
(17 เม.ย. 69) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์
พัฒนาสวน 15 นาที สวนหย่อมท่าเรือสี่พระยา ซึ่งเขตฯ มีแนวคิดในการปรับปรุงพื้นที่ว่าง จัดทำสวนหย่อม ตั้งวางม้านั่ง ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพิ่มเติม ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) คือสวนสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี พื้นที่ 2 งาน 35 ตารางวา สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.สวนศิลป์ป๋วย อึ๋งภากรณ์ พื้นที่ 2 งาน 10.77 ตารางวา 2.สวนวัดสัมพันธวงศ์ พื้นที่ 2 งาน 34 ตารางวา 3.สวนหย่อมชุมชนโชฎึก พื้นที่ 1 งาน 12.5 ตารางวา 4.สวนหย่อมชุมชนโปลิศสภา พื้นที่ 1 งาน 6.25 ตารางวา 5.สวนศาลเจ้าไทฮั้ว พื้นที่ 1 งาน 12.5 ตารางวา 6.สวนสะพานเจริญสวัสดิ์ พื้นที่ 23 ตารางวา ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ สำรวจพื้นที่ว่างที่มีความเหมาะสม เพื่อจัดทำสวน 15 นาทีให้ครบทั้ง 10 แห่งตามเป้าหมาย โดยออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อให้สวนดังกล่าวเกิดประโยชน์จากการใช้งานอย่างแท้จริง
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารชัยพัฒนสิน ถนนเจริญกรุง พื้นที่ 700 ตารางเมตร ผู้มาใช้บริการ 300-450 คน/วัน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2567 วิธีการคัดแยกขยะ โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะอินทรีย์ ประเภทเศษอาหาร โดยนำมารวบรวมไว้ที่จุดพักขยะ เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล มีจุดรวบรวมไว้ที่ห้องพักขยะรีไซเคิล นำไปจำหน่าย 1 ครั้ง/เดือน เป็นรายได้มอบให้กับพนักงาน 3.ขยะทั่วไป คัดแยกขยะทั่วไป รวบรวมไว้ที่ห้องพักขยะทั่วไป เขตฯ จัดเก็บทุกวัน 4.ขยะอันตราย คัดแยกขยะอันตราย มีจุดรวบรวมขยะอันตราย เขตฯ จัดเก็บ 1 ครั้ง/เดือน สำหรับปริมาณขยะก่อนและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 2,760 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 2,472 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลก่อนคัดแยก 20 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 40 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์ก่อนคัดแยก 40 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 120 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายก่อนคัดแยก 0.3 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 8 กิโลกรัม/เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะในอัตราใหม่จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
ตรวจเยี่ยมห้องหลบร้อน โรงเรียนวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งเขตฯ ร่วมกับวัดสัมพันธวงศ์ จัดทำห้องหลบร้อน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการนั่งพักผ่อนคลายร้อน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพจากอากาศร้อน พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และสตรีมีครรภ์ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 10.00-15.00 น. นอกจากนี้ เขตฯ ยังมีห้องหลบร้อน บริเวณฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ และจุดหลบร้อนภายในสวนสาธารณะ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรับมือกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัดที่กำลังจะมาถึงในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา โดยจัดเตรียมห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 318 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์นันทนาการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักงานเขต ชุมชน ห้างสรรพสินค้า โดยจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่ที่มีความเหมาะสมต่อไป ซึ่งภายในห้องหลบร้อนจะมีเครื่องปรับอากาศ มุมนั่งพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงยาเวชภัณฑ์และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น นอกจากนี้ ยังมีจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) จำนวน 178 แห่ง ได้แก่ สวนสาธารณะ สวน 15 นาที อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับวันและเวลาเปิดให้บริการห้องหลบร้อน อาจแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบพื้นที่ในการเข้ามาใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ไซต์งานก่อสร้างบริเวณเวิ้งนครเกษม ซึ่งโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ศูนย์การค้า โรงแรม และพื้นที่ท่องเที่ยว ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้างตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 (พ.ศ.2563) และมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบความสูงของแนวรั้วโดยรอบโครงการโดยมีความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 6 เมตร ติดตั้งตาข่ายกันฝุ่นให้ครอบคลุมอาคารที่กำลังก่อสร้างให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นจากการก่อสร้างฟุ้งกระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกโครงการ ตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องพ่นละอองน้ำและเปิดในช่วงการปฏิบัติงานตลอดเวลา ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศและมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ประเภทกิจการหลอมโลหะ ประเภทสถานที่ก่อสร้าง รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน จำนวน 3 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 441 ราย ได้แก่
1.ถนนเยาวราช ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกเฉลิมบุรีถึงแยกราชวงศ์ ช่วงเวลาทำการค้า 10.00-18.00 น. ผู้ค้า 96 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 18.00-24.00 น. ผู้ค้า 173 ราย
2.ถนนราชวงศ์ ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกราชวงศ์ถึงท่าเรือราชวงศ์ ช่วงเวลาทำการค้า 09.00-17.00 น. ผู้ค้า 144 ราย
3.ถนนข้าวหลาม ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงถึงสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ช่วงเวลาทำการค้า 17.00-24.00 น. ผู้ค้า 28 ราย
ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 60 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 1,651 ราย ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ได้ยกเลิกพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 3 จุด ได้แก่
1.ถนนพาดสาย ผู้ค้า 1 ราย
2.ถนนทรงสวัสดิ์ บริเวณวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ค้า 2 ราย
3.ถนนทรงวาด ผู้ค้า 1 ราย ควบรวมพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน จำนวน 20 จุด ให้คงเหลือ 8 จุด ได้แก่
1.ถนนมังกรฝั่งซ้าย ผู้ค้า 32 ราย ควบรวมกับถนนมังกรฝั่งโลตัส (ซ้าย) ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงถึงถนนเยาวราช ผู้ค้า 27 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นถนนมังกรฝั่งซ้าย ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงถึงถนนทรงวาด รวมผู้ค้า 59 ราย
2.ถนนมังกรฝั่งขวา ผู้ค้า 37 ราย ควบรวมกับถนนมังกรฝั่งโลตัส (ขวา) ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงถึงถนนเยาวราช ผู้ค้า 19 รายเปลี่ยนชื่อเป็นถนนมังกรฝั่งขวา ตั้งแต่ถนนเจริญกรุงถึงถนนทรงวาด รวมผู้ค้า 56 ราย
3.ถนนเยาวราช ตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิถึงซอยเยาวราช 7 ผู้ค้า 8 ราย ควบรวมกับซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ผู้ค้า 8 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นถนนเยาวราชฝั่งซ้าย ตั้งแต่ซอยเยาวราช 1 ถึงซอยเยาวราช 7 รวมผู้ค้า 16 ราย
4.ถนนข้าวหลาม ผู้ค้า 4 ราย ควบรวมกับซอยสุกร 1 ตั้งแต่ถนนมิตรภาพไทย-จีน ถึงถนนข้าวหลาม ผู้ค้า 21 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นซอยสุกร 1 ตั้งแต่ถนนมิตรภาพไทย-จีน ถึงถนนข้าวหลาม รวมผู้ค้า 25 ราย
5.ถนนเจริญกรุง ตั้งแต่แยกหมอมีถึงแยกลำพูนไชย ผู้ค้า 12 ราย ควบรวมกับถนนเจริญกรุง แยกหมอมี ผู้ค้า 2 ราย และถนนเจริญกรุงฝั่งขวา ตั้งแต่สะพานดำรงสถิตย์ถึงแยกเสือป่า ผู้ค้า 16 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นถนนเจริญกรุงฝั่งขวา ตั้งแต่สะพานดำรงสถิตย์ถึงแยกลำพูนไชย รวมผู้ค้า 30 ราย
6.ถนนเจริญกรุง ตั้งแต่ถนนลำพูนไชยถึงถนนมิตรภาพไทย-จีน ผู้ค้า 4 ราย ควบรวมกับถนนเจริญกรุง หน้าวัดไตรมิตรวิทยาราม ผู้ค้า 17 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นถนนเจริญกรุงฝั่งซ้าย ตั้งแต่แยกลำพูนไชยถึงถนนมิตรภาพไทย-จีน รวมผู้ค้า 21 ราย
7.ควบรวมถนนบริพัตร (กลางคืน) ผู้ค้า 1 ราย ถนนเจริญกรุง ซอยเจริญกรุง 16 (กลางคืน) ผู้ค้า 1 ราย ถนนเจริญกรุง ซอยเจริญกรุง 27 (กลางคืน) ผู้ค้า 1 ราย ถนนเจริญกรุง ซอยเจริญกรุง 33 (กลางคืน) ผู้ค้า 3 ราย และซอยสุกร 2 (กลางคืน) ผู้ทำการค้า 1 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นถนนเจริญกรุงและซอยสุกร 2 (กลางคืน) รวมผู้ค้า 7 ราย
8.ถนนเยาวราช (กลางคืน) ตั้งแต่แยกราชวงศ์ถึงแยกวัดตึก ผู้ค้า 12 ราย ควบรวมกับแยกวัดตึกถึงคลองโอ่งอ่าง (กลางคืน) ผู้ค้า 4 ราย เปลี่ยนชื่อเป็นถนนเยาวราช (กลางคืน) ตั้งแต่แยกราชวงศ์ถึงสะพานภาณุพันธุ์ รวมผู้ค้า 16 ราย ซึ่งในปี 2569 เขตฯ มีแผนจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน ดังนี้
1.ถนนเยาวราช ผู้ค้า 96 ราย ขอทบทวนเป็นพื้นที่อัตลักษณ์
2.ถนนราชวงศ์ ผู้ค้า 144 ราย ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ทำการค้า
3.ถนนข้าวหลาม ผู้ค้า 25 ราย ขอยกระดับเป็นจุดผ่อนผัน ส่วนแผนจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน ดังนี้
1.ขอคืนพื้นที่สาธารณะ 14 จุด
2.จัดระเบียบโดยยกเว้นหลักเกณฑ์ทำการค้า 13 จุด
3.ยุบรวมพื้นที่ทำการค้า 25 จุด
4.ขอเป็นพื้นที่อัตลักษณ์ ย่านเยาวราช 8 จุด ย่านสำเพ็ง 11 จุด
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทำการค้าปี 67 เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่
ในการนี้มี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตสัมพันธวงศ์ ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #ห้องหลบร้อน #BKKCoolingCenter#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


