
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง ครั้งที่ 2 ซึ่งมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของกรุงเทพมหานคร
นายกิตติพงษ์ รวยฟูพันธ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของกรุงเทพมหานคร รายงานผลการศึกษาต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการวิสามัญมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อกรุงเทพมหานครรวม 6 ประเด็นสำคัญ
ข้อเสนอประการแรก เห็นว่ากรุงเทพมหานครควรมีระบบสืบค้นข้อมูลกลางและระบบจัดเก็บข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอน ระยะเวลา และลดความซ้ำซ้อนของการจัดเก็บข้อมูล
ประการที่สอง ควรส่งเสริมและจัดเก็บข้อมูลสาธารณะในรูปแบบ Open Data เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประการที่สาม ควรพัฒนาระบบสำรองข้อมูล หรือ “Backup” เพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุขัดข้องของระบบหรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของข้อมูล โดยต้องสร้างความมั่นคงปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการสูญหายของข้อมูลสำคัญและข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนกำหนดแนวทางป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและข้อมูลทางราชการ ป้องกันความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ
ประการที่สี่ ควรกำหนดแนวทางและมาตรการให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านดิจิทัล เช่น พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และไม่ขัดต่อกฎหมาย
ประการที่ห้า ควรสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาหน่วยงานภายนอกมาดำเนินการเช่าโครงการระบบบริการสำรองข้อมูล “Backup” ของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลมีความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
และประการที่หก ควรมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการประชาชนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินการ รวมทั้งลดภาระการเดินทางในการติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ในการพิจารณารายงานดังกล่าวไม่มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครคนใดอภิปรายเพิ่มเติม ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมการวิสามัญฉบับนี้ และจะส่งต่อให้ฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป
///_


