“สุรจิตต์” ถามแนวทางประสานให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-ผู้ป่วยใน เขตลาดกระบัง หลังระบบสับสนทำผู้ป่วยปกติ กลายเป็นผู้ป่วยวิกฤต-เสียชีวิต ด้าน “ทวิดา” กางสถิติการตอบสนองเคสอุบัติพื้นฐานอยู่ในระดับที่ดี พร้อมยกระดับการช่วยเหลือ

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 10.50 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตลาดกระบัง เรื่อง แนวทางประสานการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในพื้นที่เขตลาดกระบังของศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร

ดร.สุรจิตต์ กล่าวว่า หากเราเจ็บป่วยฉุกเฉิน หมายเลขสายด่วนแรกที่นึกถึงคือ 1669 จากนั้นจะมีการประสานไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท้วงที แต่ปัญหาในเขตลาดกระบังคือ การประสานความช่วยเหลือของรถกู้ภัยจะสลับเป็นวันต่อวัน หากมูลนิธิแรกไม่ว่างจะมีการประสานต่อมูลนิธิอื่น ซึ่งบางมูลนิธิไม่มีรถประจำอยู่ในพื้นที่ ถือเป็นปัญหาอย่างมากในพื้นที่ โดยปัญหานี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่รับการแก้ไข

“เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงมีผู้เสียชีวิตจากรถที่มารับแล้วศักยภาพไม่พอ มีการเปลี่ยนรถกลางคัน จากคนบาดเจ็บธรรมดาก็กลายเป็นบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต ผมไม่ได้มาตำหนิหน่วยงานไหน แต่อยากให้ระบบการเข้าช่วยเหลือประชาชนในเขตลาดกระบังทันท่วงทีตามที่เราพูดกันว่าชีวิตประชาชนต้องมาก่อน” ดร.สุรจิตต์ กล่าว

ดร.สุรจิตต์ ถามต่อไปว่า การตรวจประเมินศักยภาพของหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินระดับ First Responder(FR) และ Basic Life Support (BLS) รวมถึงการประเมินเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตร Emergency Medical Responder (EMR) และ Emergency Medical Technician (EMT) ของเมืองที่ต่างๆ ในพื้นที่เขตลาดกระบังเพื่อประกอบการขึ้นทะเบียนกับศูนย์เอราวัณครั้งล่าสุดได้ดำเนินการเมื่อใด

รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า เรามีการแบ่งพื้นที่กับมูลนิธิที่อยู่ในเครือข่ายทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดการรุมและมีช่องว่าง อีกทั้งในแต่ละโซนจะมีโรงพยาบาลแม่โซน โดยใช้ระบบสั่งการทอดรับผ่าน เบอร์ 1669 จากนั้นส่งให้หน่วยงานที่ใกล้สุดไปในพื้นที่ก่อน ในขณะเดียวกันจะมีโรงพยาบาลแม่โซนเป็นผู้กำกับภารกิจ จากสถิตการตอบสนองของเคสอุบัติพื้นฐานของเขตลาดกระบังอยู่ในระดับที่ดี

รศ.ทวิดา กล่าวต่อไปว่า เขตลาดกระบังจะมีความพิเศษ คือ มีการสลับวันระหว่างมูลนิธิร่วมกตัญญูกับมูลนิธิร่มไทร แต่ไม่ใช่หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินด่านหน้า ส่วนเจ้าหน้าที่ เรามีการตรวจประเมินทุก 2-3 ปี โดยทางกรุงเทพมหานครได้ขยายจุดจอดรถกู้ภัยในเขตลาดกระบัง และยังได้โรงพยาบาลนคราภิบาล เพิ่มการให้บริการรถพยาบาลฉุกเฉินเป็น 2 ทีม อีกทั้งมอเตอร์ไซค์ฉุกเฉินที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ได้เพิ่มผู้เชียวชาญออกไปในพื้นที่ฉุกเฉินเพื่อลดเวลาในการเดินทางและช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลา

ดร.สุรจิตต์ ถามต่อด้วยว่า ในเมื่อมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง มีศักยภาพ มีรถพยาบาล และมีกำลังอาสาสมัครจำนวนมากประจำอยู่ในพื้นที่ลาดกระบัง 24 ชั่วโมง เหตุใดศูนย์เอราวัณกรุงเทพมหานครจึงกำหนดให้มูลนิธิปอเต็กตึ๊งเป็นลำดับที่ 3

รศ.ทวิดา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นข้อตกลง MOU ตั้งแต่แรกกับทั้ง 8 หน่วยงานว่าจะแบ่งพื้นที่กันเช่นนี้ แต่ในอนาคตกำลังพัฒนาข้อมูลระบบ GPS Tracking รถพยาบาลแบบ Real time หากมีการพัฒนาข้อมูลครบรอบด้าน เช่น มูลนิธิที่ดูแลพื้นที่ในปัจจุบันให้ข้อมูลของรถพยาบาลที่จอดอยู่ จุดจอดรถ จำนวนรถทีรับเคส ระบบจะมีการจัดลำดับในหน่วยที่ 2 หรือ หน่วยที่ 3 ทำงานได้ดีและตรงจุดยิ่งขึ้น โดยที่จะดูจากระยะที่เข้าถึงประชาชนเป็นหลัก

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200