
(21 ต.ค.69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร รวม 9 คน กำหนดกรอบเวลา 150 วัน
.
นางสาวเมธาวี ธารดำรงค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตปทุมวัน เสนอญัตติขอให้สภากรุงเทพมหานครแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครเผชิญความท้าทายด้านที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะชุมชนแออัดในเขตเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม การพัฒนาเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการก่อสร้างอาคารสูง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต ทั้งยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และการเข้าถึงสาธารณูปโภค
.
โดยเฉพาะในพื้นที่เขตปทุมวัน ซึ่งประสบปัญหาเพลิงไหม้ในชุมชนหลายครั้ง ขณะที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อแก้ไขปัญหายังมีความคืบหน้าไม่มากนัก ประกอบกับสภาพทางเดินและถนนภายในชุมชนที่คับแคบ เป็นอุปสรรคต่อการสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ส.ก. เขตปทุมวัน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ควรศึกษาแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้กับชุมชนในเขตอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานครได้ด้วย โดยเฉพาะชุมชนที่มีข้อจำกัดด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินและการบริหารจัดการพื้นที่ จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาอย่างเป็นระบบและจัดทำแนวทางแก้ไขที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน
.
ด้านนายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก. เขตราชเทวี กล่าวสนับสนุนญัตติ โดยระบุว่า ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ขณะที่หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน คือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ซึ่งต้องดำเนินงานครอบคลุมทั่วประเทศ จึงขอเสนอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาปรับปรุงข้อบัญญัติและกลไกการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นในการจัดการปัญหาที่อยู่อาศัย รวมถึงศึกษาแนวทางการจัดตั้งกลไกด้านเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับสนับสนุนการพัฒนาบ้านมั่นคงหรือการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยต้องพิจารณาอำนาจหน้าที่และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้กรุงเทพมหานครพัฒนาศักยภาพของสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และรูปแบบการดำเนินงาน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย คนทำงานรุ่นใหม่หรือ First Jobber ตลอดจนที่พักอาศัยสำหรับบุคลากรของกรุงเทพมหานคร โดยเห็นว่าการมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสมจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น และทำให้กรุงเทพมหานครมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง
.
ขณะที่นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ส.ก. เขตประเวศ กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นส่วนสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยที่ผ่านมาแม้จะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยในบางชุมชนแล้ว แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ประชาชนขาดโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยควรมีบทบาทในการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น โดยเฉพาะด้านการออกแบบโครงการและการจัดทำแบบบ้าน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน เนื่องจากบางโครงการแม้จะมีแหล่งเงินทุนสนับสนุนแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องการออกแบบ ทำให้การดำเนินงานล่าช้า จึงควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนด้านดังกล่าว ควบคู่กับการศึกษาแนวทางจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมในอนาคต
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณาปรับปรุงที่พักอาศัยของบุคลากรภาครัฐ เช่น ที่พักพยาบาลตามโรงพยาบาลและที่พักข้าราชการที่มีสภาพเก่า รวมถึงระบบสาธารณูปโภคภายในอาคารที่อาจต้องได้รับการซ่อมแซม เพื่อให้บุคลากรมีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวสรุปว่า การศึกษาแนวทางพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นประเด็นสำคัญ โดยกรุงเทพมหานครมีความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดำเนินโครงการบ้านมั่นคง สนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและมีความมั่นคงมากขึ้น นอกจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่แล้ว ควรให้ความสำคัญกับการดูแลและปรับปรุงโครงการที่อยู่อาศัยเดิม โดยเฉพาะโครงการเคหะหรือที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษา แม้บางส่วนจะมีการโอนภารกิจให้กรุงเทพมหานครดูแลแล้ว แต่การบริหารจัดการและการปรับปรุงในภาพรวมยังมีข้อจำกัด และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมกันดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการศึกษาควรครอบคลุมทั้งการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ การแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโครงการเดิม โดยจะประสานขอการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลมาร่วมดูแลประชาชนให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
.
ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญจำนวน 9 คน เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ภายในกรอบระยะเวลา 150 วัน โดยมุ่งศึกษาปัญหาและข้อจำกัดเชิงพื้นที่และกฎหมาย งบประมาณและแหล่งเงินทุน การประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การเพิ่มศักยภาพสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัย กทม. เพื่อนำผลการศึกษาไปประกอบการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
#สภากรุงเทพมหานคร #สภากทม #กรุงเทพมหานคร #BMA #BMC


