
(17 ก.พ.69) เวลา 09.00 น. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำทีมสื่อมวลชนสัญจร ลงพื้นที่พาชมเส้นทางสะพานเขียว พร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยาน เชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ แก้ปัญหาโครงสร้างทรุดโทรม จุดอับสายตาและแสงสว่างไม่เพียงพอ พร้อมการออกแบบตามแนวคิด Universal Design ทำให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยานเชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ หรือ “สะพานเขียว” ระยะทางรวมกว่า 1.6 กิโลเมตร ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการชุบชีวิตโครงสร้างเดิมที่มีอายุกว่า 20 ปี ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ทันสมัยและปลอดภัย โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. มิติภูมิทัศน์และการเชื่อมต่อ (Green Connectivity & Urban Integration) สะพานเขียวไม่ได้เป็นเพียงทางเดินลอยฟ้า แต่ถูกพัฒนาให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” ที่เชื่อมต่อปอดขนาดใหญ่ของเมือง ได้แก่ สวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมปรับปรุงจุดเชื่อมต่อสำคัญ อาทิ ซอยสุขุมวิท 4 ซอยสุขุมวิท 10 ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิทยุ และถนนสารสิน มีการเสริมความแข็งแรงโครงสร้าง ฐานราก คานคอนกรีต คานเหล็ก เสาเหล็ก และราวกันตกใหม่ทั้งหมด รวมถึงปรับปรุง Ramp เชื่อมต่อหลายจุด เพื่อให้โครงข่ายทางเท้าและทางจักรยานในย่านธุรกิจ (CBD) มีความต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารถยนต์ และสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดสวน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มตลอดแนวสะพาน สร้างบรรยากาศ “Urban Forest” หรือป่าในเมือง เพิ่มความร่มรื่น ลดอุณหภูมิ และช่วยดูดซับฝุ่นละออง
- มิติการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design & Inclusion) โครงการให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยออกแบบตามหลัก Universal Design อย่างครบถ้วน ติดตั้งลิฟต์โดยสารในจุดเชื่อมต่อหลัก ก่อสร้างทางลาด (Ramp) ความยาวกว่า 57 เมตร ตามมาตรฐานความลาดชันสากล พื้นผิวทางเดินไม่ลื่น รองรับรถเข็นและผู้สูงอายุ จัดวางพื้นที่พักผ่อน จุดนั่ง และราวจับอย่างเหมาะสม ถือเป็นครั้งแรกที่สะพานเขียวได้รับการปรับปรุงให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และทุกกลุ่มสามารถใช้พื้นที่ลอยฟ้าใจกลางเมืองได้อย่างแท้จริง
- มิติพื้นที่กิจกรรม (Sport & Social Space) สะพานเขียวถูกยกระดับให้เป็น “พื้นที่กิจกรรมกลางเมือง” ไม่ใช่เพียงทางผ่าน ปรับพื้นผิวเป็น Sport Surface ระยะทางประมาณ 500 เมตร ช่วยลดแรงกระแทก เหมาะสำหรับการวิ่งและปั่นจักรยาน สร้างลานกิจกรรมอเนกประสงค์เหนือจุดตัดสำคัญ เช่น เหนือทางด่วนเฉลิมมหานครและเหนือคลองไผ่สิงโต
จัดพื้นที่เป็นจุดเช็กอิน มุมพักผ่อน และพื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง พื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับกิจกรรมชุมชน กิจกรรมสุขภาพ และกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนเมืองทุกช่วงวัย - มิติการฟื้นฟูชุมชน (Community Regeneration) หนึ่งในหัวใจของโครงการคือการปรับพื้นที่ใต้สะพานและจุดอับสายตาในย่านซอยโปโลและร่วมฤดี จากพื้นที่เสื่อมโทรมถูกปรับให้โปร่ง โล่ง สะอาด และปลอดภัย พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ แนวทางดังกล่าวช่วยลดปัญหาพื้นที่รกร้าง ลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบ
- มิติความปลอดภัยและแสงสว่างอัจฉริยะ (Safety & Smart Lighting) เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานตลอดทั้งวัน โครงการได้ยกระดับระบบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างใหม่ตลอดแนวเส้นทาง เพิ่มไฟประดับเพื่อความสวยงามและทัศนวิสัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เชื่อมต่อศูนย์ควบคุมของกรุงเทพมหานครโดยตรง ทำให้สะพานเขียวสามารถเปิดใช้งานได้ตั้งแต่เช้ามืดถึงยามค่ำคืนอย่างปลอดภัย
นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การพัฒนา “สะพานเขียว” สอดคล้องกับทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิตเมือง หลังกรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับเมืองอันดับ 2 ของเอเชีย ในรายงาน World’s Best Cities 2026 จากความโดดเด่นด้านพื้นที่สีเขียวและโครงข่ายทางเดินเชื่อมสวนสาธารณะ โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร อาทิ โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น และ “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในระยะ 800 เมตร ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างเมืองที่เดินได้ ใช้ได้ และหายใจได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” และ “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในระยะ 800 เมตร ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกย่านของเมือง โดยสะพานเขียวโฉมใหม่นี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569 จะเป็นมากกว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงโครงข่ายทางเดินและจักรยานอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง และสร้างพื้นที่กิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) ผู้อำนวยการสำนักการโยธา รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน โดยแต่ละหน่วยงานได้ร่วมกันชี้แจงทั้งในมิติการออกแบบเชิงผังเมือง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการพื้นที่กับชุมชนโดยรอบ เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
#สะพานเขียว #เดินทางดี #สุขภาพดี #สิ่งแวดล้อมดี #เมืองเดินได้เมืองเดินดี
#กรุงเทพมหานคร #ฟื้นเมืองเชื่อมย่านสานอนาคต
#UniversalDesign #BMA


