
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 15.40 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) โดยมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีการพิจารณาญัตติเรื่องขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาหลักสูตรฝึกอาชีพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ พร้อมจัดหาตลาดรองรับ ที่เสนอโดยนายอานุภาพ ธารทอง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสาทร
นายอานุภาพ กล่าวว่า ประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องโครงสร้างประชากรตั้งแต่ปี 2564 มีอัตราผู้เสียชีวิตมากกว่าเด็กเกิดใหม่ ปีล่าสุดมีเด็กเกิดน้อยกว่า 400,000 คน และประเมินว่าในอีก 50 ปีข้างหน้าประชากรของประเทศไทยจะลดลงจาก 65 ล้านคน เหลือ 33 ล้านคน ถือว่าน่าตกใจมาก ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีผู้สูงอายุสูงถึง 26% เฉพาะเขตของตนมีผู้สูงอายุมากกว่า 30% เข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสูง ตนจึงอยากฝากให้มีการเตรียมพร้อม และอยากจะถามว่ามีแผนรองรับผู้สูงอายุอย่างไร ทั้งนี้ ในภาพใหญ่ รัฐบาลมีการพูดคุยกันว่าจะปรับเพดานเกษียณอายุขึ้นเป็น 63-65 ปี รวมไปถึงมาตรการภาษีต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งกรุงเทพมหานครต้องเริ่มเตรียมพร้อมและรองรับในเรื่องนี้แล้ว
.
นายอานุภาพ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าสนใจคือ กทม. พัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพให้กับผู้สูงอายุ ร่วมกับบริษัทเอกชน แต่บางหลักสูตรยังไม่ตอบโจทย์กับผู้สูงอายุ เช่น หลักสูตรบาริสตา ที่ต้องใช้ทักษะสูง เหมาะสำหรับคนวัยทำงานมากกว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ได้มีการเปิดรับผู้สูงอายุที่เกษียณ แต่ยังต้องการทำงานพาร์ทไทม์หรืองานเบา แต่เรายังไม่เห็นการสนับสนุนจากท้องถิ่นเท่าที่ควร
.
“หลักสูตรที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เปิดตัวไปคือโรงเรียนฝึกทักษะ Next Learn เป็นโครงการที่ดีนะครับ ผมเข้าไปดูมีหลายหลักสูตร หลักสูตรสำหรับผู้สูงอายุก็จะมีหัตถกรรม ร้องเพลง บัลเลต์ ยังไม่ทราบว่ามีคนเรียนแล้วกี่คน ได้ประโยชน์มากน้อยเท่าไหร่ มีการต่อยอดสร้างอาชีพอย่างไร” นายอานุภาพ กล่าว
.
นายอานุภาพ เสนอแนะว่างานที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุคืองาน Bridge Job เป็นงานที่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่หนัก ลดความกดดัน แต่สามารถสร้างรายได้ ส่งเสริมสุขภาพทางกายและใจให้กับผู้สูงอายุ ปัจจุบันนี้มีโรงเรียนผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร ที่จัดทำโดยภาคีเครือข่ายสนับสนุนผู้สูงอายุ 14-15 แห่ง แต่ยังขาดการสนับสนุน ตนขอฝากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าอยากให้มีโรงเรียนผู้สูงอายุครบทุกเขต พร้อมยกตัวอย่างว่า ในประเทศญี่ปุ่นตั้งเป็นศูนย์ทรัพยากรบุคคลสูงวัยโดยเฉพาะ ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้สูงวัยเข้ากับงานในท้องที่ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมสูงวัยไปก่อนหน้าประเทศไทย มีกฎหมายดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ “อยากให้จัดตั้งศูนย์หรือหน่วยงานที่รองรับแรงงานผู้สูงอายุ เนื่องจากแรงงานสูงอายุจะเป็นแรงงานสำคัญในอนาคต ที่ไม่ได้เป็นภาระของสังคม แต่เป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนอย่างเหมาะสม” นายอานุภาพ กล่าว
.
จากนั้น นายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก. เขตยานนาวา อภิปรายว่า ตนเห็นด้วยกับญัตตินี้ เนื่องจากเคยเสนอให้มีการสร้างศูนย์ฝึกผู้สูงอายุไปในอดีต ซึ่งขณะนี้เห็นว่ามีการเริ่มสร้างศูนย์และทำเป็นเครือข่ายแล้ว “บางโรงเรียนก็สอนการเป็นยูทูบเบอร์ สอนคนแก่ให้มาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงวิทยากร ผมเห็นโครงการดีๆ ของฝ่ายพัฒนาชุมชน ที่เอาผู้สูงอายุมาเชื่อมกับคน Gen Z ให้เกิดการถ่ายทอดวิชา ส่งกำลังภายในต่อกัน” นายพุทธิพัชร์ กล่าว
.
ด้านนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก. เขตทุ่งครุ อภิปรายว่า แม้โรงเรียนผู้สูงอายุไม่ได้อยู่ภายใต้ กทม. โดยตรง อาจจะช่วยสนับสนุนอย่างอื่นได้ เช่น การให้พื้นที่ และตนอยากฝากเรื่องเนื้อหาด้วย อยากให้เตือนให้ผู้ใหญ่เข้าใจถึงภัยไซเบอร์ สแกมเมอร์ เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่มีความเสี่ยง พร้อมยกตัวอย่างว่า เขตทุ่งครุมีห้องจำลองการไลฟ์ขายของ ซึ่งอยู่ในการกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อาจจะใช้ประโยชน์จากส่วนนี้ให้ผู้สูงอายุได้เข้ามาใช้งานได้ นอกจากนี้ ตนขอฝากหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารร่างกายผู้สูงอายุเพื่อไม่ให้เป็นอัลไซเมอร์ด้วย
.
ขณะที่นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง กล่าวขอบคุณนายอานุภาพที่เสนอญัตตินี้ พร้อมกล่าวว่า ผู้สูงอายุในปัจจุบันนี้อายุยืนขึ้น แข็งแรงขึ้น ตนคิดว่าผู้บริหารกรุงเทพมหานครก็จัดทำหลายโครงการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุแล้ว สิ่งสำคัญตนคิดว่าผู้สูงอายุสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ได้ หากทำโครงการที่สามารถให้ผู้สูงอายุมาถ่ายทอดประสบการณ์ได้ ก็จะเป็นเรื่องดี
.
ต่อมา นายชัชชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องทำแล้วให้เขามีตลาด สามารถขายได้จริง ต้องคิดให้ครบวงจรว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับโลกอนาคต ผู้สูงอายุควรจะเรียนรู้อะไร การจะอยู่ได้ต้องแข่งขันกับตลาดได้
ด้านนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรามีการทำงานร่วมกันกับผู้สูงอายุ 3 ส่วน 1.โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง 2.ศูนย์กรุงเทพมหานครสัญจร 3.เรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ Next Learn ซึ่งภาคเอกชนเข้ามาพัฒนา ตั้งเป้าให้คนเข้ามาเรียนรู้ให้ได้ 1 ล้านคน โดยกล่าวต่อว่า ในเว็บไซต์ Next Learn จะมีหลักสูตรที่เกี่ยวกับ AI หรือวิชาที่เกี่ยวกับอนาคตด้วย รวมไปถึงบางหลักสูตรเป็น Next Job ที่เรียนจบแล้วสามารถได้งานจากภาคเอกชนเลยทันที อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครเห็นว่าต้องมีพื้นที่ในการขายของ ดังนั้น จะมีการจัดการขายของทุกสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 รวมถึงมี Farmer Market และตลาดนัดด้วย ซึ่งตนจะนำข้อเสนอแนะของสมาชิกไปดำเนินการต่อไป
.
ท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับญัตตินี้และส่งให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป


