
(20 พ.ย. 68) นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้าง โดยมีนายทศพล สุภารี รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน กรุงเทพมหานคร (คชก. กทม.) ผู้แทนสำนักการโยธา ผู้แทนสำนักงานเขต ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมหารือแนวทางการติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการก่อสร้าง เพื่อให้มาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ณ ห้องประชุม 1 สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง
ที่ประชุมได้แจ้ง ดังนี้ 1. อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประเมินและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน 2. การดำเนินงานตามประกาศเขตควบคุมมลพิษเพื่อลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ในที่ประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 โดยได้มอบหมายให้สำนักการโยธาดำเนินการควบคุมไซต์ก่อสร้างให้ปฏิบัติตามมาตรการเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นจากพื้นที่ก่อสร้าง ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างต้องปูพื้นถนนทางเข้า – ออก ภายในพื้นที่ก่อสร้างด้วยแอสฟัลต์ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น และต้องติดตั้งผ้าใบกันฝุ่น (Mesh Sheet) ชนิดป้องกันไฟลามตลอดความสูงของอาคาร ความหนาไม่น้อยกว่า 270 gsm
สำหรับสำนักสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินการเพื่อยกระดับมาตรการ EIA โดยให้ระบุมาตรการต่อไปนี้ในโครงการใหม่ที่ดำเนินการยื่นขอ EIA ได้แก่ โครงการต้องปูพื้นถนนทางเข้า – ออก ภายในพื้นที่ก่อสร้างด้วยแอสฟัลต์ หรือคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีสภาพสมบูรณ์ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น ติดตั้งผ้าใบกันฝุ่น (Mesh Sheet) ชนิดป้องกันไฟลามตลอดความสูงของอาคาร ความหนาไม่น้อยกว่า 270 gsm ติดตั้งรั้วทึบกันฝุ่น (Metal Sheet) เพื่อป้องกันฝุ่นและเศษวัสดุกระจายออกนอกบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง มีความสูง 6 เมตร และเพิ่ม Mesh Sheet อีก 2 เมตร นอกจากนั้น รถยนต์ดีเซลขนาด 4 ล้อขึ้นไปที่เข้า – ออก ในพื้นที่ก่อสร้างต้องลงทะเบียน Green List ยกเว้นรถ ยูโร 5, 6, NGV และ EV รวมถึงให้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ได้มาตรฐานแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานราชการ เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลฝุ่น และมีป้ายแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณโครงการ (อย่างน้อย 2 แห่ง) ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมได้นำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ และได้กำหนดเป็นมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ในที่ประชุมมีการพิจารณาขั้นตอนและวิธีการกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA และการนำเสนอนวัตกรรมการติดตามตรวจสอบมาตรการลดฝุ่นจากการก่อสร้าง รวมถึงการขอให้สำนักงานเขตที่มีโครงการก่อสร้างอำนวยความสะดวกในการติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์ IOT เพื่อนำส่งข้อมูลผลการตรวจวัดฝุ่นละอองไปยังศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเข้าแบบจำลองคุณภาพอากาศ และคำนวณอัตราการระบายสารมลพิษ (Emission Inventory) ประกอบการพยากรณ์ข้อมูลคุณภาพอากาศต่อไป
#สิ่งแวดล้อมดี
—– (ปชส…สสล. รายงาน)


