สภา กทม. ตั้งคกก.วิสามัญฯ ยกกระดับ “ท่าเรือเจ้าพระยา” เชื่อมต่อ รถ-ราง-เรือ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว

(21 ต.ค.69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 1) ประจำปี 2569 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและระบบเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 11 คน กำหนดกรอบเวลาศึกษา 150 วัน ตามญัตติของ นายปวิน แพทยานนท์ ส.ก.เขตบางคอแหลม

นายปวิน แพทยานนท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางคอแหลม เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและระบบเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกรุงเทพมหานครในด้านการเดินทางขนส่งระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยข้อมูลจากกรมเจ้าท่าในปี พ.ศ. 2568 ระบุว่า ภายในกรุงเทพมหานครมีท่าเทียบเรือรวมทั้งสิ้น 78 แห่ง (ฝั่งพระนคร 11 เขต และฝั่งธนบุรี 6 เขต รวม 17 เขตริมแม่น้ำ) อย่างไรก็ตาม มีท่าเรือหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงหรือถูกยุบสภาพแล้ว ซึ่งสถิติการใช้งานในปัจจุบันพบว่ามีผู้ใช้บริการประมาณ 16,000 คนต่อวัน ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เคยมีผู้ใช้งานสูงถึง 13 ล้านคนต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าจำนวนผู้ใช้บริการลดลงไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่เดินทางไปทำงาน ภารกิจต่างๆ หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ
.
ส.ก.บางคอแหลม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการจราจรทางบกมีปัญหาหนาแน่นและรถติดสะสมเพิ่มขึ้นทุกวัน แม้ท่าเรือหลายแห่งจะมีความสวยงามและช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระบบ ‘รถ-ราง-เรือ’ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละสังกัด เข้ามาช่วยกันพิจารณาผลักดันโครงการพัฒนาท่าเรือในกรุงเทพมหานคร ให้มีความสวยงามและน่าใช้งานเท่าเทียมกันทุกท่า พร้อมเสนอ 3 แนวทางสำคัญผ่านสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ 1. ทบทวนและจัดทำแผนแม่บทพัฒนาร่วมกัน เสนอให้มีการทบทวนและศึกษาการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำ ร่วมกับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมเจ้าท่า ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท่าเทียบเรือภายใต้การดูแลของ กทม. เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและสิ่งกีดขวางที่มีอยู่ตามท่าเรือต่าง ๆ 2. ผลักดันการออกแบบและปรับปรุงพื้นที่ให้ได้มาตรฐาน พัฒนาพื้นที่ท่าเรือและบริเวณโดยรอบให้มีความสวยงามและมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและปลอดภัย 3. ยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกในอำนาจ กทม. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เช่น การสร้างทางเดินที่มีหลังคาคลุม การติดตั้งเสาไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด CCTV ป้ายบอกทาง ห้องน้ำสะอาด รวมถึงการจัดจุดจอดรถสาธารณะและจักรยาน เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
.
ด้านนายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ อภิปรายสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ โดยเน้นย้ำว่า ขอให้ คกก.วิสามัญฯ ศึกษาต่อยอดด้านการท่องเที่ยวทางน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องคูคลอง วัดวาอาราม และวิถีชีวิตริมน้ำที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งศึกษาคลองสัญจรในฝั่งตะวันออกของ กทม. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมเพิ่มเติมด้วย
.
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและระบบเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 11 คน โดยกำหนดระยะเวลาศึกษา 150 วัน เพื่อพิจารณารูปแบบการดำเนินงาน ขอบเขตการให้บริการ ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความเหมาะสมด้านงบประมาณ ก่อนนำผลการศึกษามาประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินงานต่อไป

#สภากรุงเทพมหานคร #สภากทม #กรุงเทพมหานคร #BMA #BMC

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200