
(18 ส.ค. 69) เวลา 14.30 น. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าวผลการคัดสรรผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) 2026 โดยมี นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาสังคม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และผู้ประกอบการ ร่วมงาน ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เขตห้วยขวาง
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ และขอขอบคุณสำนักพัฒนาสังคมที่ได้ดำเนินการคัดสรรผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ในโอกาสนี้ ขอกล่าวถึงนโยบายโดยสรุป ในสมัยที่ผ่านมา เรามีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน มีการดูแลสาธารณูปโภคและคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ในปัจจุบันโลกมีความเปลี่ยนแปลงและผันผวนมากขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI รวมถึงความท้าทายด้านธุรกิจและเศรษฐกิจ ดังนั้น วิสัยทัศน์ในสมัยนี้จึงมุ่งสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองแห่งโอกาสและความหวัง โดยยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความน่าอยู่ของเมือง ควบคู่กับการส่งเสริมและยกระดับเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
การสร้างเมืองแห่งโอกาสแบ่งเป็น 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาทักษะของประชาชน การพัฒนาทักษะไม่ได้สำคัญเฉพาะคนรุ่นใหม่ แต่สำคัญกับคนทำงานทุกช่วงวัย เพราะโลกธุรกิจและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การยกระดับทักษะจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและแข่งขันในตลาดแรงงานได้ 2.การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs กรุงเทพมหานครมีผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมาก ซึ่งสร้างงานให้กับประชาชนหลายล้านคน แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ เราจึงต้องสร้างระบบที่ช่วยให้คนสามารถทดลองทำธุรกิจได้โดยมีความเสี่ยงต่ำ เช่น การสนับสนุนพื้นที่หรือรูปแบบธุรกิจที่ช่วยให้ผู้ประกอบการทดลองขายสินค้า สร้างฐานลูกค้า และเก็บประวัติการขายก่อนที่จะลงทุนขยายกิจการเต็มรูปแบบ เมื่อธุรกิจมีข้อมูลและผลการดำเนินงานที่ชัดเจน ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและขยายธุรกิจต่อไป 3.การดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่และการลงทุนจากต่างประเทศ กรุงเทพมหานครมีบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากและมีการจ้างงานในระดับสูง แต่ยังมีบริษัทต่างชาติอีกจำนวนหนึ่งที่เลือกเมืองอื่น เช่น สิงคโปร์ เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เราจึงต้องสร้างสภาพแวดล้อมและโอกาสทางธุรกิจที่สามารถดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่และนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่หรือดำเนินธุรกิจในกรุงเทพมหานครมากขึ้น เพราะเมื่อมีบริษัทขนาดใหญ่เข้ามา ก็จะเกิดการจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยตามมา ทั้ง 3 มิตินี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ระดับบุคคล ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่และการลงทุนระหว่างประเทศ
รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดงานในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริมผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรร ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดและสร้างโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปเป็นตัวแทนของกรุงเทพมหานครในการพบปะกับนักลงทุนและผู้แทนจากต่างประเทศ ซึ่งในอนาคตยังมีแนวคิดที่จะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า เช่น ในสนามบินหรือพื้นที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของกรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และเป็นของฝากที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
สุดท้ายนี้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการทุกท่านที่ได้รับรางวัลอีกครั้ง และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมในการคัดสรรและสนับสนุนผู้ประกอบการในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกจะสามารถเติบโต สร้างโอกาส และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครต่อไป
กรุงเทพมหานคร โดยสำนักพัฒนาสังคม จัดงานแถลงข่าว “ผลการคัดสรรผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) 2026” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เพื่อประกาศผลการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองเป็นผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) ประจำปี 2569 พร้อมรายงานผลการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และเปิดพื้นที่เชื่อมโยงโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน สะท้อนบทบาทของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
โครงการ Bangkok Brand เป็นกลไกสำคัญของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐานการผลิต ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมก้าวสู่การแข่งขันในตลาดยุคใหม่ในปี 2569 โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเข้าร่วมการคัดสรร จำนวน 834 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ 5 ประเภท ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่น สุขภาพและความงาม และงานคราฟต์และหัตถกรรม สะท้อนถึงความเข้มแข็งของผู้ประกอบการชุมชนและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร
ภายหลังการพิจารณาและตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของโครงการ มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดสรรและได้รับการรับรองเป็น ผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานคร (Bangkok Brand) 2026 จำนวน 604 ผลิตภัณฑ์ จากผู้ประกอบการทั้งหมด 440 ผู้ประกอบการ ซึ่งมีจำนวนผู้ประกอบการเข้าร่วมการคัดสรรมากกว่าครั้งที่ผ่านมา ระดับการรับรองคุณภาพออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Bangkok Brand Family จำนวน 51 ผลิตภัณฑ์ Bangkok Brand Gold จำนวน 145 ผลิตภัณฑ์ Bangkok Brand Platinum จำนวน 182 ผลิตภัณฑ์ และ Bangkok Brand Premium จำนวน 226 ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้การรับรองทั้ง 4 ระดับสะท้อนเส้นทางการพัฒนาของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานพื้นฐาน การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการสร้างศักยภาพของผลิตภัณฑ์ให้พร้อมแข่งขันในตลาดระดับประเทศและระดับนานาชาติ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ผ่านการคัดสรรได้รับการประเมินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างเข้มข้น ทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การออกแบบ บรรจุภัณฑ์ อัตลักษณ์ความเป็นกรุงเทพมหานคร และศักยภาพทางการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรา Bangkok Brand เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความภาคภูมิใจของผู้ประกอบการกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้คัดเลือก Bangkok Brand Select 2026 จำนวน 38 ราย เพื่อยกย่องผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น สะท้อนอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่แบรนด์ต้นแบบของเมือง สำหรับกิจกรรมภายในงาน นอกจากพิธีประกาศผลและมอบเกียรติบัตรแล้ว ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ประเภท การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ อาทิ การเจาะตลาดจีน โอกาสเข้าสู่ร้าน 7-Eleven การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และ Workshop การขายออนไลน์บน Marketplace ด้วยเทคนิค AI เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพโดยตรงจากผู้ผลิตกรุงเทพมหานครเชื่อมั่นว่า Bangkok Brand จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน ส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์กรุงเทพมหานครให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ Bangkok Brand 2026 และ Bangkok Brand Select 2026 ได้ระหว่างวันที่ 18–19 สิงหาคม 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 พร้อมร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ตลอดทั้งงาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Bangkokbrand2026 และwww.bangkokbrand.com
─── (จิรัฐคม…สปส. รายงาน)


