(18 ส.ค. 69) เวลา 09.30 น. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมเมืองหลวงอาเซียนในด้านการจัดการอาหารของเมือง (ASEAN Capitals Urban Food Management Forum) ภายใต้แนวคิด “สานพลังห่วงโซ่อาหารเมือง: การบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่อประชาคมอาเซียนที่ยืดหยุ่น” (Nurturing the Food Loop: Integrated Management for a Resilient ASEAN Community) ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569 โดยมี พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนเมืองหลวงอาเซียน องค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องกมลมาศ ชั้น 6 โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ เขตราชเทวี

นายพรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับ “อาหาร” ในฐานะวาระสำคัญของการพัฒนาเมือง โดยมองระบบอาหารเป็นห่วงโซ่เดียวกันตั้งแต่ต้นน้ำ คือการผลิตและการเกษตร กลางน้ำ คือการดูแลร้านอาหาร ตลาด และสถานที่จำหน่ายอาหารให้สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน จนถึงปลายน้ำ คือการจัดการอาหารส่วนเกินและเศษอาหาร การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนโยบายอาหารกับเมืองต่าง ๆ ในอาเซียน และผลักดันความร่วมมือด้านระบบอาหารของภูมิภาค
“เรื่องอาหารต้องมองให้ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การดูแลความสะอาดและความปลอดภัย ไปจนถึงการจัดการอาหารเหลือ อาหารที่ยังรับประทานได้สามารถส่งต่อผ่านโครงการ Food Bank ไปยังกลุ่มเปราะบาง แทนที่จะกลายเป็นขยะ ส่วนเศษอาหารที่ไม่สามารถรับประทานได้ต้องนำเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม ทั้งหมดต้องมองเป็นภาพเดียวกัน” นายพรพรหม กล่าว
รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานครได้นำประสบการณ์ด้านนโยบายอาหารและความร่วมมือกับนานาชาติมาแลกเปลี่ยนกับเมืองหลวงอาเซียน พร้อมเปิดรับองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจากเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดการอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของเมืองใหญ่
สำหรับกรุงเทพมหานคร โครงการ BKK Food Bank เป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพและรับประทานได้ ส่งต่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ปัจจุบันส่งต่อแล้วประมาณ 5 ล้านมื้อ ช่วยลดการสูญเสียอาหารและเปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เกิดประโยชน์ ขณะที่เศษอาหารที่ไม่สามารถรับประทานได้จะถูกแยกเข้าสู่กระบวนการจัดการ เช่น การผลิตปุ๋ยหมัก เพื่อลดการฝังกลบและผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแยกเศษอาหารตั้งแต่ต้นทาง เพราะช่วยให้ขยะประเภทอื่นสามารถนำไปรีไซเคิลหรือจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะนำผู้เข้าร่วมประชุมลงพื้นที่ศึกษาดูงานในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ได้แก่ BKK Food Bank Center สำนักงานเขตห้วยขวาง เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการและส่งต่ออาหารส่วนเกิน ครัวกลาง โรงเรียนวัดดอน เขตสาทร เพื่อศึกษาระบบการจัดเตรียมอาหารสำหรับนักเรียน และศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ เพื่อเรียนรู้การจัดการเศษอาหารและการนำขยะอินทรีย์ไปผลิตปุ๋ยหมัก
รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวทิ้งท้ายว่า เมืองหลวงอาเซียนต่างเผชิญความท้าทายด้านอาหารในลักษณะใกล้เคียงกัน ทั้งภาวะอาหารเหลือเฟือและการเข้าถึงอาหารที่ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงการผลิต สุขาภิบาลอาหาร การกระจายอาหาร และการจัดการขยะให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดการสูญเสียทรัพยากร ดูแลสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มุ่งสู่ “เมืองอาหารที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย เป็นธรรม และยั่งยืน”
การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการจัดการระบบอาหารของเมือง โดยมีผู้แทนเมืองหลวงอาเซียน 10 เมือง ได้แก่ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน กรุงพนมเปญ กรุงจาการ์ตา นครหลวงเวียงจันทน์ กรุงกัวลาลัมเปอร์ กรุงเนปยีดอ กรุงมะนิลา สิงคโปร์ กรุงดิลี และกรุงฮานอย พร้อมผู้แทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน UN-Habitat องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สำนักงานภูมิภาคประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวิชาการในหัวข้อ “การจัดการอาหารเมืองแบบบูรณาการ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ” การหารือเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านข้อริเริ่มอาหารเมือง และการรับรอง “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพมหานครว่าด้วยความยืดหยุ่นทางอาหารของเมือง ค.ศ. 2026” (Bangkok Joint Statement on Urban Food Resilience 2026) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบอาหารของเมืองในระดับภูมิภาค


