ส.ก.ปิยะวรรณ จี้แก้ปัญหาจราจรสวนหลวงด้วยสัญญาณไฟอัจฉริยะ ฝ่ายบริหารรับ แยกศรีนุชติดตั้งปี 69 พร้อมประสานตำรวจเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.45 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาระเบียบวาระที่ 3 กระทู้ถามสดของนางสาวปิยะวรรณ จระกา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสวนหลวง เรื่องแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เขตสวนหลวงโดยใช้สัญญาณไฟจราจร

นางสาวปิยะวรรณ กล่าวว่า ปัญหาการจราจรในพื้นที่เขตสวนหลวงเป็นเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณทางแยก ทางร่วม และจุดข้ามถนน ซึ่งประชาชนคาดหวังให้สัญญาณไฟจราจรและสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนนแบบปุ่มกดช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรและเพิ่มความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม จากการประสานข้อมูลพบว่า แม้ กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบด้านงบประมาณในการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร แต่การเปิดใช้งานและการบริหารจัดการสัญญาณไฟเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเห็นว่าการติดตั้งอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาการจราจร หากขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสม

นางสาวปิยะวรรณ ระบุว่า จุดที่ประชาชนร้องเรียนมากที่สุดในพื้นที่ ได้แก่ แยกตลาดกระเทียม แยกบริเวณปากซอยอ่อนนุช 10-17 และแยกศรีนุช บริเวณตลาดเอี่ยมสมบัติ ซึ่งบางจุดแม้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะแล้วกว่า 70 จุดทั่วเมือง ซึ่งสามารถตรวจจับปริมาณการจราจรแบบเรียลไทม์และปรับระยะเวลาสัญญาณไฟเขียว-ไฟแดงได้อัตโนมัติ จึงสอบถามฝ่ายบริหารถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งระบบดังกล่าว รวมถึงแผนนำเทคโนโลยีมาใช้ในทั้ง 3 จุดของเขตสวนหลวง และหน่วยงานที่มีอำนาจควบคุมการบริหารจัดการระบบสัญญาณไฟ

ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า กรุงเทพมหานครพิจารณาติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะในถนนสายหลักที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและมีปัญหาการจราจรติดขัด โดยแยกศรีนุชได้รับการบรรจุในงบประมาณปี 2569 เพื่อดำเนินการติดตั้งแล้ว ส่วนอีกสองจุดยังไม่มีแผนในปีงบประมาณดังกล่าว แต่กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม โดยเฉพาะบริเวณแยกอ่อนนุช 10-17 ซึ่งยังต้องพิจารณาทั้งประสิทธิภาพของระบบเดิม ลักษณะกายภาพของทางแยก และการปรับปรุงช่องจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถ ไม่ใช่เพียงการติดตั้งระบบอัจฉริยะเท่านั้น

นายวิศณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ แต่การเปิดใช้งานและควบคุมสัญญาณไฟยังอยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือในการเปิดใช้งานระบบอัตโนมัติ

นางสาวปิยะวรรณยังตั้งข้อสังเกตว่า ในพื้นที่เขตสวนหลวงมีสัญญาณไฟจราจรหลายจุดที่ติดตั้งแล้ว แต่เปิดใช้งานเพียงสัญญาณไฟกะพริบ หรือบางแห่งไม่ได้เปิดใช้งานเลย ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ พร้อมสอบถามว่ากรุงเทพมหานครสามารถย้ายอุปกรณ์ไปใช้ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นมากกว่าได้หรือไม่

นายวิศณุชี้แจงว่า การย้ายอุปกรณ์สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากต้นทุนหลักของการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไม่ได้อยู่ที่ตัวอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงค่าเดินระบบและงานติดตั้งด้วย

นอกจากนี้ นางสาวปิยะวรรณยังหยิบยกกรณีสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนนแบบปุ่มกดบริเวณหน้าปากซอยพัฒนาการ 30 ซึ่งติดตั้งแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน พร้อมสอบถามแนวทางการบริหารจัดการของฝ่ายบริหาร

ด้านนายวิศณุระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่อนุญาตให้เปิดใช้งานปุ่มกดเพื่อเร่งระบายการจราจร อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความร่วมมือในการเปิดใช้งานระบบดังกล่าว โดยยืนยันว่าความปลอดภัยในการข้ามถนนของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ และจะผลักดันให้มีการใช้สัญญาณไฟปุ่มกดในช่วงเวลาเร่งด่วนอย่างเหมาะสม

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200