
(16 ก.ย. 69) นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เยือนโรงเรียนวัดหัวลำโพง สำนักงานเขตบางรัก เยี่ยมชมห้องเรียน Digital Classroom โดยการเรียนแบบ Personalised Learning และกิจกรรม Public Open Class พร้อมติดตามการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง SLC
▪️ส่องเจนอัลฟ่าเรียน “สังข์ทอง” ในห้อง Digital Classroom แบบ Personalised Learning ใครไวไปก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาช่วยเพื่อน
สำหรับ Digital Classroom ที่รองผู้ว่าฯ ศานนท์ สำรวจวันนี้เป็นการเรียนวิชาภาษาไทยชั้น ป.5 โดยครูนุช วลีนุช จันมา สอนวรรณคดีไทยเรื่อง “สังข์ทอง” โดยเปลี่ยนการเรียนวรรณคดีที่มักน่าเบื่อให้น่าสนใจผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล คือ
•ใช้ Gamification หรือการนำกลไกของเกมมาประยุกต์ โดยนำโปรแกรมเกมตอบคำถามชื่อ Zep Quiz มาใช้ในการเรียน หากตอบคำถามเรื่องสังข์ทองถูกต้อง จะสามารถผ่านไปด่านถัดไปได้
•ใช้ดิจิทัลแต่ไม่ทิ้งแมนนวล โดยนักเรียนเล่นเกมผ่าน Chromebook ที่สามารถทัชสกรีนได้เสมือน iPad + Notebook หนึ่งคนต่อหนึ่งเครื่อง ขณะเล่นสามารถเปิดหนังสือเรียนหาคำตอบควบคู่กัน หากไม่พบก็สลับหน้าจอไปสืบค้นใน Google หรือใช้ AI ได้
•ใช้การเรียนรู้แบบ Personalised Learning คือ นักเรียนเรียนรู้ตามจังหวะความเร็วของตนเอง “ใครเร็วไปก่อน ใครช้าเรียนต่อ” ส่วนนักเรียนที่เก่งและทำเสร็จเร็วกว่า ก็สามารถสลับไปช่วยเพื่อนได้
•ปรับบทบาทของครู โดยครูเปลี่ยนบทมาเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) คอยติดตามความก้าวหน้าของเด็กแต่ละคน และคอยให้คำแนะนำหรือบอก “ลายแทง” เพื่อกระตุ้นให้เด็กอ่านและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง
“เพราะหัวใจของ Facilitator คือให้เด็ก ๆ ได้เป็นเจ้าของการเรียนรู้ด้วยตัวเอง” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว
▪️ส่อง Public Open Class ชั้นเรียนของทุกระดับชั้น กลั่นกระบวนการ SLC ให้ครูเดี่ยวไม่เดียวดาย พร้อมเปลี่ยนแนวคิดจับผิดครู สู่การสังเกตพฤติกรรมเด็กรายบุคคล
นอกจากสำรวจห้องเรียนดิจิทัลแล้ว รองผู้ว่าฯ ศานนท์ เดินเลาะมาส่องอีกห้องเรียนติดกันกับอีกหนึ่งกิจกรรม เพราะวันนี้เป็นวัน Public Open Class ของโรงเรียนวัดหัวลำโพง
•Public Open Class หรือการเปิดชั้นเรียนสาธารณะ เป็นหนึ่งในกระบวนการ SLC (School as Learning Community) คือกิจกรรมที่ให้ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ และครูจากโรงเรียนอื่น ๆ ในเครือข่าย มาร่วมสังเกตการณ์ชั้นเรียน เพื่อเรียนรู้ร่วมกันและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนา
•โรงเรียนวัดหัวลำโพงถือเป็นโรงเรียนต้นแบบที่ดำเนินงานตามแนวทาง SLC มาอย่างต่อเนื่องถึง 9 ปี ปัจจุบันได้ขยายผลไปยังโรงเรียนในเขตบางรักและสาทร รวม 2 เขต 7 โรงเรียน ซึ่งช่วยให้ครูโรงเรียนขนาดกลางและเล็ก ซึ่งมักมีครูประจำวิชาเพียงคนเดียว ได้มีคู่บัดดี้และเครือข่ายครูต่างโรงเรียน
•หัวใจสำคัญของ SLC คือ เปลี่ยนแนวคิดจากการจับผิดครู สู่การสังเกตพฤติกรรมเด็กรายบุคคล กลับมาเรียนรู้เรื่องการเรียนรู้ของเด็ก มากกว่ามองหาวิธีการสอนที่ดีที่สุด เพราะไม่มีวิธีสอนแบบที่ดีที่สุด มีแต่เด็กต้องการวิธีการสอนแบบไหน หรือโรงเรียนต้องการวิธีแบบไหนที่เหมาะกับเด็กที่สุด
“ข้อดีของ SLC คือ ทำให้คนทุกระดับที่อยู่ในระบบการศึกษา กลับมาอยู่ในห้องเรียน บางครั้งเราปล่อยให้ห้องเรียนเป็นหน้าที่ของครูเพียงคนเดียว เขาก็จะโดดเดี่ยว หากหลายคนมาช่วยกันสังเกตผู้เรียน พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ก็จะทำให้การศึกษามีคุณภาพที่ดีขึ้น” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าว
#โรงเรียนกทมเปลี่ยนไปแล้ว
#กทม


