‘ชลบุรี’จี้เร่งย้ายกาก ‘แคดเมียม’หวั่นรั่วไหล โวยช้าบริษัทจัดเก็บ จ.ตากไม่พร้อม กทม.ขู่โทษลักลอบเก็บกากแคดเมียม
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงบทลงโทษของผู้ที่ลักลอบเก็บกากแคดเมียมไว้โดยไม่อนุญาตว่า กากแคดเมียมจัดเป็นของเสียอันตราย ผู้ดำเนินกิจการเข้าข่ายเป็นการดำเนินธุรกิจเก็บ ขน หรือกำจัด สิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีความผิดตามมาตรา 19 ประกอบมาตรา 71 โดยจะมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
น.ส.ทวิดากล่าวว่า นอกจากนี้ การจัดการกากของเสียอันตรายจากการประกอบกิจการโรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 กำหนดให้ผู้ก่อกำเนิด ต้องรายงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ ไม่ใช้แล้วทั้งภายในและภายนอกโรงงาน โดยต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ต้องมีพื้นที่เพียงพอต่อการจัดเก็บอย่างปลอดภัย มีระบบกักเก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้อยู่ภายในอาคาร หรือภายในบริเวณโรงงาน มีระบบป้องกันการปนเป้อน และกระจายสู่สิ่งแวดล้อมมีให้หก รั่วไหล โดยการจัดเก็บให้พิจารณาถึงคุณสมบัติของสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วนั้นๆ กับสภาวะแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้นความร้อน แสงแดด ที่อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีใดๆ ที่เป็นอันตราย
น.ส.ทวิดากล่าวว่า รวมทั้งต้องจัดทำแผนผังการจัดเก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นปัจจุบัน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ในกรณีผู้ก่อกำเนิดต้องการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน จะต้องแจ้งต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อ ขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน เพื่อไปจัดการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนด โดยผู้ก่อกำเนิดจะต้องรายงานการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุ ที่ไม่ใช้แล้วในรอบปีที่ผ่านมา ต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ฝ่าฝนจะมีโทษปรับ ไม่เกิน 200,000 บาท
“ทั้งนี้ การลักลอบจัดเก็บกากแคดเมียม ซึ่งมิได้เป็นกิจการที่มีการใช้สารแคดเมียม
เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมจะมีความผิดฐานประกอบกิจการโรงงานจำพวก 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” น.ส.ทวิดากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่โรงงานล้อโลหะไทย เมททอล เขตบางซื่อ เจ้าหน้าที่สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำนัก อนามัย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางซื่อ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอนามัยและกรมควบคุมมลพิษ เข้าตรวจสอบสภาพแวดล้อมบริเวณภายในและภายนอกโรงงาน เก็บตัวอย่างดิน น้ำ และไอระเหยสารเคมี เพื่อนำไปวิเคราะห์ทาง ห้องปฏิบัติการเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างรอผล
ที่ จ.ชลบุรี น.ส.อังศุมาลิน ฉัตรสุวรรณวารี อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ได้มีการประชุมกลุ่มย่อยเกี่ยวกับการย้ายกากแคดเมียมออกจากโกดังเก็บสินค้า A4 และ A18 ของบริษัท อิฟง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 394/2 หมู่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ประมาณ 4,000 ตัน โดยพยายามเรียกร้องย้ายพร้อมกับ จ.สมุทรสาคร โดยไม่ต้องรอถึงวันที่ 21-22 พฤษภาคม เพราะเกรงว่าเข้าช่วงฤดูฝน จะเกิดปัญหาช่วง ขนย้าย อาจจะมีสารพิษจากกากแคดเมียม รั่วไหลระหว่างทางหากฝนตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ที่สำคัญประชาชนในพื้นที่ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง ได้พยายามเรียกร้องให้มีการขนย้ายโดยเร็ว เพราะกลัวจะได้รับผลกระทบจากกากแคดเมียมที่รั่วไหลออกมาจากโกดัง อย่างไรก็ตาม ได้รับการยืนยันจากบริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ใน จ.ตาก ว่าไม่มีความพร้อมเกี่ยวกับการจัดเก็บกากแคดเมียม จึงต้องชะลอการขนย้ายไปก่อน อย่างไรก็ตาม จ.ชลบุรีไม่นิ่งนอนใจ พยายามประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุมัติการย้ายกากแคดเมียมให้เร็วที่สุด
ที่มา: นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 3 พ.ค. 2567 (กรอบบ่าย)