
(21 ต.ค. 69) เวลา 09.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการเตรียมความพร้อมสำรวจความเสียหายบ้านเรือนของประชาชน ณ หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมดีขึ้น ปัจจุบันเหลือพื้นที่ประสบสาธารณภัย 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมคลองที่ยังมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากต้องรับน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กทม. เร่งฟื้นฟูพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะและการเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของเมืองที่มีประชากรหนาแน่น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกสำนักงานเขต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติงานจนสามารถจัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ได้แล้วประมาณ 25,000 ตัน ช่วยให้ประชาชนจำนวนมากกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
◾️ “ทางรัฐ” เยียวยาได้รวดเร็ว อนุมัติแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน ขยายเวลายื่นเอกสารถึง 30 พ.ย.
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนได้รับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นได้รวดเร็ว โดย กทม. จะเร่งพิจารณาคำร้องที่มีข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนก่อน ส่วนกรณีที่ต้องตรวจสอบสิทธิหรือขอเอกสารเพิ่มเติม จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ทั้งนี้ กทม. ได้ขยายระยะเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. 69 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมหลักฐานมากขึ้น พร้อมปรับการให้บริการของสำนักงานเขตให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ยื่นคำร้อง โดยประชาชนสามารถทยอยติดต่อได้ตลอดวัน ไม่จำเป็นต้องเร่งเดินทางมาในช่วงเวลาเดียวกัน
จากข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค. 69 กทม. มีคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐประมาณ 1.06 ล้านครัวเรือน สำนักงานเขตอนุมัติแล้ว 408,427 ครัวเรือน แบ่งเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท จำนวน 215,160 ครัวเรือน และผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จำนวน 193,267 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 2,902,775,000 บาท โดยข้อมูลการโอนเงินล่าสุดที่แสดงในเอกสารสรุป ณ วันที่ 17 ต.ค. 69 ระบุว่าโอนสำเร็จแล้ว 248,643 ครัวเรือน
ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า การอนุมัติเงินต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ ไม่สามารถอนุมัติให้ทุกคำร้องโดยอัตโนมัติ หากพบข้อมูลผิดปกติ เช่น มีผู้ยื่นคำร้องจำนวนมากผิดสังเกตในอาคารหรือห้องเช่าแห่งเดียว จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบสิทธิการอยู่อาศัยและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและรักษาความเป็นธรรมแก่ผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนจริง
◾️ ทำความเข้าใจสถานะคำร้อง “เขียว–เหลือง–แดง” ตรวจสอบตามสิทธิและหลักฐาน
นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มีหลายขั้นตอน เนื่องจากกทม. มีรูปแบบที่อยู่อาศัยหลากหลาย ทั้งบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ อาคารชุด และชุมชนที่มีบ้านหลายหลังหรือหลายห้องอาจใช้เลขที่อยู่เดียวกัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิและข้อมูลให้ชัดเจนก่อนอนุมัติจ่ายเงิน
สถานะคำร้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
▪️ สีเขียว: ข้อมูลผู้ร้องตรงตามหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลเดิม เอกสารครบถ้วน ไม่มีข้อขัดแย้ง สามารถพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม บางคำร้องอาจยังต้องส่งหลักฐานความเสียหายเพิ่มเติม
▪️ สีเหลือง: ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ หลักฐานการอยู่อาศัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หรือกรณีบ้านไม่มีเลขที่และข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องขอเอกสารเพิ่มหรือลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายกรณี
▪️ สีแดง: ไม่เข้าเงื่อนไขรับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์หรือกฎหมาย เช่น กรณีบ้านพักข้าราชการ โดยผู้ยื่นคำร้องยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้
กทม. ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิทธิหรือเอกสารที่ต้องใช้ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นข้อมูล เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดภาระการตรวจสอบซ้ำ ทั้งนี้ การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย
◾️ เร่งเปิดกระบวนการ Claim Bangkok เตรียมทีมช่าง 500 คน สำรวจความเสียหายบ้านจริง
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. เตรียมเร่งดำเนินการผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยเป็นกระบวนการแยกจากการรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ผู้ที่เข้าเกณฑ์อาจยื่นขอความช่วยเหลือได้ทั้งสองส่วนตามหลักเกณฑ์ของแต่ละโครงการ
ยอดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค. 69 เวลา 16.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 134,752 คำร้อง ครอบคลุมความช่วยเหลือหลายประเภท ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ ค่าที่พักชั่วคราว และค่ารักษาพยาบาล
สำหรับประเภทความช่วยเหลือที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ 96,041 คำร้อง รองลงมาคือค่าซ่อมแซมบ้าน 72,848 คำร้อง ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ 37,737 คำร้อง ค่าที่พักชั่วคราว 21,718 คำร้อง และค่ารักษาพยาบาล 1,679 คำร้อง
ส่วน 5 เขตที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง 20,045 คำร้อง เขตบางกะปิ 14,251 คำร้อง เขตสายไหม 11,145 คำร้อง เขตคลองสามวา 8,291 คำร้อง และเขตมีนบุรี 7,269 คำร้อง ตามลำดับ
ทั้งนี้ Claim Bangkok เป็นช่องทางยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามประเภทความเสียหาย โดยประชาชนสามารถส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบออนไลน์ เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานการอยู่อาศัย หรือหลักฐานการประกอบอาชีพ เพื่อให้สำนักงานเขตตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของแต่ละประเภท โดยกรณีขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จะต้องลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายจริง ก่อนนำผลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการประเมินค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจริง เช่น พื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง และวัสดุส่วนที่ชำรุด เพื่อประเมินปริมาณและมูลค่าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย กทม. เตรียมระดมกำลังนายช่างจากส่วนกลางและสำนักงานเขตบัดดี้ รวมประมาณ 500 คน จัดทีมตรวจประเมินอย่างน้อยทีมละ 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้การตรวจสอบมีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้
กทม. ได้จัดทำแบบฟอร์มมาตรฐานสำหรับการตรวจประเมิน เพื่อให้ทุกทีมใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมวางกระบวนการรวบรวมผลตรวจกลับเข้าสำนักงานเขต และให้คณะกรรมการระดับเขตพิจารณาตามขั้นตอน ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุมัติเงินช่วยเหลือต่อไป โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยดำเนินการจ่ายเงินให้บางกรณีได้ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มกระบวนการ หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับการช่วยเหลือผ่าน Claim Bangkok ประชาชนสามารถยื่นคำร้องและส่งเอกสารประกอบทางออนไลน์ได้ โดยเฉพาะกรณีอุปกรณ์ประกอบอาชีพเสียหาย ค่ารักษาพยาบาลจากการประสบภัย และค่าเช่าที่พักชั่วคราว ซึ่งต้องมีหลักฐานประกอบตามเงื่อนไข ส่วนกรณีค่าซ่อมแซมบ้านจะต้องมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจประเมินความเสียหายจริง
◾️ แจ้งนัดสำรวจความเสียหายผ่าน SMS ไม่มีลิงก์แนบ เจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว
เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมิน กทม. เตรียมใช้ระบบข้อความ SMS แจ้งกำหนดการที่สำนักงานเขตจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายล่วงหน้า พร้อมจัดให้มีวันสำรองตามความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนอยู่บ้านและจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
กทม. ยืนยันว่า ข้อความ SMS แจ้งนัดหมายจะไม่มีการแนบลิงก์ โดยจะระบุข้อมูลเกี่ยวกับการนัดหมายตรวจประเมิน และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ทางการของกรุงเทพมหานครเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่จะต้องมีบัตรประจำตัวเพื่อแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งนี้ จะแจ้งตัวอย่างข้อความและกำหนดการเริ่มส่ง SMS ให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบอีกครั้ง
◾️ เปิดรับข้อมูลความเสียหายหลายประเภท ช่วยเหลือให้ตรงกับความเดือดร้อนจริง
กทม. ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบตรวจสอบสิทธิและเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วน โดยความช่วยเหลือผ่าน Claim Bangkok ครอบคลุมกรณีต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ เช่น
▪️ ค่าซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยต้องผ่านการตรวจประเมินตามขั้นตอน
▪️ ค่าอุปกรณ์หรือทุนประกอบอาชีพที่ได้รับความเสียหาย โดยมีหลักฐานยืนยันการประกอบอาชีพและความเสียหาย
▪️ ค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บจากอุทกภัย โดยใช้ใบรับรองแพทย์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
▪️ ค่าเช่าที่พักชั่วคราว สำหรับผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไขและมีหลักฐานประกอบ
ทั้งนี้ อัตราเงินช่วยเหลือและเงื่อนไขการได้รับสิทธิเป็นไปตามระเบียบของแต่ละประเภท ประชาชนควรยื่นข้อมูลให้ตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อประกอบการพิจารณา
◾️ ผู้ว่าฯ กทม. แจงชัด “แก้มลิง” เตรียมจับมือ สทนช. ตั้งคณะกรรมการศึกษาทบทวน
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า ประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิง กทม. อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีคณะกรรมการศึกษาทบทวนอย่างรอบด้าน โดยเปิดรับความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน เพื่อให้สามารถชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนได้อย่างชัดเจน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อพิจารณาว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวควรจัดตั้งโดยกรุงเทพมหานคร หรือโดย สทนช. เพื่อให้การศึกษาทบทวนมีความเหมาะสมและเป็นกลาง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาและทบทวนข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถตอบข้อสงสัยและชี้แจงข้อกังวลของประชาชนได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ กทม.จะให้สำนักงานเขตทบทวนจุดเสี่ยงน้ำท่วม ทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงระบบคลองและการระบายน้ำ เพื่อวางแผนป้องกันและลดผลกระทบในปีต่อไป พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงพื้นที่ เช่น การทำแนวกั้นน้ำหรือการพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมในหมู่บ้านและชุมชน
#กรุงเทพมหานคร #กทม #เยียวยาน้ำท่วม #ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย #ClaimBangkok #แอปทางรัฐ #สำรวจความเสียหาย #ร่วมแรงฟื้นกรุง
——


