สายไหมอเวนิวขานรับแยกขยะไม่เทรวม ผุดสวนสายไหมหมู่บ้านชัยพัฒน์ ล้อมรั้วป้องกันลักลอบทิ้งขยะเพิ่มสิน 26 ส่องกล้องจับภาพขับขี่บนทางเท้า

(30 ธ.ค. 68) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตสายไหม

เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ สายไหม อเวนิว ถนนสายไหม พื้นที่ 21,906 ตารางเมตร มีผู้ใช้บริการ 2,000 คน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2566 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหาร เศษผลไม้ รวบรวมใส่ถัง เขตฯ จัดเก็บไปทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เศษอาหารบางส่วน จะมีผู้มารับนำไปเลี้ยงปลา 2.ขยะรีไซเคิล ประเภทน้ำมันประกอบอาหารผ่านการใช้งาน รวบรวมส่งกลับบริษัท บางส่วนร้านค้าย่อย รวบรวมนำไปขายลิตรละ 18-20 บาท ประเภทลังกระดาษ กล่องบรรจุภัณฑ์ ร้านค้ารวบรวมส่งกลับคืนบริษัท เช่น MR.D.I.Y. ร้านยา Fascino Tops Market ส่งกลับ และใช้บรรจุสินค้าให้ลูกค้า ส่วนผู้ประกอบการรายย่อย นำไปทิ้งจุดแยกด้านหลังโครงการฯ กล่องโฟมปลาแซลม่อน จะมีผู้อาศัยละแวกใกล้เคียงขอนำไปปลูกผัก ส่วนกล่องที่มีคุณภาพดี มีผู้มาซื้อนำไปปลูกผักโฮโดรโปนิก 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป เช่น ขวดน้ำ แก้วน้ำ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก ทิ้งตามถังแยกประเภท มี รปภ. เฝ้าสังเกต มีกล้องวงจรปิดสอดส่อง 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย เช่น หลอดไฟฟ้า กระป๋องสเปรย์ เคมี นำไปทิ้งจุดแยกด้านหลังโครงการฯ สำหรับปริมาณขยะก่อนและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 4,000 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 3,200 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 150 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 650 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 2 กิโลกรัม/วัน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลที่สามารถคัดแยกออกมาได้อีก ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด ส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท โดยให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการส่งข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน

พัฒนาสวน 15 นาที สวนสายไหม หมู่บ้านชัยพัฒน์ ถนนเพิ่มสิน ซึ่งเขตฯ ได้พัฒนาพื้นที่ว่าง จัดทำทางเดินวิ่ง ตั้งวางม้านั่ง ปลูกไม้พุ่มไม้ประดับเพิ่มเติม อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารเขตฯ ร่วมกันปลูกต้นทองอุไร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความร่มรื่นและสวยงามให้กับสวนดังกล่าว ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 1 แห่ง คือสวนสายไหมสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา พื้นที่ 14,000 ตารางเมตร สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนสายไหมชุมชนวัชรพล 3 พื้นที่ 4,800 ตารางเมตร 2.สวนสายไหมวังอ้ายแป้ง พื้นที่ 400 ตารางเมตร 3.สวนสายไหม-ทางหลวง พื้นที่ 1,558 ตารางเมตร 4.สวนสายไหม-จิตภาวรรณ 1 ร่วมใจ (สวนเทิดพระเกียรติ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567) พื้นที่ 800 ตารางเมตร 5.สวนสายไหม-เทพรักษ์ 1 พื้นที่ 400 ตารางเมตร 6.สวนสายไหมเธียรสวน กสบ. ร่วมใจพัฒนา (คลองสอง) พื้นที่ 2,200 ตารางเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 7.สวนสายไหมประตูกรุงเทพ พื้นที่ 400 ตารางเมตร 8.สวนสายไหมชุมชนหมู่บ้านพัฒนาหมู่ 1 พื้นที่ 260 ตารางเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 9.สวนสายไหม สน.สายไหม พื้นที่ 800 ตารางเมตร 10.สวนสายไหม หมู่บ้านชัยพัฒน์ พื้นที่ 1,250 ตารางเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาที ให้แล้วเสร็จครบทั้ง 10 แห่ง โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่จะเข้ามาใช้บริการ เพื่อให้การจัดทำสวน 15 นาที เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่รกร้างและลักลอบทิ้งขยะ บริเวณซอยเพิ่มสิน 26 จากการสำรวจในพื้นที่พบว่า มีพื้นที่รกร้างที่มีการลักลอบทิ้งขยะ 116 โฉนด ที่ผ่านมาเขตฯ ประสานเจ้าของที่ดินดำเนินการแก้ไขแล้ว 114 โฉนด อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข 1 โฉนด อยู่ระหว่างจัดการมรดก 1 โฉนด โดยเจ้าของที่ดินดำเนินการล้อมรั้วโดยรอบ จัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ พัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้เขตฯ ได้ตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากที่ดิน หากไม่มีการใช้ประโยชน์หรือปล่อยไว้เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จะดำเนินการจัดเก็บภาษีตามอัตราที่กำหนด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ป้องกันการลักลอบนำเศษวัสดุจากสิ่งปลูกสร้างหรือขยะชิ้นใหญ่มาทิ้ง

ตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณปากซอยเทพรักษ์ 45 ซึ่งเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1.ปากซอยพหลโยธิน 60 2.ปากซอยเทพรักษ์ 39 3.ปากซอยเทพรักษ์ 45 เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจร เปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า บังคับการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเขตฯ ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ติดตั้งเสาเหล็กกั้นป้องกันรถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนทางเท้า ในส่วนของการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 101 วิน ผู้ขับขี่ 1,583 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 10 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่ถูกต้องตามเกณฑ์จะแจ้งข้อบกพร่องให้ผู้ขับขี่รับทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด ตรวจสอบจำนวนผู้ขับขี่ในแต่ละวิน จัดทำข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน

ในการนี้ นายชัยวัฒน์ รังษีภโนดร ผู้อำนวยการเขตสายไหม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตสายไหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #เศรษฐกิจดี #ปลอดภัยดี#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY

—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)

แชร์ข่าว:
กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200