
(21 ม.ค. 2569) การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ประธานการประชุม และมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)
ในการประชุม นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตห้วยขวาง ได้ตั้งกระทู้ถามสด เรื่อง ความคืบหน้าโครงการปรับปรุงเขื่อน ค.ส.ล. คลองน้ำแก้ว จากคลองพญาเวิกถึงคลองลาดพร้าว เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการปรับปรุงเขื่อน ค.ส.ล. คลองน้ำแก้ว จากคลองพญาเวิกถึงคลองลาดพร้าว ซึ่งเป็นโครงการสำคัญด้านการระบายน้ำในพื้นที่เขตห้วยขวางและเขตจตุจักร โดยเริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 และสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 มีระยะเวลาดำเนินการ 1,504 วัน ซึ่งผู้รับจ้างได้ขอขยายอายุสัญญา โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2568 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าไม่มีคนงานหรือการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ และหากการดำเนินงานล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครโดยรวม จึงขอสอบถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครถึงความคืบหน้าโครงการดังกล่าว
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า โครงการมีความก้าวหน้าประมาณร้อยละ 66 แต่ประสบปัญหาหลายประการ อาทิ การรุกล้ำพื้นที่ของประชาชน การเคลื่อนย้ายสาธารณูปโภค รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้โครงการได้รับการขยายระยะเวลาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี อีกทั้งในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา สำนักการระบายน้ำมีความจำเป็นต้องสั่งหยุดงานชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งกีดขวางทางน้ำ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังสิ้นสุดฤดูฝน สำนักการระบายน้ำได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างกลับเข้าดำเนินการ แต่ผู้รับจ้างยังไม่เข้าพื้นที่ตามกำหนด จนกรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญา ก่อนที่ผู้รับจ้างจะมีหนังสือตอบกลับแสดงความประสงค์ขอกลับเข้าดำเนินงานอีกครั้ง โดยได้นำเครื่องจักรเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 18–19 มกราคม 2569 และเริ่มมีบุคลากรเข้าดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 เป็นต้นมา ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 และหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด กรุงเทพมหานครพร้อมใช้มาตรการบอกเลิกสัญญาทันที
นายประพฤทธ์ ยังได้ตั้งคำถามเพิ่มเติมถึง “บทเรียน” จากโครงการที่เกิดความล่าช้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในโครงการอื่น ๆ โดยผู้บริหารกรุงเทพมหานครชี้แจงว่า สาเหตุสำคัญมาจากการขยายเวลาสัญญาตามมาตรการช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้ผู้รับจ้างมีระยะเวลาเพิ่มเติม ส่งผลต่อความเร่งรัดในการดำเนินงาน อย่างไรก็ดี กรุงเทพมหานครควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับติดตาม และหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขใหม่ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ช่วงท้าย นายประพฤทธ์ ฝากถึงฝ่ายบริหารให้ติดตามและกวดขันการทำงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถดำเนินการเฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น แต่จำเป็นต้องเร่งรัดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี พร้อมย้ำว่าจะติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงเขื่อนคลองน้ำแก้วอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป


