สภา กทม. รับหลักการ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม วงเงิน 1,139 ล้าน เตรียมเร่ง ฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบภัย

(28 ต.ค.69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง โดยมีนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม
.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พ.ศ. …. โดยให้เหตุผลว่า เนื่องด้วยวันที่ 25 กันยายน 2569 ได้เกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดอุทกภัยส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชนและสิ่งสาธารณะประโยชน์ในวงกว้างอันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

กรุงเทพมหานครมีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นเงิน 1,139,273,100 บาท เป็นรายจ่ายพิเศษ จ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมงบประมาณสำหรับการเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้าให้มีงบประมาณสำหรับภารกิจเยียวยาและฟื้นฟูรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวยังต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติตามขั้นตอนของสภากรุงเทพมหานครก่อนนำไปใช้จ่าย
.
ในการนี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ร่วมอภิปรายถึงร่างข้อบัญญัติดังกล่าว อาทิ นายอัครชัย กันธมาลา ส.ก.เขตดุสิต กล่าวว่า หลังจากงบประมาณก้อนนี้ผ่านการอนุมัติ จะตั้งกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าผู้ประสบภัยจะได้รับเงินเยียวยาเมื่อใด และเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้านการประเมินราคาวัสดุและค่าแรงในการซ่อมแซมบ้านเรือนของ กทม. ที่เมื่อนำไปเทียบกับราคาตลาดแล้วค่อนข้างต่ำและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงงบประมาณที่จัดสรรให้แต่ละเขตบางส่วนยังไม่เพียงพอต่อการเยียวยา และการประกาศเขตภัยพิบัติ การอนุมัติงบประมาณมีความล่าช้า ใช้เวลาถึง 3 วันกว่าจะถึงสำนักที่รับผิดชอบ และใช้เวลาหลายวันกว่าถุงยังชีพล็อตแรกจะถึงมือประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงการเตรียมความพร้อมและการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ “หากมีการเตรียมความพร้อมเราจะไม่เสียงบประมาณมากมายขนาดนี้”
.
ด้านนายวิรัตน์ มีรชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี กล่าวว่า กรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมีหน่วยงานของรัฐบาลในการรับผิดชอบที่มีการตั้งงบประมาณและงบประมาณเพิ่มเติมไว้ กทม.ควรขอรับเงินชดเชยคืนจากส่วนนั้น อีกทั้งการใช้งบประมาณสะสมของกทม.อาจเกิดความไม่เสถียรทางการเงินเพราะภาระค่าใช้จ่ายของกทม.ยังมีอยู่มาก รวมถึงจะมีมาตรการช่วยเหลือการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ในกรณีทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครเสียหาย เช่น ถนน ประตูระบายน้ำ เงินจำนวนนี้จะพอปรับปรุงไหม
.
นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก.เขตตลิ่งชัน อภิปรายว่า ปริมาณฝนสะสมเพียง 300 มิลลิเมตร ก็สร้างความเดือดร้อนรุนแรงในหลายเขต เช่น หนองจอก, ลาดกระบัง, คลองสามวา, สวนหลวง, สะพานสูง และประเวศ จึงต้องเร่งถอดบทเรียนและเตรียมรับมือปริมาณฝนที่อาจสูงขึ้นในอนาคต เงิน 1,139 ล้านบาท ไม่เสียดายแม้แต่บาทเดียวถ้าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่กระบวนการจัดการต้องชัดเจน มีองค์คณะพร้อมทำงานทันที และรัฐบาลต้องดูแลคนกรุงเทพฯ ให้ทัดเทียมกับประชาชนทั่วประเทศ
.
นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง ตั้งคำถามว่า ขั้นตอนหลังจากงบประมาณผ่านสภากรุงเทพมหานครจะมีการดำเนินการอย่างไร กรณีที่ประชาชนติดปัญหาด้านเอกสารที่เป็นปัญหาสะสมอยู่ตอนนี้จะแก้ไขได้หรือไม่ รวมทั้งวงเงินที่ขอจัดสรรจะเพียงพอหรือไม่
.
นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครวันนี้กับปัญหาจัดการทุกอย่างค่อนข้างลำบาก เพราะมีข้อจำกัดในการทำงาน แต่พี่น้องประชาชนทราบหรือเปล่า บางทีกทม.เสนอข่าวแบบเร็ว ๆ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ แต่เมื่อประชาชนไม่สบายใจ ไม่ได้รับการดูแลอย่างที่เป็น ข่าวที่เสนอออกไปกลับกลายเป็นผลกระทบกลับมา กทม.ต้องแจ้งให้ประชาชนรับทราบและกระชับชัดเจนยิ่งขึ้น
.
ด้าน ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา กล่าวว่า จากกรณีมีการแย่งรับสิทธิเงินเยียวยาระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่าบ้าน มีการลักลอบเปิดบ้านเช่าไม่แจ้งบัญชีจ่ายภาษีทำให้ผู้เช่ารับเงินเยียวยาไม่ได้ อีกทั้งรายการประเมินราคาค่าวัสดุและค่าแรงในปัจจุบันมีความล่าหลัง ค่าแรงบางรายการถูกเกินไปไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้ ควรเพิ่มรายการเฟอร์นิเจอร์ หรือสีทาบ้านในรายการ พร้อมเสนอให้กทม.เปิดเผยแหล่งซื้อวัสดุที่ราคาถูกพร้อมประสานวิทยาลัยต่าง ๆ ในการหาผู้รับจ้างซ่อมแซมบ้านเรือน ลดหย่อนภาษีเพื่อเยียวยาจิตใจพี่น้องประชาชน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 เพิ่มรายการเกี่ยวกับการจัดการน้ำ เช่น ขุดลอกคลอง เครื่องสูบน้ำ ท่อซิ่งพญานาค เรือท้องแบน รวมถึงประตูระบายน้ำ
.
นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ตั้งคำถามว่า เงินสะสมของกทม.มีจำนวนเหลือไม่เยอะหากเทียบกับรายจ่าย ทางกทม.จะมีแผนรับมือกับภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อไปหรือไม่ หากรัฐบาลไม่สนับสนุนจะมีวิธีการรับมืออย่างไร
.
นางสาวมธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง สะท้อนปัญหาในพื้นที่ว่า กรณีประตูไฟฟ้าจะสามารถได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ และในการประเมินของเจ้าหน้าที่แต่ละเขตที่มีบ้านลักษณะเดียวกันแต่เจ้าหน้าที่ประเมินคนละอย่างจะสามารถอุทธรณ์ได้ไหม และเมื่อได้รับการประเมินแล้วจะได้รับเงินเยียวยาภายในกี่วัน
.
ด้านนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กล่าวว่า “แม้สถานการณ์โดยรวมจะคลี่คลายแล้ว แต่หลายครอบครัวยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ไม่จบลงพร้อมน้ำที่ลดไป” สิ่งที่เกิดขึ้นคือบางครัวเรือนมีการซ่อมแซมบ้าน ซึ่งต้องใช้เงินฟื้นฟูหรือว่าหาเงินเพื่อกลับไปประกอบอาชีพตามปกติ เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือหรือเงินช่วยเหลือจากภาครัฐมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งอาจจะไม่มีเงินสำรองเพียงพอที่รับมือกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในสถานการณ์นี้ สำหรับวงเงิน 1,139 ล้านบาท จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ครบถ้วนทั่วครัวเรือนหรือไม่ เพียงพอที่จะครอบคลุมความเดือดร้อนสำหรับประชาชนที่เข้าเกณฑ์หรือไม่
.
นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน กล่าวว่า มนุษย์ไม่สามารถสู้ภัยธรรมชาติได้ แต่เราสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ หากมีเครื่องมือที่ทันสมัย มีแผนการสื่อสารที่ชัดเจน และมีแผนรองรับที่ดี
.
นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง เสนอ กทม.ปรับหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมเป็นระบบ SML ระบุว่า การประเมินความเสียหายแบบละเอียดตามรายรายการ เช่น คำนวณตารางเมตรของกระเบื้องหรือสี ทำได้ยากและสร้างภาระอย่างมากแก่เจ้าหน้าที่เขตและฝ่ายโยธาที่มีกำลังคนไม่เพียงพอ อีกทั้งอัตราค่าแรงและวัสดุที่กำหนดไว้เดิมไม่สามารถนำไปจ้างช่างได้จริง อีกกรณีบ้านในบริเวณใกล้เคียงกันที่ได้รับผลกระทบเหมือนกัน แต่ได้รับเงินเยียวยาจำนวนต่างกัน เช่น บางหลังได้ 5,000 บาท ขณะที่อีกหลังได้ 9,000 บาท จะต้องมีการพิจารณาที่ชัดเจนกว่านี้ และกลุ่มผู้เช่าบ้านที่ทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินได้รับความเสียหายยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธในการรับเงินช่วยเหลือ
.
ผู้ว่าฯ ชัชชาติชี้แจงว่า งบกลางกรณีฉุกเฉินของ กทม. เดิมมีจำนวน 400 ล้านบาท โดยใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดทำถุงยังชีพ 162 ล้านบาท และเงินที่สนับสนุนรัฐบาล 210 ล้านบาท ทำให้เหลืองบในหมวดฉุกเฉินดังกล่าวประมาณ 28 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเงินคงเหลือเฉพาะหมวดงบกลางกรณีฉุกเฉิน ไม่ใช่งบประมาณทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร

การขออนุมัติใช้เงินสะสมจ่ายขาดจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยต้องพิจารณาควบคู่กับภารกิจประจำและความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ เช่น การป้องกันน้ำท่วม การปรับปรุงระบบระบายน้ำ และการจัดการขยะ เพื่อให้ กทม. ยังสามารถให้บริการสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง

*เผยยอดช่วยเหลือ ณ 27 ต.ค. จ่ายเงินแล้ว 95.25%

นายชัชชาติ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนแบ่งเป็น 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ การช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องประเมินความเสียหายของบ้านเป็นรายกรณี ซึ่งมีโอกาสจ่ายเงินได้รวดเร็วกว่า และการช่วยเหลือด้านค่าซ่อมแซมบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน ซึ่งต้องตรวจสอบและประเมินความเสียหายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจ่ายเงินถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม

จากข้อมูลสรุปการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 19.15 น. ระบุว่า กทม. ได้รับงบประมาณช่วยเหลือรวม 3,768.085 ล้านบาท ครอบคลุม 518,039 ครัวเรือน ขณะที่กรอบงบประมาณกลางที่ได้รับอนุมัติรวมอยู่ที่ 15,240.54 ล้านบาท และมีเงินสมทบจาก กทม. อีก 310 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานระบุว่า มีการจ่ายเงินช่วยเหลือสำเร็จแล้วร้อยละ 95.25 ขณะที่ยังมีครัวเรือนรอรับเงินอีก 23,346 ครัวเรือน และมีการส่งข้อมูลให้ ปภ. แล้ว 541,385 ครัวเรือน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการตรวจสอบและจ่ายเงินต่อไป

*เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ ควบคู่พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมระยะยาว

นอกจากการเร่งเยียวยาประชาชนแล้ว กทม. ยังให้ความสำคัญกับการนำบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยมาปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่เปราะบางและพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและปริมาณน้ำจากพื้นที่โดยรอบ

กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างพัฒนาแบบจำลองคาดการณ์น้ำท่วมในระดับพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนและวางแผนรับมือ พร้อมพิจารณาเร่งรัดโครงการระบายน้ำและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

กรุงเทพมหานครยืนยันจะเร่งประสานทุกหน่วยงานเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผลักดันงบประมาณ การตรวจสอบสิทธิ การจ่ายเงินเยียวยา และการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ประสบภัยอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของงบประมาณสำหรับภารกิจจำเป็นของเมืองในระยะยาว

———- (สกณธ์/PR สภา กทม.)

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200