สภา กทม. รุกคืบกระชับสัมพันธ์ไทย-จีน เล็งดึงนวัตกรรม ‘เจิ้นเจียงโมเดล’ ยกระดับการจัดการน้ำและจราจร ด้วย AI สู่กรุงเทพฯ


เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายฉัตรชัย หมอดี รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง นำคณะผู้แทนสภากรุงเทพมหานคร เยี่ยมคารวะกงสุลใหญ่ประจำนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนางสาววินัญดา วรรณสิน รองกงสุลใหญ่ รักษาการกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และเจ้าหน้าที่ประจำกงสุลให้การต้อนรับ
.
“สภากรุงเทพมหานครกำลังขยายความสัมพันธ์ระหว่างสภาต่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการหารือแลกเปลี่ยนความรู้ กระชับความสัมพันธ์กับหลายเมือง หลายประเทศ ทั้งโซนยุโรป เอเชีย และจีน ซึ่งประเทศจีนนั้นเป็นเมืองขนาดใหญ่มีหลายมณฑล หลายเมือง ทั้งเมืองหลักและเมืองรองที่ประชาชนยังไม่รู้จัก สภา กทม. เห็นถึงความสำคัญของเมืองรอง ซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการที่จะแลกเปลี่ยนเรื่องของกฎหมายด้านนิติบัญญัติ หรือข้อมูลการพัฒนาเมืองโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ” ประธานสภา กทม. กล่าว

“เมืองเจิ้นเจียงอยู่ในมณฑลเจียงซู เป็น 1 ใน 3 มณฑลทางภาคตะวันออก พื้นที่นี้เรียกว่าเขต YRD (Yangtze River Delta) หรือเขตแยงซีริเวอร์เดลต้า เป็นเขตที่อยู่ในกรอบเศรษฐกิจแม่น้ำแยงซี ประกอบด้วยมณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง มณฑลอันฮุย ในทั้งหมดนี้ 3 มณฑล รวมเซี่ยงไฮ้จะเรียกว่าเป็นเขตซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) ของจีน เป็นเขตยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์ เมืองเจิ้นเจียงนั้นมียุทธศาสตร์ที่คล้ายกับกรุงเทพมหานครคือตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำทำให้สามารถพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำได้ อีกทั้งมีการบริหารจัดการน้ำท่วม มีระบบการบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับการเป็นแบบอย่างในการพัฒนากรุงเทพมหานคร” รองกงสุล แนะนำเมืองเจิ้นเจียง
.
ในที่ประชุมสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้หารือแลกเปลี่ยนความรู้โดยมีเรื่องที่น่าสนใจดังนี้
ด้านเศรษฐกิจกับการพัฒนาด้วยระบบดิจิทัล สังคมจีนในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ทั้งการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถโดยสารสาธารณะ รวมถึงบริการด้านการแพทย์ ทำให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว หากกรุงเทพมหานครนำระบบนี้ไปพัฒนาต่อจะทำให้คุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ดียิ่งขึ้น
.
ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ประเทศจีนกำลังมุ้งเน้นพัฒนา AI โดยมีนโยบายให้นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา สตาร์ทอัพต่าง ๆ เข้ามาลงทุน อีกทั้งยังพัฒนาเทคโนโลยีฟิสิกส์ขั้นแอดวานซ์ แบบควอนตัม (Quantum) พลาสมา (Plasma) ซึ่งเป็นศาสตร์สำคัญแห่งอนาคต และประเทศจีนยังเลือกใช้พลังงานสะอาดทั้งโซลาร์เซลล์ พลังงานลม ชีวภาพ (Biomass)
ด้านการท่องเที่ยว สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ถามในที่ประชุมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยลดลงมากสาเหตุเกิดจากนโยบายในประเทศหรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่กงสุลชี้แจงว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนนั้นไม่ได้ลดลง หลังจากมีฟรีวีซ่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่ยังเทียบกับก่อนเกิดวิกฤต Covid-19 ไม่ได้ อีกทั้งเรื่อง “ความเชื่อมั่น” ในการท่องเที่ยวประเทศไทย เพราะมีกระแสในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับความปลอดภัย การถูกหลอกจากแก็งคอลเซ็นเตอร์ และข่าวลือเชิงลบเกี่ยวกับประเทศไทยแพร่หลายมากในจีน ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังเร่งแก้ไขปัญหานี้อยู่ รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจในประเทศที่ประชาชนเริ่มประหยัดเงินมากขึ้น และหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นด้วย
.
ด้านการจราจร ส.ก. ถามถึงรถโดยสารในประเทศจีนว่าเป็นระบบแบบใด เพราะในกรุงเทพมหานครยังคงใช้แบบพลังงานดีเซลเป็นส่วนมาก ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 มาโดยตลอด และมีระบบ AI เข้ามาใช้ในการจราจรหรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่กงสุล กล่าวว่า รถโดยสารสาธารณะในประเทศจีนเกือบทั้งหมดเป็นระบบไฟฟ้า ที่เหมือนกับสภากรุงเทพมหานครเคยผลักดันเรื่องดังกล่าว ทำให้ลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ในเมืองได้มาก ส่วนทางด้านการจราจรจะมีศูนย์ควบคุมจราจรขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบ AI ปรับเปลี่ยนเวลาไฟจราจรตามปริมาณรถจริงได้แบบเรียลไทม์ (Real-time)
.
“ผมเชื่อว่าสิ่งที่สภากรุงเทพมหานครกำลังดำเนินการ ฟังอาจจะดูเป็นเหมือนงานเล็ก ๆ แต่ผมเชื่อว่าถ้าทำสิ่งเล็ก ๆ ให้ต่อเนื่อง และทำไปเรื่อย ๆ ผมว่าน่าจะช่วยให้ภาพรวมของกรุงเทพมหานครดีมากขึ้นในไม่ช้า” ประธานสภา กทม. กล่าวทิ้งท้าย
.
ทางกงสุลใหญ่ยินดีเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ของสภากรุงเทพมานครกับสภาประชาชนของประเทศจีนในการช่วยเหลือ ผลักดันการทำงานที่ส่งผลดีกับประชาชนกรุงเทพมหานครและประเทศไทย รองกงสุล กล่าวทิ้งท้าย

แชร์ข่าว:

ข่าวเกี่ยวข้อง

‘สภากรุงเทพฯ’ เห็นชอบญัตติคุมเข้มความปลอดภัยสระว่ายน้ำ หลังเกิดเหตุเศร้านักเรียนจมน้ำเสียชีวิต ด้าน “ส.ก.พุทธิพัชร์” จี้ฝ่ายบริหารเร่งสังคยานากฎหมายล้าหลัง หวั่นทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

“ดร.จอห์น” แจ้ง ผู้รับเหมาทิ้งงานสร้างสำนักงานเขตลาดกระบังแห่งใหม่ สูญงบกว่า 157 ล้าน จี้ กทม. ไล่เบี้ยบริษัท หลังทิ้งงานซ้ำซาก ด้าน “ชัชชาติ” ยอมรับเป็นมรดกปัญหา พร้อมเร่งแก้คุณสมบัติประมูลงาน ด้าน “สุทธิชัย” ไล่บี้ เปิดชื่อบริษัท ถามโวย กทม. เสียหาย

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200