(18 พ.ค.69) เวลา 11.30 น. ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ในการประชุมเตรียมความพร้อมและสรุปรายละเอียดขั้นสุดท้าย สำหรับการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการนำร่อง (Sandbox) การใช้แอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อยกระดับมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ (AOC)

การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและกระทรวงศึกษาธิการ ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นช่องทางรับแจ้งปัญหา ร้องเรียน และติดตามการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการทำงานภาครัฐ โดยเฉพาะการใช้ Traffy Fondue ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้โดยตรง ลดขั้นตอนการทำงานแบบเดิม และทำให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเร่งแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้รับแจ้งปัญหาผ่านระบบ Traffy Fondue แล้วกว่า 1.3 ล้านเรื่อง และสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้แล้วมากกว่า 1 ล้านเรื่อง โดยลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมเฉลี่ยประมาณ 2 เดือนต่อกรณี เหลือเพียงประมาณ 1.9 วันต่อเรื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบ รวมถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อหน่วยงานภาครัฐ
“การที่ประชาชนแจ้งปัญหาเข้ามา ไม่ได้หมายความว่าองค์กรทำงานไม่ดี แต่หมายถึงประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะแก้ปัญหาให้เขาได้ และสิ่งสำคัญที่สุดของ Traffy Fondue คือความจริงจังในการแก้ปัญหา หากประชาชนแจ้งมาแล้วไม่มีการดำเนินการ สุดท้ายก็จะไม่มีใครใช้ระบบนี้อีก” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาและสาธารณสุขเป็นสองเรื่องสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยกรุงเทพมหานครได้ดำเนินนโยบายด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งการพัฒนาห้องเรียนต้นแบบ การลดภาระครู การปรับหลักสูตร และการเปิดหลักสูตรนานาชาติในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลคือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลบข้อจำกัดด้านพื้นที่ หากมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เรื่องร้องเรียนก็สามารถส่งตรงถึงหน่วยงานรับผิดชอบได้ทันที ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงใด ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงระบบการคุ้มครองสิทธิสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเท่าเทียมและครอบคลุมทั่วประเทศ
ด้านนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสร้างความโปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลนักเรียนทั่วประเทศ โดยเฉพาะประเด็นความรุนแรงและการละเมิดสิทธิในสถานศึกษา ซึ่งหลายกรณีเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและผู้เสียหายอาจไม่กล้าแจ้งปัญหาผ่านช่องทางปกติ
“Traffy Fondue จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ช่วยให้นักเรียน ครู และผู้ปกครอง สามารถแจ้งปัญหาได้อย่างปลอดภัยและเข้าถึงการช่วยเหลือได้รวดเร็วมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าขยายผลการใช้งานไปยังโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 20,000 แห่ง แม้อาจต้องใช้เวลาในการปรับระบบและสร้างความคุ้นเคย แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปฏิรูประบบราชการและยกระดับการดูแลนักเรียนอย่างจริงจัง” นายอัครนันท์ กล่าว
ในการประชุมวันนี้ ผศ.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาววิลาวัลย์ ธรรมชาติ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นางสาวศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม ส.ก.เขตพระนคร นายปวิน แพทยานนท์ ส.ก.เขตบางคอแหลม คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครและกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม
———————————-


