วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 11.20 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตยานนาวา เรื่องแนวทางการปรับปรุงแยกถนนพระราม 3 ตัดกับถนนนางลิ้นจี่ (แยกนางลิ้นจี่) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจร

นายพุทธิพัชร์ กล่าวว่า เนื่องจากถนนพระราม 3 ซอย 68 (ซอยวัดช่องลม) ด้านในมีผู้สัญจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งชุมชนทางรถไฟที่มีผู้อาศัยประมาณ 250 หลัง การจราจรติดขัด ประชาชนจึงร้องเรียนเข้ามาที่ตนเพื่อให้นำเรื่องเข้าสู่สภา กทม.โดยเรื่องนี้เราได้เคยคุยกันเบื้องต้นและเชิญตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เข้าหารือในคณะอนุกรรมการฯ แล้วว่าจะแก้ไขกันอย่างไร ตนจึงอยากสอบถามว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ปัญหาที่พบไม่ใช่การจราจร แต่เกิดจากการตัดกระแสจราจร ทำให้รถจักรยานยนต์มาใช้ทางข้าม ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ มีข้อกังวลว่ารถที่ลงจากทางแยกจะใช้ความเร็วและจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย รวมถึงบริเวณทางโค้งก่อนถึงแยกนางลิ้นจี่ หากใช้ทางร่วมกันจะเกิดอันตราย อีกทั้งยังอาจจะต้องรอสัญญาณไฟจราจรนานขึ้น ซึ่งเราจะหาทางบรรเทาปัญหานี้ให้ได้
นายวิศณุ กล่าวอีกว่า แนวทางเลือกตอนนี้มี 3 แนวทางคือ 1.ปรับให้ซอยวัดช่องลม สามารถเลี้ยวขวาขึ้นไปทางถนนได้ โดยใช้สัญญาณไฟทางข้ามร่วมกับคนข้ามทางม้าลาย แต่ต้องแยกให้เด็ดขาด 2.ปรับปรุงกายภาพให้สามารถใช้รถจักรยานยนต์ไปสู่ถนนนางลิ้นจี่ได้โดยตรง แต่ก็จะเกิดปัญหาคือไม่สามารถคุมรถไม่ให้มาใช้ทางร่วมกับคนข้ามทางม้าลายได้ 3.ทางเลือกอื่นๆ เช่น การสร้างจุดกลับรถ ซึ่งต้องขอรับเป็นการบ้านให้ทีมไปศึกษาต่อ
จากนั้น นายพุทธิพัชร์ กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือจากตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆกลับมา เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ชี้แจง 3 เรื่อง และตนได้เสนอความเห็นพ่วงท้ายไป ดังนี้
1.ถนนพระราม 3 ขาเข้า เป็นถนนสายหลัก เชื่อมโยงโครงข่ายจราจร หากเกิดจุดตัดบริเวณทางแยกเพิ่มขึ้น อาจทำให้รถที่จะเลี้ยวขวาเพื่อเข้าวัดช่องลมต้องรอไฟสัญญาณจราจร ซึ่งตนเห็นด้วย เราไม่ได้ต้องการให้รถจากพระราม 3 เลี้ยวขวาเข้าวัดช่องลม แต่เราอยากจะทำเพราะเพิ่มศักยภาพในการเข้าออกซอยวัดช่องลม
2.ถนนพระราม 3 ขาออก การเดินทางเมื่อลงจากสะพานข้ามแยก ณ ระนอง จะเป็นคอขวดบีบเข้ามา ตนเห็นว่านักเรียนหรือผู้ที่ออกกำลังกายอยู่ฝั่งตรงข้าม เวลาจะข้ามถนนต้องวิ่งอย่างจริงจัง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย เราทำแยกให้เป็นกิจลักษณะเลยดีหรือไม่ เปิดเฉพาะตอนกลางคืนก็ได้
3.สะพานยาวที่ข้ามมาจากศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หากเกิดอุบัติเหตุจะเกิดก่อนในระยะทาง 80 เมตร บริเวณเบี่ยงจากทางด่วน เพื่อเข้าจุดกลับรถ พร้อมย้ำว่ากรณีนี้ไม่ได้มีการเสนอให้เพิ่มแยกหรือจุดตัด แต่อยากให้เพิ่มประสิทธิภาพ
นายพุทธิพัชร์ ได้เปิดคลิปตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่มาชี้แจงในชั้นคณะอนุกรรมการ ก่อนระบุว่า เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่าเห็นด้วยและยินดีสนับสนุนสำนักจราจร ตอนนี้ประชาชนสอบถามตนทุกวัน จึงอยากสอบถามต่อว่าท่านมีความเห็นกับคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไร เรื่องที่ท่านจะขยายทางออกบริเวณหน้าซอยวัดช่องลม กับการปรับปรุงเกาะกลางถนน อย่างไหนสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่ากัน
นายวิศณุ กล่าวว่าการพิจารณาทางเลือกต้องทำด้วยความรอบคอบ ด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความรู้สึก ซึ่งก็จะรับไปดำเนินการทำแบบจำลองเรื่องความเสี่ยงคนเดินเท้าและคนขับรถจักรยานยนต์ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูภาพรวมทั้งหมด ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกันทุกทางเลือก หากจะปรับปรุงไปแล้วต้องทำให้ดี ต้องคำนึงถึงอุบัติเหตุและความคล่องตัวไปด้วยกัน ขออนุญาตนำข้อเสนอแนะไปดำเนินการต่อ
นายพุทธิพัชร์ กล่าวขอบคุณ พร้อมกล่าวว่า คำตอบของท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการยืนยันชัด แสดงว่าไม่ติดขัด แต่จะทำอย่างไรให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์ ตนขอฝากขอบคุณ


