
(15 ก.ย. 69) ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวดนุดา จิวจินดา ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสำนักงานประชาสัมพันธ์ ลงพื้นที่สำรวจทางเท้าในพื้นที่เขตพระนคร เพื่อประเมินสภาพแวดล้อม จุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ และความพร้อมในการรองรับการเดินทางของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนพิการและผู้ใช้รถเข็น
การสำรวจเริ่มต้นจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) มุ่งหน้าสู่ย่านเมืองเก่าและพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น โดยแบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ ขาไปตามถนนดินสอ ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นิทรรศรัตนโกสินทร์ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ป้อมมหากาฬ ถนนมหาไชย แยกสำราญราษฎร์ ถนนศิริพงษ์ และสวนรมณีนาถ ก่อนสิ้นสุดที่ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสามยอด ส่วนขากลับใช้เส้นทางถนนตีทอง ผ่านแยกเสาชิงช้า วัดสุทัศนเทพวรารามฯ และลานคนเมือง ก่อนกลับมายังศาลาว่าการ กทม.
คณะลงพื้นที่ด้วยการเดินเท้าจริงและใช้รถวีลแชร์ในจุดที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้งานหนาแน่น เพื่อสำรวจอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการใช้งานจริง ทั้งพื้นผิวทางเท้าไม่เรียบ ทางลาดที่ไม่เชื่อมต่อหรือไม่เหมาะสม สิ่งกีดขวาง และจุดข้ามทางม้าลายที่อาจไม่ปลอดภัย โดยจุดที่พบปัญหาหรือยังไม่สามารถใช้งานได้จริงจะปักหมุดไว้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลัก Universal Design เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ทางเท้าได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ดร.สุภรธรรม กล่าวว่า การสำรวจพื้นที่โดยรอบศาลาว่าการ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต ทั้งแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ ระบบขนส่งสาธารณะ ร้านค้า และสวนสาธารณะ การลงพื้นที่จริงช่วยให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเส้นทางและการเข้าถึงอาคารต่าง ๆ โดยเฉพาะทางเข้าหลัก (Main Entrance) ว่าสามารถรองรับคนทุกกลุ่มได้อย่างเท่าเทียมหรือยังมีสิ่งกีดขวางที่ทำให้ต้องเดินอ้อม รวมถึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นปัญหาร่วมกัน ทั้งจุดเสี่ยง ทางลาดที่ไม่ต่อเนื่อง และระดับพื้นหรือถนนที่ไม่สัมพันธ์กันจากการก่อสร้างต่างช่วงเวลา
จากนั้น เวลา 13.30 น. ดร.สุภรธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่สำรวจทางเท้าในพื้นที่เขตปทุมวัน โดยมีสำนักการโยธาและสำนักงานเขตปทุมวันร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
การสำรวจเริ่มจากวัดพระมหาไถ่ เข้าซอยร่วมฤดี เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของทางเท้าที่ได้รับการปรับปรุง ก่อนออกสู่ถนนสุขุมวิทและเข้าสู่ถนนวิทยุ ผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เข้าสวนลุมพินี ใช้ลิฟต์โดยสารเชื่อมต่อไปยังสะพานเขียว และลงสู่พื้นที่ภายในสวน ก่อนออกทางประตูถนนสารสิน เข้าถนนราชดำริ ผ่านถนนพระรามที่ 4 และวนกลับเข้าสู่ถนนวิทยุ เพื่อสำรวจความต่อเนื่องของทางเดินโดยรอบสวนลุมพินี ตลอดจนเส้นทางเชื่อมโยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ใช้ระบบขนส่งสัญจรเป็นจำนวนมาก
ดร.สุภรธรรม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเดินเท้าให้สะดวกและปลอดภัย พร้อมเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนในพื้นที่เมือง โดยมุ่งแก้ไขปัญหาทางเดินที่ไม่ต่อเนื่อง พื้นผิวไม่เรียบ จุดต่างระดับ และสิ่งกีดขวาง ซึ่งส่งผลต่อผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
จากการสำรวจซอยร่วมฤดี พบว่าทางเท้ามีความคับแคบ และมีเสาไฟฟ้าและเสาป้ายจราจรตั้งอยู่บนทางเท้า จึงอาจพิจารณาปรับระดับทางเท้าด้านใดด้านหนึ่งให้เสมอกับระดับถนน เพื่อเพิ่มพื้นที่สัญจร ขณะที่ทางเท้าโดยรอบสวนลุมพินี โดยเฉพาะบริเวณถนนพระรามที่ 4 พบเสาไฟฟ้าบนทางเท้า ส่งผลให้รถเข็นคนพิการขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ รวมถึงพบพื้นต่างระดับ ขั้นบันได พื้นผิวไม่เรียบ และน้ำขัง จึงจำเป็นต้องปรับปรุงให้มีพื้นผิวเรียบและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การปรับปรุงบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านกรรมสิทธิ์ที่ดินของภาคเอกชนและแนวระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบระบายน้ำและระบบสื่อสาร จึงต้องประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคเอกชน ผู้รับเหมา และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม
สำหรับแนวทางดำเนินงาน กทม. จะสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากหลายเขต เพื่อจัดทำฐานข้อมูลจุดที่ควรปรับปรุงและจุดที่ควรเฝ้าระวัง โดยเริ่มจากพื้นที่เขตพระนคร เขตปทุมวัน และพื้นที่โดยรอบ ก่อนนำข้อมูลมาวางแผนเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายทางเดินเท้าที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมพิจารณาจัดทำต้นแบบ (Model) ทางเดินเท้าให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละพื้นที่ เช่น แนวทางเดินภายในซอย การปรับพื้นผิวให้เรียบ และการแก้ไขจุดต่างระดับ เพื่อให้หน่วยงานและผู้รับเหมานำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงพื้นที่อื่นต่อไป
ดร.สุภรธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการพัฒนาเมืองให้เป็น “เมืองแห่งโอกาสและความหวัง” ที่เอื้อให้ทุกคนสามารถออกมาใช้ชีวิต เดินทาง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกและปลอดภัย กรุงเทพมหานครจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบทางเท้าชำรุดหรือมีสิ่งกีดขวาง สามารถแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ทันที โดย กทม. จะติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาทางเท้า เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่ ปลอดภัย และเอื้อต่อการใช้ชีวิตของทุกคน
#กรุงเทพมหานคร #กทม #Checkเมือง #ทางเท้า #พัฒนาทางเท้า #UniversalDesign #เมืองเพื่อทุกคน #เมืองน่าอยู่ #การเดินทาง #คนพิการ #ผู้สูงอายุ #เมืองปลอดภัย #TraffyFondue
—– (ชาดารัตน์/จิรัฐคม…สปส. รายงาน)


