(18 พ.ค. 69) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ และโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อติดตามความก้าวหน้าต่อเนื่องจากเดือนเมษายน 2569 ในการปรับปรุงอาคารให้เป็นระบบปิด โดยมี นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นางสาวปาจริยา มหากาญจนะ รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม และบริษัทผู้รับจ้าง ร่วมลงพื้นที่ ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม เขตสายไหม

รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวว่า โครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ บริษัทผู้รับจ้างจะรวบรวมขยะใส่รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งมูลฝอยไปกำจัดที่ จ.กาญจนบุรี จากการลงพื้นที่ครั้งที่ผ่านมา ได้เร่งรัดให้บริษัทผู้รับจ้างดำเนินการปรับปรุงอาคารโรงงานให้เป็นระบบปิดทั้งหมด ติดตั้งประตูบริเวณทางเข้า-ออกอาคารรับขยะ 2 ประตู โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะช่วงที่มีรถขยะผ่านเข้า-ออก พร้อมติดตั้งม่านอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกสู่ภายนอกอาคาร ติดตั้งระบบตรวจวัดกลิ่น E-NOSE ตรวจสอบไม่ให้มีขยะมูลฝอยตกค้าง ในส่วนของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์แบบไม่มีหลังคา ให้นำผ้าใบปิดคลุมทันทีที่บรรทุกขยะมูลฝอยเต็มแล้ว ส่วนอาคารคลุมพื้นที่ขนถ่ายมูลฝอยที่ต่อเติมใหม่ ติดตั้งประตูทางเข้า-ออกทั้ง 3 ด้าน ตรวจสอบไม่ให้มีช่องว่างที่จะทำให้กลิ่นขยะมูลฝอยเล็ดลอดออกไปได้อย่างเด็ดขาด ตรวจสอบไม่ให้รถเก็บขนมูลฝอยนำขยะมูลฝอยมาเทกองรวมกันบริเวณอาคารคลุมพื้นที่ที่ต่อเติมใหม่ กำหนดเส้นทางเดินรถขนถ่ายมูลฝอยให้เป็นระบบ ล้างทำความสะอาดพื้นด้านในอาคารและพื้นทางเข้า-ออก ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สะอาด ซึ่งบริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารและการติดตั้งประตูทางเข้า-ออกทั้งหมดแล้ว
รองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล บริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารโรงงานให้เป็นระบบปิดทั้งหมด อุดช่องว่างรอยต่อโครงสร้างหลังคา ติดตั้งประตูบริเวณทางเข้า-ออกอาคารรับขยะทั้ง 4 ประตู ติดตั้งแล้วเสร็จ 3 ประตู คงเหลืออีก 1 ประตู ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะช่วงที่มีรถขยะผ่านเข้า-ออก ติดตั้งม่านอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายออกสู่ภายนอกอาคาร ติดตั้งระบบตรวจวัดกลิ่น E-NOSE ปรับปรุงช่องทางที่รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้า-ออกด้านหน้าอาคารทั้ง 7 ช่อง จากเดิมที่เป็นม่านผ้าใบรูดเปิด-ปิด เปลี่ยนเป็นประตูที่ปิดมิดชิด ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ และควบคุมการเปิด-ปิดจากเจ้าหน้าที่ โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะช่วงที่มีรถขยะผ่านเข้า-ออก เพื่อป้องกันไม่ให้มีกลิ่นขยะมูลฝอยเล็ดลอดออกไปด้านนอก รวมถึงนำผ้าใบปิดคลุมรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์แบบไม่มีหลังคาทันทีที่บรรทุกขยะมูลฝอยเต็มคันรถ จากการสำรวจโดยรอบอาคารโรงงานพบว่า ช่องทางที่รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้า-ออกด้านหลังอาคารทั้ง 4 ช่อง ยังเป็นช่องว่างเปิดโล่งอยู่ ในจุดนี้ได้กำชับให้บริษัทผู้รับจ้างติดตั้งประตูเพิ่มเติมในรูปแบบเดียวกันกับด้านหน้าอาคาร โดยจะเปิด-ปิดเฉพาะช่วงที่มีรถขยะผ่านเข้า-ออก จากการสอบถามบริษัทผู้รับจ้างถึงความก้าวหน้าในการปรับปรุงอาคารและการติดตั้งประตูทางเข้า-ออกทั้งหมด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตามการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมอย่างต่อเนื่อง ประสานบริษัทผู้รับจ้างรายงานผลการดำเนินงานทุกสัปดาห์ รวมถึงเน้นย้ำในเรื่องของมาตรการควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากลิ่นขยะมูลฝอยส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้การบริหารจัดการมูลฝอยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
สำหรับโครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ มีพื้นที่โครงการ 20 ไร่ เป็นโครงการที่ให้เอกชนลงทุนก่อสร้างโรงงาน พร้อมเดินระบบกำจัดมูลฝอยในพื้นที่ของเอกชน และบำรุงรักษาสถานีขนถ่ายมูลฝอย โดยใช้เทคโนโลยีการกำจัดมูลฝอยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถได้ประโยชน์จากมูลฝอยกลับคืนมาในรูปของพลังงาน และเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะลดจำนวนมูลฝอยที่จะต้องนำไปฝังกลบ โดยสามารถกำจัดมูลฝอยได้วันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน ระยะเวลาดำเนินการ 20 ปี เมื่อสิ้นสุดโครงการทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในพื้นที่ของเอกชน จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน (BOO) แนวทางการปฏิบัติดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 และตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระยะเวลาดำเนินการ 23 ปี (2561-2583) คู่สัญญาบริษัท เบตเตอร์ซิตี้ จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ระยะเวลาจ้าง 20 ปี เริ่มขนขยะวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 8 พฤษภาคม 2585 เพื่อแก้ไขปัญหากำจัดมูลฝอย โดยใช้เทคโนโลยีการกำจัดมูลฝอยเพื่อแปรรูปเป็นพลังงานที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ที่จะใช้ในการฝังกลบมูลฝอย ใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นจากการกำจัดมูลฝอยอย่างถูกสุขลักษณะ วันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน สำหรับขั้นตอนการทำงานโครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ มีดังนี้ 1.นำมูลฝอยที่รวบรวมจัดเก็บจากชุมชน 1,000 ตัน/วัน ส่งไปยังสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม 2.ชั่งน้ำหนักรถบรรทุกขยะสำนักงานเขต บันทึกน้ำหนักมูลฝอยขาเข้า 3.นำมูลฝอยเข้าสู่ระบบขนถ่ายที่อาคารเทมูลฝอย 4.นำมูลฝอยเข้าเครื่องบีบอัดมูลฝอย ระบบบีบอัดเข้าสู่ตู้บรรทุกมูลฝอย 5.ช่องเทมูลฝอย รับมูลฝอยเข้าสู่รถบรรทุกมูลฝอยเอกชน 6.ชั่งน้ำหนักรถบรรทุกมูลฝอยเอกชน บันทึกน้ำหนักมูลฝอยขาออก เพื่อขนส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยชุมชนขนาด 1,000 ตัน/วัน อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี 7.ชั่งน้ำหนักรถบรรทุกมูลฝอยเอกชน บันทึกน้ำหนักมูลฝอยขาเข้า นำมูลฝอยเข้าสู่ระบบคัดแยก 8.วัสดุที่ได้จากการคัดแยก ได้แก่ ขยะอินทรีย์ นำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล นำกลับไปใช้ซ้ำ ขยะเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นอันตราย นำไปทำเชื้อเพลิง มูลฝอยที่ไม่สามารถทำประโยชน์ได้นำไปฝังกลบ ปัจจุบันบริษัทผู้รับจ้างโครงการกำจัดมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารคลุมพื้นที่ขนถ่ายมูลฝอยเพิ่มเติม รูปแบบโครงสร้างตัวอาคารคลุมขยะเป็นระบบปิดทั้งหมด พร้อมติดตั้งงานระบบไฟฟ้า และงานระบบสุขาภิบาล
ส่วนโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล คู่สัญญาบริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี เริ่มสัญญาวันที่ 4 กันยายน 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 3 กันยายน 2572 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานครให้สามารถดำเนินการได้ปริมาณมาก และประหยัดค่าใช้จ่าย โดยขนมูลฝอยและนำไปทำลายโดยวิธีฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล วันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน ส่วนขั้นตอนการทำงานโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล มีดังนี้ 1.นำมูลฝอยที่รวบรวมจัดเก็บจากชุมชน 1,000 ตัน/วัน ส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม 2.ชั่งน้ำหนักรถบรรทุกขยะสำนักงานเขต บันทึกน้ำหนักมูลฝอยขาเข้า 3.นำมูลฝอยเข้าสู่ระบบขนถ่ายที่อาคารเทมูลฝอย 4.นำมูลฝอยเข้าเครื่องบีบอัดมูลฝอย ระบบบีบอัดเข้าสู่ตู้บรรทุกมูลฝอย 5.ชั่งน้ำหนักรถบรรทุกมูลฝอยเอกชน บันทึกน้ำหนักมูลฝอยขาออก เพื่อขนส่งไปยังสถานที่ฝังกลบเอกชน ปัจจุบันบริษัทผู้รับจ้างโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม และนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ได้ดำเนินการปรับปรุงสถานีขนถ่ายมูลฝอย ประกอบด้วย การปรับปรุงซ่อมแซมอาคารขนถ่ายมูลฝอยให้เป็นระบบปิดทั้งหมด ก่อสร้างต่อเติมอาคารคลุมพื้นที่ขนถ่ายมูลฝอย เพื่อรับมูลฝอยชั้นล่าง ความกว้าง 18.90 เมตร ความยาว 44.00 เมตร ปรับปรุงซ่อมแซมพื้นคอนกรีตชั้นล่างของอาคารขนถ่ายมูลฝอย จำนวน 2 ช่อง ปรับปรุงซ่อมแซมระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบบำบัดอากาศ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงซ่อมแซมพื้นถนน ค.ส.ล. ภายในสถานีขนถ่ายมูลฝอยบริเวณจุดที่ชำรุดเสียหาย ตรวจรับรองเครื่องชั่งน้ำหนักทั้งหมด โดยกระทรวงพาณิชย์ ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ในการเก็บข้อมูลปริมาณมูลฝอยและระบบส่งข้อมูลไปยังส่วนกลาง ติดตั้งเครื่องตรวจกลิ่นระบบอัจฉริยะ (AI E-Nose) จัดทำแผนบริหารจัดการจราจรภายในสถานีขนถ่ายมูลฝอยในการรับและขนมูลฝอย ก่อสร้างสถานที่ล้างล้อรถบรรทุกมูลฝอยเพื่อทดแทนสถานที่ล้างล้อชั่วคราว
#สิ่งแวดล้อมดี #บริหารจัดการดี
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


