สรุปข่าว กทม. ประจำวันที่ 15 กันยายน 2569

1. ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำรถขยะ EV จำเป็นต่อกรุงเทพฯ ช่วยลดต้นทุน–ลดมลพิษ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันความจำเป็นของโครงการเช่ารถเก็บขยะพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,347 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณปี 2570 โดยมองว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากรถดีเซลสู่พลังงานสะอาดที่ช่วยทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพการทำงาน
จุดเด่นสำคัญคือ คาดว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 4,745 ล้านบาทตลอดสัญญา 5 ปี หรือราว 54% เมื่อเทียบกับรถดีเซล นอกจากนี้ รถ EV ยังช่วยลด PM2.5 ก๊าซเรือนกระจก และเสียงรบกวน ซึ่งเหมาะกับภารกิจเก็บขยะในช่วงกลางคืน
สำหรับข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส กทม. ระบุว่ามีคณะกรรมการจากหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบรายละเอียด และนำข้อสังเกตต่าง ๆ มาพิจารณาปรับปรุงโครงการ ขณะที่บุคลากรเก็บขยะยังมีความจำเป็นต่อภารกิจของเมือง จึงไม่มีนโยบายเลิกจ้าง แต่จะทยอยปรับกำลังคนตามการเกษียณในระยะยาว
หากงบประมาณไม่ผ่าน กทม. อาจต้องเช่ารถดีเซลเดิมต่อไปอีกราว 2 ปี ซึ่งยังมีต้นทุนด้านพลังงาน มลพิษ และเสียงรบกวน ขณะเดียวกัน กทม. เตรียมร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงด้านระบบชาร์จ และจะทดสอบสมรรถนะรถก่อนนำมาใช้งานจริง

อ่านข่าวฉบับเต็ม: https://pr-bangkok.com/?p=647358

2. “Check เมือง” สำรวจทางเท้าพระนคร–ปทุมวัน ปักหมุดปัญหาจริง หวังสร้างทางเดินที่ทุกคนใช้ได้
กทม. ลงพื้นที่สำรวจทางเท้าในเขตพระนครและปทุมวัน โดยใช้ทั้งการเดินเท้าและการนั่งรถวีลแชร์ เพื่อดูสภาพการใช้งานจริง โดยเฉพาะปัญหาที่กระทบคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ใช้รถเข็น
พื้นที่สำรวจพบทั้ง พื้นทางเท้าไม่เรียบ ทางลาดไม่ต่อเนื่อง สิ่งกีดขวาง จุดต่างระดับ น้ำขัง และเสาไฟฟ้าที่กินพื้นที่ทางเดิน รวมถึงบางจุดที่รถเข็นขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้
กทม. จะปักหมุดจุดที่พบปัญหา เพื่อนำไปจัดทำฐานข้อมูลและวางแผนพัฒนาเป็นโครงข่ายทางเดินเท้าที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยยึดหลัก Universal Design ให้คนทุกกลุ่มสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขบางพื้นที่ยังติดข้อจำกัดเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินและแนวสาธารณูปโภค จึงต้องประสานหลายหน่วยงาน รวมถึงภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ โดย กทม. ยังเปิดให้ประชาชนแจ้งปัญหาทางเท้าผ่าน Traffy Fondue เพื่อช่วยกันชี้จุดที่ต้องปรับปรุง

อ่านข่าวฉบับเต็ม: https://pr-bangkok.com/?p=647635

3. กทม. ติวเข้ม “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” รับมือไฟไหม้ศาลาว่าการ
กทม. จัดอบรมผู้บริหารและหัวหน้าส่วนงานจำนวน 89 คน ซึ่งมีบทบาทเป็น “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” ภายในศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและลดความสูญเสียหากเกิดไฟไหม้หรือภัยอื่น ๆ
การอบรมครอบคลุมตั้งแต่การแจ้งเหตุ การระงับอัคคีภัย การอพยพ การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไปจนถึงการเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุอย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมฝึกทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการใช้เครื่อง AED
รองปลัด กทม. เน้นว่า สิ่งสำคัญของผู้บัญชาการเหตุการณ์ไม่ใช่เพียงรู้ขั้นตอน แต่ต้องสามารถตัดสินใจและนำทีมให้ปลอดภัยได้เมื่อเกิดเหตุจริง เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน “ทุกวินาทีมีความสำคัญ”

อ่านข่าวฉบับเต็ม: https://pr-bangkok.com/?p=647313

สรุปภาพรวมของข่าว กทม. วันนี้ สะท้อนการทำงานที่เดินไปพร้อมกัน 3 ด้าน คือ เมืองสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมืองที่เดินทางได้สำหรับทุกคน และเมืองที่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งแต่การผลักดันรถขยะ EV ที่มุ่งลดต้นทุนและมลพิษ การลงพื้นที่ตรวจทางเท้าจากมุมมองของผู้ใช้งานจริง ไปจนถึงการฝึกผู้บัญชาการเหตุการณ์ให้พร้อมรับมือไฟไหม้ ทุกเรื่องมีจุดร่วมอยู่ที่การพยายามแก้ปัญหาจากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงกำหนดนโยบายบนกระดาษ

ภาพรวมวันนี้จึงน่าสนใจตรงที่ กทม. กำลังขยับจากการ “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ไปสู่การเตรียมระบบระยะยาว มากขึ้น รถ EV คือการลงทุนเพื่อเปลี่ยนต้นทุนการดำเนินงานในอนาคต ขณะที่ “Check เมือง” เป็นการเก็บข้อมูลจากพื้นที่จริงเพื่อนำไปออกแบบเมือง และการฝึกผู้บัญชาการเหตุการณ์คือการสร้างความพร้อมของคนก่อนเกิดวิกฤต
โจทย์สำคัญจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “มีโครงการหรือไม่” แต่คือ ทำให้สิ่งที่เริ่มต้นไว้เกิดผลจริง วัดผลได้ และประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องความคุ้มค่าของรถ EV และการปรับปรุงทางเท้าที่ต้องติดตามต่อเนื่องจนเห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จริง

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200