‘สภากรุงเทพฯ’ เห็นชอบญัตติคุมเข้มความปลอดภัยสระว่ายน้ำ หลังเกิดเหตุเศร้านักเรียนจมน้ำเสียชีวิต ด้าน “ส.ก.พุทธิพัชร์” จี้ฝ่ายบริหารเร่งสังคยานากฎหมายล้าหลัง หวั่นทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 14.40 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 2) โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติของนายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก. เขตยานนาวา เรื่องขอให้กรุงเทพมหานครกำหนดมาตรการควบคุม กำกับดูแล ตรวจสอบ กิจการประเภทลานออกกำลังกายหรือสถานที่เล่นกีฬา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายพุทธิพัชร์กล่าวว่า จากเหตุการณ์อันน่าเศร้าในเขตยานนาวาที่มีนักเรียนเสียชีวิตภายในสระว่ายน้ำของโรงเรียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างด้านมาตรการความปลอดภัย การกำกับดูแลและความพร้อมของบุคลากรในการจัดการเรียนการสอน กิจกรรมที่มีความเสี่ยง เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียงกรณีเฉพาะพื้นที่แต่เป็นสัญญาณเตือนให้คนกรุงเทพมหานครต้องทบทวนระบบทั้งหมดอย่างจริงจัง ซึ่งมีประเด็นที่ควรพิจารณาเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วนครูผู้ดูแลต่อนักเรียนว่าเพียงพอหรือไม่ อีกทั้งความพร้อมของเจ้าหน้าที่กู้ชีพและความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยชีวิตไม่ว่าจะเป็นเสื้อชูชีพ นกหวีด อุปกรณ์ลอยตัว ไม้ช่วยชีวิต มีความพร้อมหรือไม่ รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินและการประเมินความเสี่ยงรายบุคคลของนักเรียนมีความสม่ำเสมอหรือเป็นระบบหรือไม่ เช่น นักเรียนที่ว่ายน้ำไม่เป็นหรือมีโรคประจำตัว

ตนจึงอยากขอเสนอให้ฝ่ายบริหารเร่งปฏิบัติดังนี้

1.ตรวจสอบความปลอดภัยสระว่ายน้ำทุกโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครโดยเร่งด่วน

2.กำหนดมาตรฐานกลางสำหรับการเรียนการสอนกิจกรรมทางน้ำ เช่น อัตราส่วนครูนักเรียน ต้องมีไลฟ์การ์ดประจำ และการมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบถ้วน

3.อบรมครูและบุคลากรด้านการช่วยชีวิตทางน้ำ (CPR/ First Aid)

4.กำหนดให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

5.จัดทำระบบประเมินความเสี่ยงนักเรียนรายบุคคลก่อนลงน้ำเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

6.พิจารณาติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดหรือระบบเฝ้าระวังเพิ่มเติมในพื้นที่สระว่ายน้ำ

7.โครงการ “ว่ายน้ำได้เล่นน้ำเป็น” ที่ทางกรุงเทพมหานครกำลังดำเนินการอยู่ ต้องเปลี่ยนตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่แจกชุดว่ายน้ำหรือมีการเรียนการสอนครบเท่านั้น

“ผมเคยไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ครูล้อมรอบสระให้เด็กกระโดดลงสระ ว่ายกันอย่างจริงจัง พอกลับมาเมืองไทยยังทะเลาะกันเรื่องหลังคาสระว่ายน้ำอยู่เลย” นายพุทธิพัชร์ กล่าว

นายพุทธิพัชร์กล่าวต่อด้วยว่า อีกเรื่องที่ควรแก้ไขคือข้อบัญญัติที่ล้าหลัง ปัจจุบันกิจการประเภทลานออกกำลังกายหรือสถานที่ต่างๆ เช่น ฟิตเนส สนามฟุตซอล หรือสนามไดร์ฟกอล์ฟในร่ม เป็นสถานประกอบการที่มีองค์ประกอบไม่ครบ จึงไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ยกตัวอย่างเช่น ฟิตเนส หากออกกำลังกายแบบไม่มีผู้ฝึกสอน ไม่จำเป็นต้องออกเอกสาร แต่หากมีผู้ฝึกสอนจำเป็นต้องออกเอกสารควบคุม ทางกรุงเทพมหานครจึงต้องกลับมาทบทวนไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ศูนย์กีฬากลางแจ้ง ที่ไม่มีผู้ฝึกสอน ควรจะมีการควบคุมอย่างชัดเจน เรื่องนี้ควรมีการทบทวนอย่างเร่งด่วน เพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสียกับลูกหลานของทุกๆ คน

ด้านนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก. เขตทุ่งครุ กล่าวเสริมว่า ลานกีฬาบริเวณซอยประชาอุทิศ 79 ทุกเย็นจะมีประชาชนมาเต้นแอโรบิก ซึ่งตนได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องเสียงดังเกินไป จากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น จึงอยากฝากฝ่ายบริหารช่วยลงตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กทม.มีโครงการ “เล่นน้ำได้ว่ายน้ำเป็น” ซึ่งจุดประสงค์เริ่มต้นเราเห็นว่าทางกรุงเทพมหานครมีการสอนว่ายน้ำอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถทำให้เด็กว่ายน้ำเป็นได้ในการสอนเพียงหนึ่งช่วงชั้น จึงมีการขยายการเรียนว่ายน้ำเป็นช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 พร้อมทั้งอบรมทักษะ CPR ส่วนครูผู้ฝึกต้องผ่านการอบรมก่อนที่เราจะส่งไปสอนเยาวชนตามศูนย์ฯ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต้องผ่านการประเมินคุณภาพก่อนถึงจะส่งไปยังสระต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร

จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับญัตติดังกล่าวพร้อมส่งให้ฝ่ายบริหารพิจารณาต่อไป

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200