กทม. เปิดสถิติ Bike Sharing เดือนเดียว ยอดใช้งานพุ่ง 1.7 แสนเที่ยว โตกระโดด 60% ปรากฏการณ์ Night Ride หนุนคนเมืองปั่นเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ

(4 พ.ย. 69) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความสำเร็จของโครงการจักรยานสาธารณะ หรือ Bike Sharing ของกรุงเทพมหานคร ในการเป็นระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อการเดินทาง โดยล่าสุด เดือน ต.ค. 69 มียอดการใช้งานสูงถึง 171,492 เที่ยว ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 64,000 เที่ยว หรือพุ่งขึ้นราว 60% ภายในระยะเวลาเดือนเดียว เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา สะท้อนถึงการตอบรับจากทั้งคนเมือง นักเรียน และนักท่องเที่ยว

• ชูนโยบาย Feeder เชื่อม “ล้อ-ราง-เรือ” เติมเต็มการเดินทาง First Mile, Last Mile

นอกจากการพัฒนาทางเท้าแล้ว กทม. มุ่งมั่นใช้ระบบ Bike Sharing เป็นกุญแจสำคัญในการเป็นระบบเดินทางเชื่อมต่อ (Feeder) เพื่อทลายคอขวดและเชื่อมขนส่งมวลชนทั้งล้อ-ราง-เรือ ช่วยเติมเต็มรอยต่อการเดินทางระยะสั้น (First Mile, Last Mile) จากบ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงาน ให้เข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในอนาคต กทม. ได้ตั้งเป้าหมายดันยอดการใช้งานสู่ 1 ล้านทริป

ปัจจุบันโครงการนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักเรียน เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนเทพศิรินทร์ นอกจากนี้ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ระบบขนส่งอื่นหยุดชะงัก จักรยานยังพิสูจน์แล้วว่าเป็นทางเลือกสัญจรที่คล่องตัวของคนเมืองอีกด้วย

• กระแส Night Ride ฟีเวอร์ เชื่อมต่อการท่องเที่ยวเมืองเก่าและไลฟ์สไตล์ Gen Z

ปัจจัยสำคัญที่จุดกระแสให้ยอดการใช้งานเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากปรากฏการณ์ “Night Ride” หรือเทรนด์ปั่นจักรยานท่องราตรี ชมวิวเมืองเก่าและแสงไฟยามดึกรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งกลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตและแฟชั่นไลฟ์สไตล์สุดไวรัลของกลุ่ม Gen Z บนโซเชียลมีเดีย ซึ่ง Bike Sharing ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมีจักรยานเป็นของตัวเอง เพียงสแกนปลดล็อกผ่านแอปพลิเคชัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 10–20 บาท ก็สามารถปั่นท่องเที่ยวได้ทันที

โดยจุดจอดยอดฮิตที่มีการใช้งานสูงสุด ได้แก่ สถานี MRT สนามไชย ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) สถานี MRT สามยอด โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนเทพศิรินทร์

• สถิติผู้ใช้งานเติบโตก้าวกระโดด พุ่งสูงกว่า 60% ในเดือนเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในเดือน ม.ค. 67 มีสถิติการใช้งานเริ่มต้นเพียง 1,700 เที่ยวต่อเดือนเท่านั้น แต่ด้วยการพัฒนาและเพิ่มจุดบริการและการเข้าถึงที่สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน ตัวเลขผู้ใช้งานจึงไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในเดือน ก.ย. 69 มียอดใช้งานมากกว่า 107,000 เที่ยว และขยับขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ 171,492 เที่ยว ในเดือน ต.ค. 69 คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 60% ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการขยายเครือข่ายและการใช้งานที่เติบโตแบบทวีคูณ

“ ที่ผ่านมา กทม. มีแนวทางพัฒนา first-last mile อย่างต่อเนื่อง สาระสำคัญประการหนึ่งคือการเพิ่มจุดจอดจักรยานให้ทั่วถึง โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานภายใต้แนวคิด connect the dots เชื่อมต่อระบบขนส่งต่างๆ หรือจากบ้านไปที่ระบบขนส่งใหญ่อย่างรถไฟฟ้า หากไม่นับเดือนกันยายนก็จะเห็นภาพรวมการใช้งานโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในเดือนกันยายนที่มียอดการใช้สูงขึ้นนั้นก็เป็นอีกมิติที่น่ายินดีที่มีกลุ่มคนให้ความสนใจในการขับขี่จักรยานในเชิงการท่องเที่ยว ที่ทำให้เมืองมีชีวิต”

• เดินหน้าเชิงรุก ขยายจุดจอดและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอนาคต

ปัจจุบัน กทม. ได้ขยายเครือข่ายจุดจอด Bike Sharing ไปแล้วกว่า 719 จุด ใน 35 เขต ครอบคลุมทั้งย่านเมืองเก่าและการท่องเที่ยว เช่น เขตพระนคร สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจและคนทำงาน เช่น เขตปทุมวัน สาทร วัฒนา ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง คลองเตย และย่านสถานศึกษา เช่น เขตทุ่งครุ (มจธ.) ลาดกระบัง (สจล.) ประเวศ และจตุจักร

นอกจากนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ให้บริการอย่าง Hello Ride และ Anywheel ได้เร่งเพิ่มจำนวนจักรยานและเพิ่มรอบการเติมจักรยานให้ถี่ขึ้นในจุดที่มีความต้องการสูง ขณะเดียวกัน กทม. ยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้ใช้จักรยานส่วนตัว โดยตั้งเป้าติดตั้งโครงจอดจักรยานเพิ่มอีก 850 ชุด จากเดิมที่มีอยู่ 4,888 ชุด รวมเป็นกว่า 5,500 ชุด ซึ่งจะช่วยรองรับจักรยานส่วนบุคคลได้มากกว่า 48,000 คัน ควบคู่ไปกับการพลิกโฉมพื้นที่ใต้สะพานลอยและจุดตัดสถานีขนส่งมวลชนให้กลายเป็นจุดจอดจักรยานที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน

• ชวนคนเมืองปั่นปลอดภัย ร่วมสร้างวัฒนธรรมการเดินทางอย่างเป็นระเบียบ

นายเอกวรัญญู กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยสถิติผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกระแสปั่นท่องเที่ยวยามค่ำคืน กทม. จึงเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และชวนทุกคนร่วมสร้างวัฒนธรรมการปั่นที่ดี ทั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขี่เอง การดูแลยานพาหนะสาธารณะ และการอยู่ร่วมกับชุมชนเคารพซึ่งกันและกัน โดยมีข้อแนะนำในการใช้ Bike Sharing คือ

• จักรยาน 1 คัน ออกแบบไว้สำหรับผู้ขี่ 1 คน รองรับน้ำหนักรวมไม่เกิน 100 กิโลกรัม ไม่ซ้อนท้าย ไม่นั่งบนตะกร้าหน้าหรือบังโคลน และควรหลีกเลี่ยงการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่

• ปั่นด้วยความเร็วที่เหมาะสม มีสมาธิมองเส้นทางข้างหน้า หลีกเลี่ยงการแข่งขันหรือหยอกล้อกันบนท้องถนน

• คืนจักรยาน ณ จุดบริการที่กำหนดในระบบเสมอ และจอดให้เป็นระเบียบ ไม่ขวางทางเท้าหรือทางเข้าออก

• เคารพกฎจราจร และไม่ส่งเสียงดังรบกวนยามวิกาล โดยเฉพาะเมื่อปั่นผ่านย่านชุมชนหรือบ้านเรือนประชาชน

#BangkokNightRide #NightRide
#BikeSharing #Feeder #กทม.

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200