กทม. Kick Off “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” ผนึกกำลังตรวจมลพิษ ใช้ Checklist มาตรฐานเดียวกันทั่ว 50 เขต ดีเดย์ 1 พ.ย. นี้

(20 ต.ค. 69) เวลา 13.00 น. นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบาย “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” (Kick Off) ครั้งที่ 1/2570 โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากสำนักเทศกิจ สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล และกลุ่มการปฏิบัติงานของสำนักงานเขต 6 กลุ่มเขต เข้าร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร และผ่านระบบออนไลน์

 

บูรณาการทุกหน่วยงาน ตรวจพร้อมกัน ลดความซ้ำซ้อน

 

รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครขับเคลื่อนนโยบาย “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ผ่านมา การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่อาจดำเนินการแยกกันตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เช่น ฝ่ายโยธา ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และฝ่ายเทศกิจ ทำให้ต้องลงพื้นที่หลายครั้ง ทั้งที่เป็นสถานประกอบการหรือแหล่งกำเนิดมลพิษเดียวกัน

 

กทม. จึงนำแนวทางการตรวจสอบร่วมกันมาใช้เป็นกลไกหลัก เชื่อมโยงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกฎหมายและภารกิจแตกต่างกัน ให้สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล และติดตามการแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดการทำงานแบบแยกส่วน เพิ่มความคล่องตัว และทำให้การควบคุมมลพิษและดูแลความสะอาดเมืองเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

 

การดำเนินงานระดับเขตจะเชื่อมโยงภารกิจของฝ่ายสิ่งแวดล้อม ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และฝ่ายโยธา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่างกัน อาทิ พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยนำภารกิจที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกันภายใต้มาตรฐานการตรวจสอบเดียวกัน

 

ใช้ Checklist กลาง ตรวจครบทุกมิติ

 

กทม. กำหนดให้เจ้าหน้าที่ใช้คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) และแบบฟอร์ม Checklist ชุดเดียวกัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบได้ครบถ้วนตามอำนาจหน้าที่และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมบันทึกผลผ่านระบบดิจิทัล ช่วยให้เห็นผลการตรวจสอบในภาพรวม ลดความซ้ำซ้อน และติดตามการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ

 

Checklist กลางจะช่วยให้การประเมินสถานประกอบการครอบคลุมข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ผ่านการตรวจสอบเพียงบางด้าน ขณะที่ยังมีข้อบกพร่องตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กทม. จะเผยแพร่ Checklist ให้ผู้ประกอบการทราบล่วงหน้า เพื่อให้ตรวจสอบและปรับปรุงสถานประกอบการของตนเองก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจจริง

 

5 กลุ่มภารกิจหลัก ครอบคลุมแหล่งกำเนิดมลพิษทั่วกรุงเทพฯ

 

กทม. แบ่งภารกิจตรวจสอบออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

 

กลุ่ม A สถานประกอบการอาหาร ตรวจสอบร้านอาหาร ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท แผงลอย และศูนย์อิ่มท้อง (Hawker Center) โดยเน้นการคัดแยกขยะ การจัดการเศษอาหาร การติดตั้งบ่อดักไขมัน และการควบคุมควัน กลิ่น และน้ำทิ้ง

 

กลุ่ม B สถานที่ก่อสร้าง ตรวจสอบทั้งโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และโครงการที่ไม่ต้องจัดทำ EIA โดยกำกับมาตรการป้องกันฝุ่น การจัดการขยะก่อสร้าง และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

 

กลุ่ม C กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตรวจสอบสถานประกอบการและกิจการที่อาจก่อมลพิษ เช่น แพลนท์ปูน หม้อไอน้ำ โรงหลอม อู่พ่นสี อู่ซ่อมรถ ร้านของเก่า และฌาปนสถาน เพื่อควบคุมฝุ่น ควัน กลิ่น และมลพิษจากกระบวนการประกอบกิจการ

 

กลุ่ม D พื้นที่เสี่ยงและการเผาในที่โล่ง เฝ้าระวังพื้นที่ชานเมือง พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่รกร้าง โดยเน้นป้องกันการเผาหญ้า เผาขยะ และเผาเศษวัสดุการเกษตร ตลอดจนติดตามการลักลอบทิ้งขยะ

 

กลุ่ม E ยานพาหนะ ตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ดีเซล รถส่วนบุคคล รถในโครงการก่อสร้าง รถโดยสาร รถบรรทุก และเรือโดยสาร โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่

 

ภารกิจทั้ง 5 กลุ่มครอบคลุมปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายมิติ ทั้งขยะ น้ำเสีย ฝุ่นและมลพิษทางอากาศ เสียง และเหตุรำคาญ เพื่อให้ กทม. สามารถดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างครอบคลุม ไม่จำกัดเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5

 

จัดทำ “ผังเมืองฝุ่น” วางแผนตรวจตามความเสี่ยง

 

กทม. จัดทำ “ผังเมืองฝุ่น” แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการตามลักษณะและความเสี่ยงของแหล่งกำเนิดมลพิษเป็น 4 โซนยุทธศาสตร์ ได้แก่ โซนการเผาและพื้นที่รกร้าง 11 เขต โซนจราจรและก่อสร้าง 16 เขต โซนโรงงานและคลังสินค้า 10 เขต และโซนเฝ้าระวังหลายแหล่งกำเนิด 13 เขต เพื่อจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่และวางแผนตรวจสอบให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่

 

ดีเดย์ 1 พ.ย. ทุกเขตมีแผนตรวจรายเดือน พร้อมทีมส่วนกลางตรวจซ้ำ

 

กทม. ทยอยให้สำนักงานเขตศึกษาแนวทางและเริ่มดำเนินการตรวจสอบแล้ว โดยกำหนดวันที่ 1 พ.ย. เป็นวันเริ่มขับเคลื่อนการปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบ ทุกเขตต้องจัดทำแผนตรวจสอบรายเดือน ระบุพื้นที่เป้าหมายและจำนวนสถานประกอบการที่จะเข้าตรวจ เพื่อให้สามารถติดตามผลและประเมินความก้าวหน้าได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ กทม. ยังจัดตั้งทีมตรวจสอบส่วนกลาง หรือ Strike Team ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักอนามัย สำนักเทศกิจ และสำนักการโยธา เพื่อสุ่มตรวจการทำงานของสารวัตรสิ่งแวดล้อมระดับเขตอีกชั้นหนึ่ง โดยตรวจสอบพื้นที่ที่เขตรายงานผลแล้ว เพื่อประเมินความถูกต้องและประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เป็นกลไกตรวจสอบซึ่งกันและกัน และช่วยให้การบังคับใช้มาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

 

ทีม Strike Team เริ่มปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. และจะมีแผนตรวจสอบพื้นที่อย่างชัดเจนตั้งแต่เดือน พ.ย. เป็นต้นไป ขณะที่ภารกิจสารวัตรสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการตลอดทั้งปี 365 วัน โดยทุกเขตยังคงตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษทั้ง 5 กลุ่มอย่างต่อเนื่องตามภารกิจประจำ

 

สำหรับช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นพิเศษ จะเพิ่มน้ำหนักการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ เช่น สถานที่ก่อสร้าง ระบบหม้อไอน้ำในสถานประกอบการ และการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน แต่ยังคงดำเนินการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอื่นควบคู่กันไป

 

เปิด Checklist ให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมก่อนตรวจ

 

กทม. จะเผยแพร่ Checklist มาตรฐานให้ผู้ประกอบการในแต่ละประเภทกิจการทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบและปรับปรุงสถานประกอบการของตนเองได้ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจจริง โดยเฉพาะเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การคัดแยกขยะ การจัดการเศษอาหาร การติดตั้งบ่อดักไขมัน การดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย และการควบคุมฝุ่น ควัน และกลิ่น

 

การแจ้งแนวทางตรวจสอบล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจข้อกำหนดและเตรียมความพร้อมได้ตรงจุด ขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมความร่วมมือในการลดมลพิษ มากกว่าการรอแก้ไขเมื่อพบข้อบกพร่องระหว่างการตรวจสอบ

 

เป้าหมายลดมลพิษทุกด้าน เพื่อเมืองสะอาดและน่าอยู่

 

รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวถึงเป้าหมายของนโยบายว่า ต้องการให้ร้านอาหารและสถานประกอบการจัดการขยะอย่างถูกต้อง มีการคัดแยกขยะและติดตั้งบ่อดักไขมัน ไม่ปล่อยน้ำเสียลงท่อสาธารณะจนก่อให้เกิดปัญหาท่ออุดตันและน้ำท่วม รวมถึงให้แหล่งกำเนิดมลพิษมีมาตรการลดผลกระทบที่ชัดเจน และได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ พร้อมมุ่งลดการเผาในที่โล่งให้หมดไปจากกรุงเทพฯ และลดจำนวนรถที่ปล่อยควันดำให้เหลือน้อยที่สุด

 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมุ่งขับเคลื่อนนโยบาย “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” ให้เป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทุกประเภทอย่างครอบคลุมทั่วทั้ง 50 เขต โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะ ลดปริมาณขยะและน้ำเสียที่ปล่อยลงสู่คลองและท่อสาธารณะ ควบคู่กับการลดฝุ่นและมลพิษทางอากาศ ตลอดจนควบคุมเสียงและเหตุรำคาญ มุ่งให้มลพิษในกรุงเทพมหานครลดลงในทุกด้าน ประชาชนมีอากาศสะอาดและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สะอาด น่าอยู่ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน

 

#กรุงเทพมหานคร #กทม #สารวัตรสิ่งแวดล้อม #ลดฝุ่นPM2.5 #แก้ปัญหามลพิษ #แหล่งกำเนิดมลพิษ

 

—– (จิรัฐคม…สปส. รายงาน)

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200