สรุปข่าว กทม. ประจำวันที่ 5 กันยายน 2569

🧠 กทม. ผนึกเครือข่ายสุขภาพจิต เดินหน้าระบบเชิงรุก ค้นหา–ดูแลกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
กรุงเทพมหานครเดินหน้าปรับแนวทางดูแลสุขภาพจิตจาก “ตั้งรับเมื่อป่วย” เป็น “เชิงรุกเพื่อค้นหาและป้องกันตั้งแต่ต้น” โดยร่วมมือกับหน่วยงานด้านสุขภาพจิต ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรองและการดูแลได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น �

โดยกทม. ระบุว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญของคนเมือง โดยข้อมูลเดิมพบความชุกของโรคซึมเศร้าในคนกรุงเทพฯ 5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศที่ 2.7%
จากโครงการตรวจสุขภาพประชาชน 1,000,000 คน มีการคัดกรองประชาชนมากกว่า 100,000 คน พบกว่า 70% มีภาวะเครียด
การคัดกรองเชิงลึกกว่า 370,000 คน พบภาวะเครียดระดับน้อย 91.77% ระดับปานกลาง 6.21% และระดับมากที่สุด 0.94%
ผลการตรวจ 624,387 ราย พบกลุ่มอายุ 15–34 ปี มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าสูงสุด 21.25% รองลงมาคืออายุ 35–49 ปี 13.35% และอายุ 50–59 ปี 9.86% ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลเพื่อค้นหาและติดตามกลุ่มเสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นโรคซึมเศร้า �

🏥 เชื่อมต่อการคัดกรองสู่การรักษา
กทม. มีระบบดูแลต่อเนื่องผ่านคลินิกสุขภาพจิตของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ โดยมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเข้ารับบริการ 4,314 คน และได้รับการดูแลต่อเนื่อง 3,507 คน หรือ 81.29% �

นอกจากนี้ยังพัฒนา Bangkok Mind เป็นระบบคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพจิต ผ่าน Self-screening, LINE OA, QR Code, Mind Journey รวมถึงสายด่วนและ Chatbot เช่น DMind และ 1323 เพื่อให้ประชาชนประเมินความเครียดและความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น �

👥 ขยายเครือข่ายดูแลถึงชุมชน
กทม. พัฒนาเครือข่ายบุคลากร ครู และ อสส. ให้สามารถค้นหาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง โดยมีเครือข่าย อสส. กทม. มากกว่า 2,000 คน พร้อมขยายคลินิกสุขภาพจิตและคลินิกคลายเครียดในศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง รวมถึงใช้ Telemedicine ช่วยให้คำปรึกษา ติดตามอาการ และดูแลต่อเนื่อง �

🎯 เป้าหมายสำคัญ
กทม. ต้องการสร้าง “ระบบสุขภาพจิตที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ” ภายใต้แนวคิด One Bangkok Mental Health Data System เชื่อมโยงตั้งแต่บ้าน โรงเรียน ชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข ไปจนถึงโรงพยาบาล เพื่อค้นหาผู้มีความเสี่ยงให้เร็วที่สุดและส่งต่อเข้าสู่การดูแลที่เหมาะสม �

สรุปสั้น ๆ:
กทม. กำลังเปลี่ยนการดูแลสุขภาพจิตจากการรอให้ประชาชน “ป่วยแล้วมารักษา” ไปสู่การ ค้นหา–ป้องกัน–ดูแล–ติดตามตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เครือข่ายชุมชน คลินิกใกล้บ้าน และ Telemedicine เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายและไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง�

🔗 อ่านข่าวฉบับเต็ม: https://pr-bangkok.com/?p=646167

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200