(24 ก.พ. 69) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงประเด็นร่วมสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนของกรุงเทพมหานคร ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกล่าวว่า การแยกเจ้าภาพตาม SDG ทำให้เกิดการมองแยกส่วน และประสบความสำเร็จได้ยาก อีกทั้งกรุงเทพมหานครไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการดำเนินการ เช่น การลดฝุ่น ต้องดำเนินการตามแผนงานโครงสร้างพื้นฐาน หากหน่วยงานต่าง ๆ หรือทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกันก็จะเกิดความยากลำบาก

ส่วนงานด้านความยั่งยืน (Sustainable) ไม่ใช่ภาระ โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลของกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เชื่อมโยงงานต่าง ๆ ด้วยการนำงานที่ฝ่ายพื้นที่ขยับมาร้อยเรียงกับ KPI/OKR ของเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ ทั้ง HCN, MCR และ SDG และการที่กรุงเทพมหานครจัดให้มีกิจกรรมแข่งขันต่าง ๆ จะทำให้ทราบว่าช่องว่างของการพัฒนาต่ออยู่ตรงไหน ซึ่งงานของกรุงเทพมหานครมี 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1. Infrastructure 2. คุณภาพชีวิต และ 3. การบริหารจัดการ โดยงานด้านยุทธศาสตร์และบุคลากรจะเป็นผู้เชื่อมโยงงานทั้ง 3 ส่วน
ในอนาคต สำนักสิ่งแวดล้อมยั่งยืน (สสย.) ควรขึ้นตรงกับสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อความเชื่อมโยงในการทำงาน และจะเสนอการพัฒนาโครงสร้างสำนักงานยั่งยืนเพื่อรับรางวัลเลิศรัฐ
สำหรับการปรับโครงสร้าง (Restructure) องค์กร ต้องคำนึงถึงภารกิจในอนาคตที่ต้องรองรับ เตรียมความพร้อมของบุคลากรและองค์ความรู้ รวมถึงต้องขยายจากขอบเขตพื้นที่สวนของกรุงเทพมหานคร ไปสู่การดูแลพื้นที่สีเขียวทั้งในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและพื้นที่เอกชน
จุดสำคัญของ Sustainable คือ การสร้างกลไกให้ชัดเจนและดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ยกเลิกการใช้ KPI ที่ไม่สะท้อนความสำเร็จ ซึ่งกรุงเทพมหานครมีการประเมินผลยุทธศาสตร์แบบรายปี ไม่ได้ประเมินตามแผนสภาพัฒน์ที่ประเมินทุก 5 ปี และได้นำนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปใช้ตามกรอบแนวทางของชาติทั้งหมด รวมถึงร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ โดยผู้นำองค์กรต้องแสดงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องและจริงใจ สร้างบรรยากาศการพบปะของผู้เกี่ยวข้องและรับรู้ร่วมกัน
“ในการดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ความเสี่ยงเดิมและความท้าทายคือระบบข้อมูล ส่วนความเสี่ยงใหม่คือการทำ Foresight ซึ่งระบบข้อมูลจะสนับสนุนให้ทราบว่าจินตนาการสามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใด” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (ที่ปรึกษา) ได้ดำเนินโครงการพัฒนานโยบายเชิงนวัตกรรม เพื่อบริหารจัดการประเด็นร่วมด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและจัดทำประเด็นร่วมสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในห้วงการพัฒนาปี พ.ศ. 2571–2575 พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
—————————


