(28 ม.ค.66) เวลา 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานเขตวัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจร” ณ สำนักงานเขตวัฒนา
“เขตวัฒนา เป็นเขตหลักซึ่งมีพื้นที่เขตเศรษฐกิจกลางเมือง มีพื้นที่ 12.56 ตารางกิโลเมตร มีประชาชน 80,830 คน ถือว่าเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจชั้นในที่สำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก ดังนั้นปัญหาที่จะจัดการหลักๆ ปัญหาแรกคือ เรื่องหาบเร่-แผงลอย เริ่มจากถนนสุขุมวิทเป็นหลัก โดยได้ดำเนินการลงพื้นที่เป็นระยะเวลา 3-4 เดือนแล้ว ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างดีในพื้นที่ซอยทองหล่อ ต่อไปจะขยายผลไปซอยอโศก โดยจะยึดหลักแนวคิดเดิมคือ ให้คนเดินเท้ามาก่อน รวมถึงจัดหาพื้นที่เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าอยู่ได้ อาจจะใช้พื้นที่เอกชนหรือในซอยที่แยกออกไป จะจัดการไปถึงซอยปรีดีพนมยงค์” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวภายหลังการประชุม
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า ปัญหาต่อมาที่จะจัดการคือ ปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากปีที่ผ่านๆ มา มีน้ำท่วมในซอยต่างๆ ซึ่งตอนนี้ได้มีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงระบบระบายน้ำ การขุดลอกคูคลอง เพื่อให้พร้อมรับมือหน้าฝนในปีนี้ ปัญหาไฟแสงสว่าง เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ควรได้รับการจัดการ ซึ่งได้รับการแก้ไขไปพอสมควร ได้มีการให้ข้อมูลเรื่อง เสาไฟฟ้าสีเขียว และสำรวจหลอดไฟที่ขาดไปประมาณ 300 กว่าดวง โดยจะเร่งดำเนินการในเส้นทางการเดินทางสัญจร ปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่างให้ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชน ผู้ที่นั่งวีลแชร์ หรือคนที่ปั่นจักรยานสามารถเดินทางได้สะดวก
ปัญหาต่อมาคือ การจัดเก็บขยะ เนื่องจากเมืองมีกิจกรรมต่างๆ กลับคืนมา จึงทำให้ปริมาณขยะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ควรปรับปรุงการจัดเก็บขยะให้ครบถ้วน มีการจัดซื้อถังขยะใหม่ทั้งหมดประมาณ 70,000 ใบ คาดว่าประมาณเดือนมีนาคมหรือเดือนเมษายน 2566 จะมีถังขยะกระจายทั่วกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้จะดำเนินการ 3 มาตรการ คือ 1.เข้มงวดในเวลาจัดเก็บ ถ้ามีการนำขยะมาวางก่อนเวลากำหนด จะมีการปรับโดยเขตวัฒนาจะเป็นเขตนำร่องก่อน เพื่อลดขยะที่วางตามถนน และทำให้มีน้ำจากขยะไหลเจิ่งนอง 2.การทำคอกกั้นขยะ ซึ่งได้ทำเป็นคอกตาข่ายที่สามารถพับได้เหมือนประเทศญี่ปุ่น แต่มีหนูมากัดขาดทำให้ขยะเกลื่อนกระจาย โดยจะหาแนวทางปรับปรุงเป็นเหล็กให้มีความแข็งแรง 3.การจัดเก็บขยะให้ถี่ขึ้นในพื้นที่เศรษฐกิจ
ต่อมาเป็นปัญหาเรื่อง สายสื่อสารที่รกรุงรัง โดยมีต้นแบบที่จัดระเบียบไว้แล้วอยู่ที่ทองหล่อ ปีที่ผ่านมาได้หารือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ตลอดในเรื่องการจัดระเบียบสายสื่อสาร ซึ่งจัดการไปประมาณ 146 กิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ในปีนี้จะเร่งมากขึ้นทั้ง 2 ส่วน คือการจัดระเบียบและการเอาสายสื่อสารลงดิน ทั้งนี้จะมีการผลักดันไปอย่างต่อเนื่อง ในส่วน Traffy Fondue ของเขตวัฒนา มีการรับเรื่องร้องเรียน 7,000 เรื่อง ดำเนินการแก้ไขแล้ว 6,468 เรื่อง คิดเป็น 92.40 % แก้ไขได้ค่อนข้างเร็วหลังจากเรื่องภายใน 6 ชั่วโมง ถือว่าเขตวัฒนาทำไว้ได้ดี
ด้านนายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา กล่าวด้วยว่า มีความตั้งใจที่จะพัฒนาซอยทองหล่อให้เป็นต้นแบบ หรือตามแบบฉบับ Universal Design ปรับปรุงทางเท้าให้เป็นตามมาตรฐานและยกระดับขึ้นมา ซึ่งตรงบริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ เพราะฉะนั้นหากทางเท้าดี อะไรดีๆ ก็จะตามมา และอีกความหวังหนึ่งที่ขอฝากไว้กับผู้ว่าฯ ชัชชาติ คือ หวังว่าเราจะมีอาคารสำนักงานเขตเป็นของตนเองในพื้นที่เขตวัฒนา
“อาคารสำนักงานเขตเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานเขตวัฒนาอยู่ท้ายซอยสุขุมวิท 55 ติดคลองแสนแสบ เป็นพื้นที่แออัด ประชาชนเข้าถึงยาก จึงได้ดำเนินการหารือเรื่องพื้นที่ในการสร้างอาคารสำนักงานเขตวัฒนา อาจจะเจรจาขอพื้นที่จากภาครัฐหรือหาพื้นที่ที่จะขอเช่าอยู่ระยะยาวได้ และอีกเรื่องคือ สวน 15 นาที เราพยายามเพิ่มสวน เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ทุกอย่างได้ดำเนินการไปตามเป้าหมาย” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเสริม
‘เตือนชาวกรุงติดตามฝุ่น PM2.5 คาด 1-2 ก.พ.นี้ ลมเปลี่ยนทิศพัดฝุ่นเข้ากทม.’
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในวันนี้เริ่มดีขึ้น มีการคำนวณไว้ค่อนข้างดี คาดว่าจะยังดีอยู่จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2566 ซึ่งมีอากาศที่ปิด อาจทำให้เกิดฝุ่นเยอะขึ้น แต่ที่น่ากังวลมากกว่าคือ ช่วงวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2566 เนื่องจากการเปลี่ยนทิศของลม อาจทำให้ฝุ่นจากประเทศกัมพูชาพัดเข้ามาในกรุงเทพมหานครได้ จึงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
‘เฝ้าระวังอากาศแห้งอาจเกิดเพลิงไหม้ จอดรถควรเว้นที่ให้รถดับเพลิงเข้า-ออก’
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้ว่า เมื่อเวลา 01.50 น. วันที่ 28 ม.ค. 66 ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ 4 ครัวเรือน ภายในซอยเสรีไทย 71 แต่มีประชาชนจอดรถทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้รถดับเพลิงเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ยากประกอบกับมีลมกระโชกแรง ทำให้การดับเพลิงทำได้ยาก จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศแห้ง อาจทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้สูง และเป็นห่วงเรื่องการจอดรถ ควรมีพื้นที่เพื่อให้รถฉุกเฉิน รถดับเพลิง สามารถเข้า-ออกได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตามเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นในเวลา 14.00 น. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เดินเท้าทางจากสำนักงานเขตวัฒนาไป ตามทางเดินเลียบคลองแสนแสบ ไปยังชุมชนสุเหร่าบ้านดอน เยี่ยมชมบ้านหนังสือ สินค้าในชุมชน ศูนย์สุขภาพชุมชม และพบปะพูดคุยรับทราบปัญหาของชุมชน บริเวณที่ทำการชุมชนสุเหร่าบ้านดอน จากนั้นเยี่ยมชมสวน 15 นาที Pocket Park 39 ซอยสุขุมวิท 39 ตรวจทางเดินริมคลองแสบแสบจุดที่ไม่เชื่อมต่อ (ฟันหลอ) ต่อมาเดินทางไปยังซอยทองหล่อ 10 เยี่ยมชมสวน 15 นาที Pocket Park ทองหล่อ 10 การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองเป้ง และการบริหารจัดการน้ำในคลองเป้ง
สำหรับกิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจร” ในวันนี้มี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตวัฒนา นางสาวสุชิรา ศิลานนท์ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตวัฒนา สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรม
—– (ทีมข่าว…สปส.รายงาน)