
(10 ก.พ. 69) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตประเวศ
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แพลนท์ปูนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด (CPAC) บางนา กม.8 ถนนรามคำแหง 2 ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการตรวจสอบเครื่องพ่นละอองน้ำโดยรอบให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตรวจสอบแนวรั้วโดยรอบให้มีความสูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบแพลนท์ปูน หาแนวทางปรับปรุงพื้นภายในแพลนท์ปูนให้มีความลาดเอียง ล้างทำความสะอาดล้อรถโม่ปูนก่อนออกจากแพลนท์ปูน ตรวจสอบบ่อคายกากคอนกรีตและบ่อตกตะกอน ไม่ให้มีตะกอนปูนล้นออกมานอกบ่อพัก ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลให้มองเห็นได้ชัดเจน ตรวจวัดค่าควันดำรถโม่ปูนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถโม่ปูนในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน 9 แห่ง ประเภทแพลนท์ปูน 5 แห่ง สถานที่ก่อสร้าง 5 แห่ง ท่าจอดรถสองแถว 4 แห่ง พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมสถานประกอบการไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่รกร้างและการลักลอบทิ้งขยะ บริเวณซอยอ่อนนุช 66 แยก 19-18 ซึ่งเขตฯ ได้ประสานเจ้าของที่ดินดำเนินการพัฒนาพื้นที่ จัดทำแนวรั้วล้อมรอบให้มิดชิด เพื่อป้องกันการบุกรุกและลักลอบทิ้งขยะ นอกจากนี้ เขตฯ ได้ติดตั้งป้ายประกาศห้ามทิ้งขยะ นำต้นไม้มาตั้งวางเป็นแนวรั้ว สำรวจการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ซึ่งพบว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่มีการใช้ประโยชน์ เจ้าของที่ดินปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า โดยจะจัดเก็บภาษีตามอัตราที่กำหนด จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบนำขยะชิ้นใหญ่และเศษวัสดุจากการก่อสร้างมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ พิจารณาดำเนินการตามข้อกฎหมายที่กำหนด จำนวน 7 ฉบับ ดังนี้ 1.พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 2.พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 3.พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 4.ประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินที่ถูกทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าให้ตกเป็นของรัฐ พ.ศ. 2522 5.พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 6.พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 7.พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกอบพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2564 เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารยงเจริญคอมเพล็กซ์ เฟส 1-2 ซอยศรีนครินทร์ 40 พื้นที่ 7 ไร่ 5 งาน 25 ตารางวา ประกอบด้วย 9 อาคาร ความสูง 8-9 ชั้น ห้องพัก 2,190 ห้อง ผู้พักอาศัย 1,700-1,800 ห้อง เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ เจ้าหน้าที่ดูแลจุดพักขยะ จะนำขยะเศษอาหารมารวมไว้บริเวณจุดทิ้งขยะสำหรับเศษอาหาร เขตฯ จัดเก็บนำไปให้เกษตรกรเป็นอาหารปลา 2.ขยะรีไซเคิล เจ้าหน้าที่ดูแลจุดพักขยะ จะนำขยะรีไซเคิล มาคัดแยกแต่ละประเภท เพื่อนำไปจำหน่าย 3.ขยะทั่วไป เจ้าหน้าที่ดูแลจุดพักขยะ จะคัดแยกขยะทั่วไปบริเวณจุดพักขยะรวม 4.ขยะอันตราย เจ้าหน้าที่ดูแลจุดพักขยะ จะนำขยะอันตรายมารวมไว้ที่จุดพักขยะอันตราย แจ้งเขตฯ จัดเก็บ สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 30,300 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 28,560 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 1,500 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 240 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายก่อนคัดแยก 15 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลประเภทถุงพลาสติกที่สามารถคัดแยกออกมาจากขยะทั่วไปได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน 1 จุด คือพื้นที่ว่างปากซอยอ่อนนุช 70 ผู้ค้า 53 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-23.00 น. ในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 2 จุด ได้แก่ 1.ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 21 ผู้ค้า 26 ราย 2.หน้าโรงเรียนบ้านหนองบอน ผู้ค้า 7 ราย ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน 1 จุด คือตลาดอ่อนนุช 70/1 แยก 2 ผู้ค้า 119 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-19.00 น. โดยเขตฯ มีแนวคิดพัฒนาจุดทำการค้าดังกล่าวให้เป็นตลาดนัดชุมชน ส่วนในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด คือตลาดโรงถ่าน ถนนสุขาภิบาล 2 ผู้ค้า 36 ราย นอกจากนี้ เขตฯ จัดทำ Hawker Center ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 83 พื้นที่ 2 ไร่ เป็นที่ดินของเอกชน สามารถรองรับผู้ค้าได้ 100 ราย จัดเก็บค่าเช่าในอัตราที่เจ้าของพื้นที่กำหนด
ในส่วนของการจัดทำสวน 15 นาที ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.สวนพัฒนาภิรมย์ พื้นที่ 3 ไร่ 2.สวนสุขภาพประเวศ พื้นที่ 10 ไร่ 3.สวนวงเวียนเจ้าแม่กวนอิม พื้นที่ 2 งาน สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนเฉลิมพัฒน์ พื้นที่ 3 ไร่ 2.สวนกาญจนาบารเมษฐ์ พื้นที่ 3 ไร่ 3.สวนคลองปักหลักพัฒนา พื้นที่ 2 ไร่ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวง 4.สวนคลองปักหลัก 2 ริมถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งขาเข้า พื้นที่ 3 ไร่ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวง 5.สวนริมถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งขาออก บริเวณหน้าบริษัทมิตแลนท์ พื้นที่ 1.5 ไร่ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวง 6.สวนริมถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งขาออก บริเวณหน้าร้านอาหารเลคเฮ้าส์ พื้นที่ 1.5 ไร่ กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมทางหลวง 7.สวนประเวศสุขใจ หรือสวนอาคารสงเคราะห์ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประเวศ (แฟลต 72) หรือ พื้นที่ 1 งาน 75 ตารางวา 8.สวนห้าง Paradise พื้นที่ 1 งาน 25 ตารางวา 9.สวนชุมชนดอกไม้ พื้นที่ 1 งาน 22.5 ตารางวา 10.สวนศรีนครินทร์ 59 พื้นที่ 12.5 ตารางวา ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ ดูแลรักษาสวน 15 นาทีที่จัดทำเสร็จแล้ว ให้มีความร่มรื่นสวยงามอยู่เสมอ
ในการนี้ นายเรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผู้อำนวยการเขตประเวศ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตประเวศ ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี
#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60
—– (จิรัฐคม…สปส. รายงาน)


