
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 2) โดยมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางซื่อ เรื่อง ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากลิ่นของศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช
นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่า ตนเคยตั้งคำถามดังกล่าวไปในการประชุมสมัยที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันโรงงานยังเปิดโล่งส่งกลิ่นเหม็น กระทบชาวกรุงเทพมหานครทั้ง 6 เขต รวมถึงจังหวัดสมุทรปราการบางส่วน โดยเฉพาะฤดูฝนจะส่งกลิ่นเหม็นกว่าเดิม ซึ่งตนเข้าใจดีว่าสัญญาโรงกำจัดขยะนี้ทำตั้งแต่สมัยผู้ว่าฯ กทม. คนที่แล้ว แต่เมื่อปล่อยมาอีก 4 ปี ก็ถือเป็นผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ชุดนี้แน่นอน
ปี 2565 ผู้ว่าฯ กทม. เคยหาเสียงไว้ โดยล่าสุดเพิ่งลงพื้นที่เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้แต่เน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นรบกวน และให้อดทนจนกว่าโรงกำจัดขยะจะหมดสัญญาในเดือนธันวาคม 2569 และเดือนมิถุนายน 2570 จึงอยากถามผู้บริหาร กทม. ชุดนี้ว่าได้ดำเนินการแก้ไขให้มีความคืบหน้าอย่างไร และคาดโทษหรือลงโทษกับบริษัทเอกชนหรือไม่ อย่างไร เคยปรับหรือดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ และหากยกเลิกสัญญา กทม. ต้องเสียค่าชดเชยเท่าไหร่
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหาโรงขยะอ่อนนุชเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่และมีหลายสาเหตุ ที่ผ่านมาเราพยายามลงพื้นที่ดำเนินการตามกรอบและใช้เทคโนโลยีเข้ามาดูแล อีกทั้งมีการติดเซ็นเซอร์วัดกลิ่น
ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า เมื่อตรวจสอบสัญญาดูพบว่าบริษัทเอกชนไม่ทำตามสัญญา โดย 2-3 ปีที่ตนเข้ามาทำงานได้พยายามเสนอแนะไปที่บริษัทเอกชนแล้ว ล่าสุดเสนอให้ติดตั้งจุดวัดกลิ่น ติดตั้งกล้อง CCTV และให้บริษัททำเป็นโรงกำจัดขยะแบบระบบปิดอย่างแท้จริง แต่พบว่าบริษัทดำเนินการแล้วแต่ไม่สมบูรณ์ การทำประตูปิดก็ทำเพียงติดตั้งม่านพลาสติกเท่านั้น ซึ่งต้องยอมรับว่าแก้ปัญหากลิ่นไม่ได้ รวมถึงทาง กทม. ได้เสนอให้ทำประตูอัตโนมัติ แต่บริษัทก็ไม่ทำ อย่างไรก็ตาม กทม. ไม่สามารถบังคับให้บริษัทเอกชนทำได้ เพียงแค่ขอความร่วมมือ ทั้งนี้ ถ้าบริษัทไม่ทำตามสัญญาหรือทำแล้วยังมีกลิ่นเหม็น ทาง กทม. สามารถปรับเงินได้ 6,000-12,000 บาทต่อวัน หรือบอกเลิกสัญญาได้
นายจักกพันธุ์กล่าวว่า หากเกิดกรณีคณะกรรมการควบคุมงานตรวจการจ้างพบเจอปัญหาแล้วไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ครบถ้วน ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติ ในฐานะที่ตนทำงานนี้มา 4 ปีแล้วก็ต้องรับผิดชอบด้วย
นายจักกพันธุ์ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคำถามว่าหากบริษัทเอกชนปฏิบัติไม่ถูกต้องตามสัญญาจะเป็นอย่างไร ก็ต้องตอบว่าแล้วกทม.ต้องไปชดเชยอะไร หากบริษัทเอกชนทำสิ่งที่เป็นปัญหากับประชาชนและกทม. เราก็ควรจะยกเลิกสัญญา
ทั้งนี้ยอมรับสิ่งที่ทำมาอาจจะทำได้ไม่สมบูรณ์ 100% แต่วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ กทม. หรือบริเวณศูนย์อ่อนนุช ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นเจตนาเดียวกันกับ น.ส.ภัทราภรณ์


