สภา กทม. เห็นชอบข้อบัญญัติเพิ่มค่าตอบแทน/เบี้ยประชุมกรรมการ


.
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 10.45 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) โดยมีนายฉัตรชัย หมอดี รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง เบี้ยประชุมกรรมการ ฉบับที่ .. พ.ศ. …. ในวาระที่สองและวาระที่สาม

นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตห้วยขวาง ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ กล่าวรายงานผลการพิจารณาในวาระที่สองว่า คณะกรรมการได้แก้ไขบัญชีท้ายข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร บัญชีหมายเลข 3 โดยเพิ่มเติมข้อความเกี่ยวกับ “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด” ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

สำหรับอัตราเบี้ยประชุมที่กำหนด ได้แก่ ประธานกรรมการ อัตรา 1,500 บาทต่อคนต่อครั้ง กรรมการ อัตรา 1,200 บาทต่อคนต่อครั้ง และเลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการ อัตรา 1,200 บาทต่อคนต่อครั้ง โดยกำหนดหมายเหตุว่า คณะกรรมการดังกล่าวต้องเป็นคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งภายหลังข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้มีผลบังคับใช้ และให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการประชุมไม่เกิน 2 ครั้งต่อเรื่อง

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดใจต่ออัตราเบี้ยประชุมที่กำหนด แต่อยากสอบถามหลักการและเหตุผลว่า การประชุมแต่ละครั้งจะได้รับค่าตอบแทนอย่างไร และเหตุใดจึงกำหนดให้เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อเรื่อง รวมถึงเป็นไปตามข้อกฎหมายหรือระเบียบใด

นายประพฤทธ์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการวิสามัญได้หารือเรื่องนี้แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา การพิจารณาเรื่องอุทธรณ์หรือเรื่องความรับผิดทางละเมิดต่าง ๆ คณะกรรมการต้องทำงานโดยไม่มีเบี้ยประชุมรองรับ ทั้งที่ในแต่ละปีมีเรื่องเข้าสู่การพิจารณาจำนวนมาก ประมาณ 80 เรื่อง โดยสถิติล่าสุดอยู่ที่ 88 เรื่อง จึงเห็นควรเพิ่มค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้คณะกรรมการ โดยใช้งบประมาณประมาณ 500,000-600,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับภาระงานที่ต้องดำเนินการ

ด้านนายพิศนุ อินทร์ชัย ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า การกำหนดอัตราดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด เช่นเดียวกับแนวทางของภาครัฐในการกำหนดเบี้ยประชุมกรรมการ โดยจะใช้กับคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งหลังข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้เท่านั้น ไม่รวมคณะกรรมการที่แต่งตั้งก่อนหน้า และกำหนดให้เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อเรื่อง ในอัตราเดียวกับที่กระทรวงการคลังกำหนด

นายสุทธิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือ หากคณะกรรมการมีสิทธิเบิกเบี้ยประชุมก็ถือเป็นขวัญกำลังใจที่ดี แต่บางเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดอาจต้องประชุมหลายครั้ง บางกรณีอาจมากถึง 10 ครั้ง เพราะต้องใช้เวลาสอบสวนและพิจารณาอย่างละเอียด ขณะที่กรรมการมีภาระค่าเดินทางหรือค่าน้ำมัน จึงอยากทราบว่า กทม. สามารถเพิ่มจำนวนครั้งหรือจ่ายเบี้ยประชุมทุกครั้งได้หรือไม่ และจะขัดต่อระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่

นายประพฤทธ์ ชี้แจงว่า ที่ประชุมได้หารือแล้วเห็นว่า อัตราดังกล่าวเป็นอัตราสูงสุดที่สามารถให้ได้ตามระเบียบ ส่วนการกำหนดให้เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อเรื่อง มีเจตนาเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากเกินกว่านั้นจะไม่มีเบี้ยประชุมรองรับ เพื่อเร่งรัดให้การพิจารณาเรื่องความรับผิดทางละเมิดไม่ล่าช้าเกินไป

จากนั้น ที่ประชุมสภา กทม. มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นข้อบัญญัติ ด้วยคะแนนเสียง 29 เสียง ก่อนส่งให้ฝ่ายบริหารพิจารณาและดำเนินการต่อไป

นายประพฤทธ์ได้กล่าวขอบคุณ ส.ก. ทุกท่านที่มีมติผ่านร่างข้อบัญญัติดังกล่าวอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยระบุว่า การปรับปรุงครั้งนี้จะเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเพื่อกรุงเทพมหานครต่อไป

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200