
(17 ก.พ. 69) เวลา 13.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตคลองเตย
ติดตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท ซัมเมอร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซอยสุขุมวิท 48 ซึ่งเป็นการก่อสร้างอาคารพักอาศัย ความสูง 7 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามวิธีและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตในการก่อสร้าง ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526) และแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 67 (พ.ศ. 2563) รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ ปรับปรุงพื้นดินด้านหน้า จัดหาแผ่นเหล็กมาปูทับ ติดตั้งและเปิดเครื่องพ่นละอองน้ำตลอดเวลาการทำงาน ตรวจสอบความสูงของรั้วโดยรอบให้มีความสูงไม่น้อยกว่า 6 เมตร ฉีดล้างทำความสะอาดล้อรถบรรทุกก่อนออกจากโครงการ ติดตั้งเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5 และจอแสดงผลด้านหน้าโครงการ ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด รวมถึงนำรถบรรทุกในโครงการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ให้เรียบร้อย นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 และกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ป้องกันมลพิษทางอากาศ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารล็อกซเล่ย์ ถนนระนอง พื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ผู้ใช้บริการ 600 คน/วัน โดยมีวิธีการคัดแยกขยะตามประเภท ดังนี้ 1. ขยะรีไซเคิล คัดแยกตามประเภท จัดส่งวัดจากแดง ขวดแก้วส่งโอสถสภา ส่วนที่เหลือจำหน่ายเดือนละ 2 ครั้ง 2. ขยะอินทรีย์ คัดแยกเศษอาหารตามชั้นและแคนทีน นำเข้าเครื่องกำจัดเศษอาหารเพื่อทำปุ๋ยหมักชีวภาพและวิตามินบำรุงพืช 3. ขยะอันตราย คัดแยก เช่น หลอดไฟ ภาชนะบรรจุสารเคมี แบตเตอรี่ โดยเขตฯ จัดเก็บเดือนละ 1 ครั้ง 4. ขยะทั่วไป คัดแยกและจัดเก็บทุกวัน 5. ขยะติดเชื้อ จากห้องพยาบาล ส่งต่อโรงพยาบาลวิมุตเทพธารินทร์ เดือนละ 1 ครั้ง สำหรับปริมาณขยะก่อนและหลังคัดแยก ได้แก่ ขยะทั้งหมดก่อนคัดแยก 2,100 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 768 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 800 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 6 กิโลกรัม/วัน ขยะทั่วไปหลังคัดแยก 2,500 ลิตร/วัน และขยะติดเชื้อ 0.3 กิโลกรัม/วัน ในโอกาสนี้ ล็อกซเล่ย์ได้มอบวิตามินบำรุงพืชจากขยะเศษอาหาร จำนวน 1,000 กิโลกรัม เพื่อให้เขตฯ นำไปใช้บำรุงรักษาต้นไม้และพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะขยะทั่วไปที่ยังสามารถคัดแยกออกได้เพิ่มเติม ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมทั้งให้เขตฯ ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY แล้ว แต่ยังส่งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด โดยส่วนใหญ่ยังขาดรูปภาพประกอบของขยะแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิในการชำระค่าธรรมเนียมขยะอัตราใหม่ จาก 60 บาท เป็น 20 บาทต่อเดือน
พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการพัฒนาสวน 15 นาที ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนเดิม) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. สวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า พื้นที่ 9 ไร่ 2. สวนหย่อมป๋าเปรม พื้นที่ 50 ตารางวา 3. สวนหย่อมอาจณรงค์ภิรมย์ พื้นที่ 1 ไร่ สวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1. สวนคลองเตย พัก & Play บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พื้นที่ 300 ตารางวา กรรมสิทธิ์การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 2. สวน 50 สุข ซอยสุขุมวิท 50 (สวนไทรเฉลิมพระเกียรติ) พื้นที่ 10 ไร่ 2 งาน 55 ตารางวา กรรมสิทธิ์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 3. สวน 80 พรรษามหาราชินี (ใต้ทางด่วนซอยสุขุมวิท 48/1) พื้นที่ 5 ไร่ กรรมสิทธิ์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 4. สวนวัดคลองเตยใน พื้นที่ 2 งาน กรรมสิทธิ์วัดคลองเตยใน 5. สวนสุขวิถีชาวแฟลต ชุมชนแฟลต 11–18 พื้นที่ 1 งาน 12.5 ตารางวา กรรมสิทธิ์การท่าเรือแห่งประเทศไทย 6. สวนเพลินจิต พื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน กรรมสิทธิ์การรถไฟแห่งประเทศไทย 7. สวน 15 นาที สุขุมวิท 24 พื้นที่ 1 งาน 47 ตารางวา กรรมสิทธิ์กรุงเทพมหานคร 8. สวนเทิดพระเกียรติ 72 พรรษา เติมสุขสู่สังคม (สวนเติมสุข) ซอยสุขุมวิท 50 ตรงข้ามสวน 50 สุข พื้นที่ 5 ไร่ 245 ตารางวา กรรมสิทธิ์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 9. สวน 15 นาที ถนนพระราม 3 พื้นที่ 29.30 ตารางวา กรรมสิทธิ์กรุงเทพมหานคร 10. สวนห้าแยก ณ ระนอง พื้นที่ 54.28 ตารางวา กรรมสิทธิ์กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างดำเนินการ
ในส่วนของการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้า จำนวน 2 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 39 ราย ได้แก่ 1. ปากซอยอรรถกวี (ทั้ง 2 ฝั่ง) ถนนพระรามที่ 4 ผู้ค้า 28 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00–11.00 น. 2. แยกกล้วยน้ำไท ถนนพระรามที่ 4 ผู้ค้า 11 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 05.00–18.00 น. ซึ่งในปี 2567 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. หน้าทางเข้าห้างโลตัส ถนนพระรามที่ 4 ผู้ค้า 5 ราย 2. หน้าองค์การโทรศัพท์ ผู้ค้า 5 ราย 3. ถนนดวงพิทักษ์ ผู้ค้า 13 ราย 4. ตลาดริมคลองหัวลำโพง (ตลาดลาว) ผู้ค้า 91 ราย ต่อมาในปี 2568 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า จำนวน 7 จุด ได้แก่ 1. ซอยไผ่สิงห์โต ถนนพระรามที่ 4 ผู้ค้า 6 ราย 2. หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองเตย ถนนพระรามที่ 4 ผู้ค้า 11 ราย 3. ปากซอยแสนสุข ถนนพระรามที่ 4 ผู้ค้า 14 ราย 4. หน้าตลาดคลองเตย 1 ผู้ค้า 35 ราย 5. ซอยสุขุมวิท 16 ผู้ค้า 21 ราย 6. ซอยสุขุมวิท 50 ผู้ค้า 5 ราย 7. ซอยสุขุมวิท 4 ผู้ค้า 29 ราย นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำ Hawker Center จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1. ศูนย์อาหารถนอมมิตร ถนนพระรามที่ 4 รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00–22.00 น. 2. ศูนย์อาหารพระราม 4 พลาซ่า รองรับผู้ค้าได้ 20 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00–14.00 น. และ 14.00–22.00 น. โดยจัดเก็บค่าเช่าในอัตราที่เจ้าของตลาดกำหนด
ในการนี้ นายบำรุง สำเนียงงาม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตคลองเตย ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล
#สิ่งแวดล้อมดี #สุขภาพดี
#บ้านนี้ไม่เทรวม #แยกขยะจ่ายน้อยกว่า #แยก20ไม่แยก60 #BKKWASTEPAY
—– (จิรัฐคม…สปส.รายงาน)


