เห็นคนข้ามทางม้าลาย จนเกิดอุบัติเหตุ ตนจึงอยากให้ขยับทางม้าลายออกไปอีก และมีศาลาให้คนพัก น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน
“เรามีทางม้าลายที่มีความทันสมัยหรือไม่ ผมคิดว่าต้องพัฒนาแล้ว ฝากผู้บริหารกรุงเทพมหานครด้วย อย่าใช้แบบโบราณ ทำแล้วดูไม่ใช่เมืองมหานคร ผมไม่อยากให้ท้องถิ่นอื่นที่ทำแล้วดูดีกว่ากรุงเทพมหานคร อย่างน้อยเราต้องเป็นผู้นำ เพราะเขามาดูงานเราบ่อย ผมว่าเรายังเป็นรองเขา”
นายสุทธิชัย กล่าวต่อไปว่า เราจะทำอย่างไรกับผู้ที่ผิดกฎจราจร บางครั้งมีคนข้ามก็ไม่จอด สุดท้ายไปเฉี่ยวชนกันเกิดอุบัติเหตุแล้วหนี คนก็เจ็บฟรี ทางม้าลายบางแห่งก็ไม่มีปุ่มให้คนกดข้ามถนน เช่น บริเวณทางเข้าโรงเรียนบางมดวิทยา ไม่รู้ว่าไม่มีงบหรืออย่างไร นักเรียนต้องช่วยกันเอง ตนไปสอบถาม เขาบอกว่ารอให้ผู้ว่าฯ กทม. สั่ง จึงขอฝากไปด้วย
นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก อภิปรายว่า ทางม้าลายบนถนนเจริญกรุงบริเวณหน้าโรงเรียนอัสสัมชัญบางรักยังไม่ได้รับการปรับปรุง ขณะที่ทางออกถนนสุรวงศ์สู่ถนนเจริญกรุงมีทางม้าลายเพียงช่วงกลางถนน แต่ด้านซ้ายและขวาขาดหาย จึงขอให้เร่งแก้ไขให้ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ บริเวณใต้ทางด่วนศรีรัช หน้าโรงพยาบาลเลิดสิน แม้มีทางม้าลายแต่ไม่มีพื้นที่รองรับคนรอข้ามถนน จึงเสนอให้ติดตั้งสัญญาณไฟแบบปุ่มกด เช่นเดียวกับถนนมหานครที่เกิดอุบัติเหตุจากการข้ามถนนบ่อยครั้ง ขอให้สำนักการจราจรและขนส่งพิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ขณะที่นายสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ ส.ก.เขตคลองสามวา กล่าวว่า ตนขออนุญาตชี้เป้าทางม้าลายบนถนนพระยาสุเรนทร์ รถขับค่อนข้างเร็ว แต่ไม่มีป้ายชะลอความเร็ว รวมถึงถนนนิมิตใหม่ ถนนเลียบคลองสอง ถนนคู้บอน ถนนประชาร่วมใจ และถนนไมตรีจิต ซึ่งเป็นบริเวณที่มีตลาด รถบรรทุกขับค่อนข้างเร็ว บางช่วงเป็นทางโค้ง ดูแล้วช้ำใจ เป็นเรื่องน่าเศร้า คนคลองสามวาต้องใช้ชีวิตหวาดระแวงแบบนี้
ด้านนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ กล่าวว่า ตนมีความสงสัยว่า บางจุดในพื้นที่ทุ่งครุ เวลารอสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนข้ามทางม้าลายในเวลากลางคืน บางครั้งก็สั้น บางครั้งก็ยาว ชาวบ้านงงมาก บางจุด 20 วินาที แต่ในบางช่วงเวลาเหลือ 15 วินาที บางจุดมีเสียงสัญญาณ บางจุดไม่มี พร้อมยกตัวอย่างหน้าโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่มีเพียงทางม้าลาย แต่ไม่มีสัญญาณไฟข้ามถนน ถือว่าอันตรายมาก เพราะมีเด็กนักเรียนด้วย
นายอดิศร ฤกษ์ลักษณี ส.ก.เขตดอนเมือง กล่าวว่า บริเวณเกาะกลางถนนสรงประภามีรถจักรยานยนต์ลักลอบกลับรถเป็นประจำจนเกิดอุบัติเหตุ แม้นำแท่งยางพลาสติกมากั้นก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อมทั้งชี้ว่าทางม้าลายใกล้สถานีรถไฟฟ้าบริเวณถนนกำแพงเพชรถูกวางไว้ในจุดทางเลี้ยว ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้จริง
ส่วนจุดข้ามใต้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง ยังมีแสงสว่างไม่เพียงพอและทางข้ามไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงบริเวณหน้าวัดดอนเมืองยังไม่มีสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนน จึงขอให้กรุงเทพมหานครเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง ตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่ใช้ดำเนินการทำทางม้าลายนั้นมีการค้ำประกันอยู่ เหตุใดจึงไม่มีการตรวจสอบว่าบริเวณใดเสื่อมโทรม เพื่อให้ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมแก้ไข หากตนจำไม่ผิด การตีเส้นทางม้าลายใช้งบประมาณหลักร้อยล้านบาท รวมค่าประกันอีก 2 ปี ดังนั้น สำนักการจราจรและขนส่งต้องลงไปตรวจสอบ
ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะรับข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
ด้านดร.จอห์น กล่าวสรุปว่า อยากฝากถึงฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะสำนักการจราจรและขนส่ง ให้ทำงานเชิงรุกมากกว่านี้
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว และส่งต่อให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป


