
(17 มี.ค. 69) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้ามาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วม ควบคู่กับการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและส่งเสริมสุขอนามัยให้แก่ประชาชน โดยกองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย ร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการติดตั้งถัง/บ่อดักไขมันในสถานประกอบการที่มีการจำหน่ายอาหาร เพื่อป้องกันไขมันอุดตันในท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาการระบายน้ำไม่ทันและน้ำท่วมขังในพื้นที่
การดำเนินการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยกำหนดแผนลงพื้นที่ตรวจสอบระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบกิจการตระหนักถึงความสำคัญของการติดตั้งถัง/บ่อดักไขมัน การกำจัดไขมันอย่างถูกวิธี และการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับสถานประกอบกิจการในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต ที่เข้าหลักเกณฑ์ต้องติดตั้งถัง/บ่อดักไขมัน มีจำนวนทั้งสิ้น 16,341 แห่ง โดยกรุงเทพมหานครได้วางแผนทยอยลงพื้นที่ตรวจสอบตลอดระยะเวลา 3 เดือน ได้แก่ เดือนมีนาคม 4,906 แห่ง (30%) เดือนเมษายน 4,906 แห่ง (30%) และเดือนพฤษภาคม 6,529 แห่ง (40%)
ทั้งนี้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. 2565 กำหนดให้สถานที่จำหน่ายอาหาร เช่น ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ภัตตาคาร และศูนย์อาหาร ต้องมีระบบแยกไขมันก่อนปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ระบบระบายน้ำ โดยใช้ถังดักไขมัน บ่อดักไขมัน หรือวิธีบำบัดอื่นที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าถังหรือบ่อดักไขมัน และน้ำทิ้งต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
สำหรับการติดตั้งบ่อดักไขมัน ควรติดตั้งบนพื้นเรียบ ในบริเวณที่สามารถรับน้ำเสียจากอ่างล้างจานได้โดยตรง สามารถทำความสะอาดหรือตักไขมันได้สะดวก และควรเลือกใช้บ่อดักไขมันที่มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียจากการประกอบกิจการ
ส่วนการดูแลรักษาบ่อดักไขมัน ควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- ทิ้งเศษอาหารที่ติดอยู่กับตะแกรงทุกวัน
- ตักไขมันทุก 1 – 2 วัน หรือตามความเหมาะสม โดยสังเกตจากคราบไขมันที่ลอยตัวหนา
- ระบายไขมันออกจากบ่อเป็นประจำ
- ทำความสะอาดบ่อดักไขมันอย่างสม่ำเสมอ
- นำไขมันที่ตักออกใส่ถุงดำ ผูกปากถุงให้เรียบร้อย ก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป
เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบการติดตั้งถัง/บ่อดักไขมัน รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกฎหมายของสถานประกอบการตามแผนที่กำหนด พร้อมทั้งควบคุม กำกับ และให้คำแนะนำเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้อง หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเขตจะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการที่เข้าหลักเกณฑ์ให้ติดตั้งถัง/บ่อดักไขมันและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของเมือง ลดปัญหาท่ออุดตันและน้ำท่วมขัง ตลอดจนช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขอนามัยที่เหมาะสมให้กับสังคมโดยรวม
#กทม #บ่อดักไขมัน #ถังดักไขมัน #สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี #สังคมดี #น้ำไม่ท่วม
#เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ
------------------ (พัทธนันท์...สปส. รายงาน)


