logo
📣เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ‼️ 👀 ระหว่างวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 2566 .. พื้นที่กรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ กรุงธนใต้  ⚠️ ก่อนออกจากบ้านอย่าลืม ตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศ เพื่อวางแผนการเดินทาง ลดระยะเวลา หรืองดการทำงาน ทำกิจกรรม หรือ ☀️ ออกกำลังกายกลางแจ้ง…              📣เตือนอากาศเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้.. 👀 อุณหภูมิจะสูงขึ้น 3 – 6 องศาเซลเซียสเป็นลักษณะของอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันจึงเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย ⚠️ จึงควรดูแลร่างกายของตนเองให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเจ็บป่วย…
ผู้ว่าฯ กทม.จับมือ คพ. ติดตามสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 เร่งควบคุมสาเหตุการเกิดฝุ่น

 

(24 ม.ค.66) เวลา 16.00 น. : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมร่วมกับนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เพื่อหารือความร่วมมือ รวมทั้งสรุปสถานการณ์ การคาดการณ์ และการยกระดับมาตรการช่วงสถานการณ์ฝุ่น pm2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน โดยเปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ณ เวลานี้(16.30 น.) สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครดีขึ้น เนื่องจากอากาศยกตัวสูงขึ้น และมีลมพัด ค่าฝุ่นPM2.5 น้อยลงมาก หากดูสถานการณ์ปัจจุบันเป็นรายชั่วโมงค่าฝุ่นต่ำกว่า 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดังนั้นอากาศจะค่อยๆ ดีขึ้น ตัวเลขเฉลี่ย 24 ชั่วโมงจะค่อยๆ ดีขึ้น เบื้องต้นแนะนำประชาชนให้ติดตามค่าฝุ่น ผ่านทางแอพพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK

 

สิ่งหนึ่งที่มีปัญหาชัดเจนคือการเผาในที่โล่งจะเห็นได้ว่ามีจุด Hot Spot เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่อาจจะไม่มีผลมาก แต่ก็มีผลในจุดที่มีการเผาซึ่งอยู่บริเวณปริมณฑล พอลมพัดเข้ามา ฝุ่นส่วนนึงก็จะมาผสมฝุ่นจากเครื่องยนต์ดีเซลที่สันดาปไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดปริมาณฝุ่นสูงขึ้นได้ สิ่งที่เราต้องทำคือควบคุมปริมาณฝุ่นให้ได้มากที่สุด สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่น คือการเผาชีวมวลในกรุงเทพมหานคร โดยจะเร่งควบคุมสาเหตุการเกิดฝุ่น เช่น การเผา หากได้รับรายงานว่าพื้นที่ไหนมีการเผา จะส่งเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือให้หยุดการเผา ส่วนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง จะทำหนังสือเพื่อขอความร่วมมือเรื่องการเผาชีวมวลให้เกิดการเผาน้อยที่สุด

ส่วนรถควันดำ การปรับมาตรฐานน้ำมัน หรือการเปลี่ยนมาใช้รถยูโร 5 เพื่อลดมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ กำลังดำเนินการอยู่ ทาง กทม. จะกำจัดต้นตอของการเกิดฝุ่น โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมการทำงาน ลดการเกิดฝุ่น เช่น ไซต์งานก่อสร้าง โรงปูนและรถบรรทุก พร้อมทั้งเพิ่มจุดตรวจมากขึ้น พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันหันมาเติมน้ำมันกำมะถันต่ำ หันมาใช้รถสาธารณะเพิ่มขึ้น ลดกิจกรรมการก่อสร้าง รวมทั้งการ work from home ถ้าสามารถทำได้ ก็จะทำให้ลดความเสี่ยงจากกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น ด้านการป้องกันตนเองขอความร่วมมือประชาชนสวมใส่หน้ากาก N95 หากใส่ได้จะดี หรือไม่สะดวก สามารถสวมหน้ากากอนามัยแบบปกติได้ โดย กทม. จะแจกหน้าอนามัยให้แก่กลุ่มเปราะบางเพื่ออย่างน้อยเป็นการป้องกันตนเอง มาตรการระยะยาว คงต้องเปลี่ยนรูปแบบการใช้รถยนต์มาใช้รถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานสะอาด

ในวันที่ 26 ม.ค.นี้ คาดว่าค่าฝุ่นจะสูงอีกวัน อยากให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือ ตอนเช้าให้ตรวจสอบค่าฝุ่น เพื่อวางแผนการเดินทาง ส่วน กทม. และ คพ. จะเร่งควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น และกิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น เช่น ไซต์ก่อสร้าง หรือรถบรรทุก โรงเรียนก็ยังคงเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง แต่จะต้องควบคุมและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นไปตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ แต่พอเข้าเดือนมีนาคม สถานการณ์จะคลี่คลายกว่านี้

การประชุมวันนี้ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 สำนักสิ่งแวดล้อม
——-

 

แชร์ข่าว: