สภา กทม. ไฟเขียวญัตติแก้ขยะล้นเมือง! จี้เพิ่มรอบเก็บ ติด GPS เปิดเผยข้อมูล ยกระดับสวัสดิการ ค่าเสี่ยงภัยคนทำงาน

(21 ต.ค.69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบญัตติของนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางกะปิ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครกำหนดแนวทางจัดเก็บขนมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ พร้อมพิจารณาค่าตอบแทนและสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานให้เหมาะสม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบญัตติ และส่งให้ฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป
.
นายพงศกร กล่าวว่า ปัญหาขยะตกค้างเกิดจากข้อจำกัดด้านกำลังคน รถเก็บขยะไม่พร้อม และปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงวิกฤตน้ำท่วม ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักท่ามกลางความเสี่ยงจากเชื้อโรค สารเคมี และของมีคม ซึ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนก็ประสบภัยน้ำท่วมเช่นเดียวกับประชาชน จึงเสนอให้กรุงเทพมหานครทบทวนความเหมาะสมของจำนวนรถและกำลังคนในแต่ละพื้นที่ จัดทำแผนรองรับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในภาวะฉุกเฉิน พัฒนาระบบแจ้งขยะตกค้างและขยะชิ้นใหญ่ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย พร้อมเผยแพร่รอบจัดเก็บผ่านระบบ GPS รวมถึงพิจารณาค่าตอบแทน สวัสดิการ และมาตรการเยียวยาเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงาน
.
ด้านนายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก. เขตหลักสี่ เสนอให้ปฏิรูประบบจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยระบุว่ากรุงเทพมหานครใช้งบประมาณจัดการขยะประมาณ 7,000 ล้านบาทต่อปี แต่ยังมีปัญหาขยะตกค้าง พร้อมเสนอ 5 แนวทาง ได้แก่ สร้างแรงจูงใจการคัดแยกขยะอย่างจริงจัง ยกระดับค่าตอบแทนและอุปกรณ์ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ นำเทคโนโลยี GPS และระบบตรวจสอบมาใช้ เปิดเผยข้อมูลรอบจัดเก็บให้ประชาชนตรวจสอบได้ และพิจารณาจ้างเอกชนเสริมการจัดเก็บในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด
.
ขณะที่นายอัครชัย กันธมาลา ส.ก. เขตดุสิต สนับสนุนการทดลองจ้างเอกชนในพื้นที่นำร่องเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกำลังคน รถและเครื่องจักร ตลอดจนกำหนดมาตรฐานค่าจ้าง สวัสดิการ ประกันภัย และความปลอดภัยในสัญญาจ้าง พร้อมใช้ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม
.
ด้านนายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก. เขตสายไหม สะท้อนปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่และคนขับรถเก็บขยะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประชากรและบ้านเรือนจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้เร่งจัดหาอัตรากำลังและเครื่องมือให้เพียงพอ
ส่วน นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง เสนอให้ทบทวนโครงการคัดแยกขยะ หากสร้างภาระและความสับสนแก่ประชาชน พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาค่าตอบแทนเสี่ยงภัยและดูแลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน ขณะที่นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง ขอให้จัดเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและน้ำยาฆ่าเชื้อไว้ในรถเก็บขยะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตนเองเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
.
นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กทม. มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บขยะ โดยกำหนดเป้าหมายให้จัดเก็บขยะถนนสายหลักทุกวัน ในส่วนของถนนสายรองและชุมชมไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์ พร้อมนำระบบ GPS มาเปรียบเทียบเส้นทางรถเก็บขยะกับแผนที่แต่ละเขตกำหนด ปัจจุบันเขตส่วนใหญ่ดำเนินการได้ตามแผน ส่วน 7 เขตที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่า 90% อยู่ระหว่างติดตามและปรับปรุง นอกจากนี้ ยังเปิดช่องทางแจ้งขยะตกค้างผ่าน Traffy Fondue และเผยแพร่ข้อมูลจุดจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ผ่าน Green Bangkok
.
สำหรับการดูแลบุคลากร กทม. มีค่าตอบแทนและสวัสดิการเพิ่มเติม ทั้งค่าล่วงเวลา โบนัส และสวัสดิการด้านอุบัติเหตุและการศึกษา รวมถึงค่าตอบแทนจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งมีค่าเฉลี่ยประมาณ 2,199 บาทต่อคน โดยฝ่ายบริหารพร้อมนำข้อเสนอของสมาชิกไปพิจารณาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บขยะและดูแลผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม
.
ในช่วงท้าย นายพงศกรย้ำว่า “พนักงานเบื้องหลังทุกคนคือหัวใจสำคัญในการดูแลเมือง ต้องได้รับค่าตอบแทน สวัสดิการ และการคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม” ก่อนที่ประชุมจะมีมติเห็นชอบญัตติ และจะส่งมติให้ฝ่ายบริหารพิจารณาดำเนินการต่อไป

#สภากรุงเทพมหานคร #สภากทม #จัดการขยะ #ขยะตกค้าง #คัดแยกขยะ #พนักงานเก็บขยะ #สวัสดิการเจ้าหน้าที่ #กรุงเทพมหานคร

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200