สภากทม. เยือนอินชอน ถอดรหัส Smart City ระดับโลก ยกระดับกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ AI

 

 

สภากรุงเทพมหานคร รุกคืบความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City) ครบรอบ 19 ปี ผนึกกำลังสภามหานครอินชอน เตรียมนำเทคโนโลยี AI และโมเดลการเรียนรู้ตลอดชีวิต มาปรับใช้แก้ปัญหาจราจร-ความปลอดภัย และพัฒนาทักษะอาชีพคนกรุงทุกช่วงวัย

 

นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังนำคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เข้าเยี่ยมคารวะ นายจอง ไฮ-ควอน (Mr. Jung Hai-Kwon) ประธานสภามหานครอินชอน ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนฉันมิตรและความร่วมมือกับสภามหานครอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี ตามคำเชิญของประธานสภามหานครอินชอน ภายใต้กรอบความสัมพันธ์สภาบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2569 สำหรับการเดินทางเยือนสภามหานครอินชอนในครั้งนี้ มีประเด็นการประชุมหารือเกี่ยวกับการทำงานระหว่างสภาทั้งสองใน 2 มิติ คือ มิติด้านเศรษฐกิจ และมิติด้านการศึกษาและการเรียนรู้ อันเกี่ยวข้องกับภารกิจการทำงานของคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร เพื่อสานต่อความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองยุคใหม่ อันจะเป็นการส่งเสริมการเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ ให้ทันสมัยเทียบชั้นสากล

 

สภากรุงเทพมหานครและสภามหานครอินชอน ได้แลกเปลี่ยนคณะผู้แทนเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรนับตั้งแต่ที่ทั้งสองสภาเมืองได้ร่วมกันลงนามลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสภากรุงเทพมหานคร และสภามหานครอินชอน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 มีการแลกเปลี่ยนคณะเดินทางระหว่างกันอย่างเป็นทางการตลอดมาเป็นระยะเวลา 18 ปี นำมาซึ่งมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองสภา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มพูนความสัมพันธ์อันดีในระดับประเทศ โดยเมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2568 คณะสภามหานครอินชอน นำโดยท่านประธานสภามหานครอินชอน ได้เดินทางไปเยือนสภากรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 20 – 24 ธันวาคม 2568 

 

*ยกระดับ Smart City ด้วย AI และ Big Data

 

ในการประชุมแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ อินชอนเป็นประตูหลักสู่เกาหลีใต้ด้วยท่าเรือและสนามบินนานาชาติ เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ของอาเซียน อินชอนมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Incheon Free Economic Zone – IFEZ) คือเขตเศรษฐกิจพิเศษสำคัญของเกาหลีใต้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 ครอบคลุมพื้นที่ซงโด (Songdo) ชองนา (Cheongna) และยองจง (Yeongjong) เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ธุรกิจการเงิน และการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งเน้นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยว มีการกำหนดคณะกรรมาธิการเพื่อพัฒนาพื้นที่และดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่ง IFEZ มีโครงการพัฒนาที่คล้ายกับ EEC ของไทย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ทั้งสองเมืองมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดย IFEZ เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะระดับโลกที่ กทม. นำมาเป็นแนวทางในการจัดการเมืองแบบ Real-time

 

ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะของ IFEZ เป็นศูนย์รวมข้อมูลที่เชื่อมโยงข้อมูลจากเซนเซอร์และกล้อง CCTV ทั่วเมืองมาไว้ที่หน้าจอเดียวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการ 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการจราจร จะปรับสัญญาณไฟจราจรตามความหนาแน่นแบบ Real-time และแจ้งเตือนจุดจอดรถว่างผ่านแอปฯ ด้านความปลอดภัย มีการใช้ระบบ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติหรืออุบัติเหตุ และประสานงานตำรวจ/กู้ภัยได้ทันที ด้านสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพอากาศ (PM2.5) และระดับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้ทันท่วงที ด้านการจัดการพลังงาน มีการควบคุมการใช้ไฟส่องสว่างสาธารณะเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งจุดเด่นที่อินชอนเหนือกว่าเมืองอื่นคือ “Living Lab” หรือการให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมทดสอบนวัตกรรมใหม่ๆ ก่อนใช้งานจริง ซึ่งเป็นโมเดลที่ กทม. กำลังเริ่มทำในย่านนวัตกรรมต่างๆ เช่น ย่านอารีย์ และย่านคลองสาน

 

สำหรับแนวโน้มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองเมืองจะเน้นในด้านการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเมือง (Smart City Operation Center) เพื่อแก้ปัญหาจราจรและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนให้บริษัทขนาดใหญ่จากอินชอนเข้ามาขยายธุรกิจในกรุงเทพฯ มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ และพัฒนาการแลกเปลี่ยนในระดับสภามหานคร เพื่อสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนในระดับนโยบายและการศึกษาของเยาวชน

 

สำหรับด้านการศึกษา สภากรุงเทพมหานคร ได้ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตอินชอน สำนักงานการศึกษานครอินชอน ซึ่งเป็นนโยบายเมืองแห่งการเรียนรู้ของเกาหลีใต้ โดยมีการดำเนินงานผ่านหน่วยงานหลักและเขตพื้นที่เพื่อรองรับคนทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่นำไปใช้ได้จริงและยกระดับคุณภาพชีวิต อาทิ หลักสูตรภาษาและวัฒนธรรม ทักษะอาชีพและดิจิทัล พื้นที่การเรียนรู้ มีห้องสมุดอัจฉริยะ พื้นที่ทำงานร่วมกัน และศูนย์กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ เน้นให้บริการกับผู้สูงอายุเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องการให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมร่วมกัน ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า บางคนนำวิชาชีพที่เรียนไปประกอบอาชีพสร้างรายได้หลังเกษียณได้อีก ซึ่งกทม. ได้นำโมเดลศูนย์การเรียนรู้ของอินชอนมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาการเรียนการสอน ทั้งในรูปแบบ โรงเรียนฝึกอาชีพ ศูนย์เยาวชน ในเขตต่างๆ ของกรุงเทพฯ

 

“การบริหารจัดการจราจรและระบบความปลอดภัยที่ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งสภากทม. เล็งเห็นว่าเป็นโมเดลสำคัญที่จะนำมาปรับใช้กับโครงการ Smart City ในเขตต่างๆ ของกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาจราจรและจุดเสี่ยงอาชญากรรมอย่างยั่งยืน นอกจากเรื่องการบริหารจัดการเมืองแล้ว ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตอินชอน ยังมีกลไกการส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับพลเมืองทุกช่วงวัย โดยสภากทม. มีแผนที่จะนำองค์ความรู้ด้านการจัดสรรงบประมาณและหลักสูตรดิจิทัลของอินชอน มาพัฒนาศูนย์เรียนรู้สร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น การเยือนในครั้งนี้จึงถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ครบรอบปีที่ 19 ของการเป็นเมืองพี่เมืองน้อง โดยสภากทม. พร้อมขับเคลื่อนผลการหารือสู่ข้อบัญญัติและการจัดสรรงบประมาณ เพื่อยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และทันสมัยเทียบเท่าระดับสากลต่อไป” นายวิพุธ กล่าว

 

——————————–

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200