(26 ส.ค. 69) นางสาวทวิดา กมลเวชช พร้อมด้วย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประเทศบังกลาเทศ ในโอกาสเดินทางมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ “Innovations for Climate-smart Urban Development: The Bangkok Experiences” ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร เพื่อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารจัดการเมือง การบูรณาการมิติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับการผังเมือง ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดีในการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม

รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า กทม. ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน โดยเริ่มจากการแต่งตั้งตำแหน่ง Chief Sustainability Officer (CSO) เมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารที่มีอำนาจสั่งการบูรณาการข้ามหน่วยงาน เพื่อกำกับดูแลเป้าหมายด้านความยั่งยืนในภาพรวม พร้อมทั้งปรับโครงสร้างภายในสำนักสิ่งแวดล้อม โดยจัดตั้งสำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
สำหรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันกรุงเทพฯ กำลังเผชิญปัญหาทั้งความร้อนในเมือง (Urban Heat) ฝุ่น PM2.5 ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น น้ำท่วม และน้ำทะเลหนุน กทม. จึงดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามมาตรฐานเมืองน่าอยู่ ผ่านนโยบายปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น เพื่อขยับสัดส่วนพื้นที่สีเขียวให้ได้ตามเป้าหมาย 9 ตารางเมตรต่อคน ควบคู่กับการพัฒนา “สวน 15 นาที” (สวนสาธารณะขนาดเล็กใกล้บ้าน) ซึ่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นแล้วถึง 529 แห่ง และอยู่ระหว่างการสร้างสวนป่าเพิ่มเติม
นอกจากนี้ กทม. ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลและการแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ เช่น BKK Risk Map แผนที่ดิจิทัลแสดงจุดเสี่ยงภัยต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ (น้ำท่วม, อัคคีภัย, ฝุ่น PM2.5, สารเคมี ฯลฯ) แอป AIRBKK รายงานสถานการณ์ฝุ่นและคำแนะนำการดูแลสุขภาพ และ Traffy Fondue ในการรับแจ้งและแก้ไขปัญหาเมืองเชิงรุก
ด้าน รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวเสริมในประเด็นการจัดการฝุ่น PM2.5 ตามหลักวิทยาศาสตร์ ว่า กทม. ศึกษาแหล่งกำเนิดมลพิษและสภาพภูมิอากาศผ่าน 3 เสาหลัก คือ การตรวจวัดค่าฝุ่นและคาดการณ์ล่วงหน้า 7 วัน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว การลดแหล่งกำเนิดฝุ่น ตรวจจับรถควันดำ จัดการไอเสียเครื่องยนต์ดีเซล และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นรอบนอกเพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัย และจัดทำ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศในโรงเรียนสังกัด กทม. นอกจากนี้ กทม. มีแผนที่ดิจิทัลแสดงพิกัดห้องหลบร้อน, สวนใกล้บ้าน, จุดเติมน้ำดื่มฟรี เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความร้อน
นอกจากนี้ คณะผู้แทนจากประเทศบังกลาเทศและผู้บริหาร กทม. ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงแนวทางการจัดการขยะในเขตเมือง เนื่องจากเมืองในบังกลาเทศกำลังประสบปัญหาใหญ่อย่างภูเขาขยะ ซึ่งการหารือในครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองในการนำนวัตกรรมและระบบการบริหารจัดการของ กทม. ไปปรับใช้ต่อไป
สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Innovations for Climate-smart Urban Development (INCLUDE) โดย GIZ ประเทศบังกลาเทศ ภายใต้กิจกรรม “Planting Innovation 2.0: Learning and Exploring Sustainable Urban Solutions in Thailand” (23 – 29 สิงหาคม 2569) โดยมีคณะผู้แทนประมาณ 22 ท่าน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ระดับบริหารและนักวิชาการจากเทศบาลต่าง ๆ ในบังกลาเทศ (ปลัดเทศบาล, วิศวกร, นักผังเมือง), เจ้าหน้าที่กรมวิศวกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (LGED) และคณะเจ้าหน้าที่จาก GIZ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคลของเทศบาลต่าง ๆ ในประเทศบังกลาเทศ ในการรับมือและแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ
#กทม #GIZ


