
(25 ส.ค. 69) พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองและคนไร้ที่พึ่ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์ คลองคูเมืองเดิม คลองหลอดวัดราชนัดดา และคลองหลอดวัดราชบพิธ รวมถึงพื้นที่โดยรอบศาลา 100 ปี วัดราชบพิธ และวัดราชนัดดา โลหะปราสาท โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการแนวทางพัฒนาพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
หัวใจสำคัญ คือ “พัฒนาเมือง ควบคู่พัฒนาคน” กทม. มุ่งปรับพื้นที่ริมคลองและพื้นที่สาธารณะให้ สะอาด เป็นระเบียบ สวยงาม และปลอดภัย พร้อมพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการสัญจรให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ประวัติศาสตร์ ซึ่งเชื่อมโยงทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ชุมชน และการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน กทม. ให้ความสำคัญกับการดูแล คนไร้ที่พึ่งและกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะ โดยเน้นการคัดกรอง ช่วยเหลือ และส่งต่อเข้าสู่ระบบการดูแล เพื่อให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตและพึ่งพาตนเองได้
จากการสำรวจปี 2568–2569 พบคนไร้บ้านในกรุงเทพฯ ประมาณ 1,300 คน กระจายอยู่ใน 50 เขต โดยพื้นที่ที่พบมากในเขตเมืองชั้นใน ได้แก่ ป้อมปราบศัตรูพ่าย 738 คน พระนคร 351 คน และบางรัก 33 คน ทั้งนี้ ประมาณ 80% มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไร้บ้าน ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ 47% ปัญหาครอบครัว 13% และปัญหาสุขภาพ 3%
กทม. จึงใช้ “บ้านอิ่มใจ” เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือและเป็นที่พักชั่วคราว โดยดูแลครบ 6 ด้าน ได้แก่ อาศัย อาหาร อาภรณ์ อนามัย อาชีพ และออมเงิน พร้อมสนับสนุนการตรวจสุขภาพ สิทธิการรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ การจัดหางาน และการออมเงิน ปัจจุบันมีผู้ที่สามารถออกไปประกอบอาชีพต่อเนื่องแล้ว 34 ราย
ด้านการพัฒนาพื้นที่ กทม. มีแนวทางเชื่อมโยง ภูเขาทอง วัดสระเกศ ป้อมมหากาฬ วัดราชนัดดา โลหะปราสาท และพื้นที่ริมคลอง ให้เป็นเครือข่ายพื้นที่สาธารณะ ทั้งสวนสาธารณะ สวนลอยฟ้า และสะพานเชื่อมพื้นที่ เพิ่มพื้นที่พักผ่อนและใช้ประโยชน์สำหรับประชาชน
พร้อมกันนี้ กทม. จะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณูปโภค ความสะอาด ความปลอดภัย การสัญจร การคัดกรองและส่งต่อคนไร้ที่พึ่ง รวมถึงการฟื้นฟูและส่งเสริมอาชีพ ภายใต้แนวพระราชดำริ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” เพื่อรักษาคุณค่าของพื้นที่ประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการสร้างเมืองที่ น่าอยู่ ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคนอย่างยั่งยืน


