สภา กทม. ตั้ง คกก.วิสามัญฯ สางปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง ขีดเส้น 90 วัน สรุปแนวทางแก้ระยะยาว

(7 ต.ค. 69) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 1) ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้ง คณะกรรมการวิสามัญศึกษา กำกับดูแล แก้ไขปัญหาการจัดระเบียบสายสื่อสารและระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 11 คน กำหนดระยะเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
.
การตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ ดังกล่าว สืบเนื่องจากการเสนอญัตติของ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภากรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษา กำกับดูแล แก้ไขปัญหาการจัดระเบียบสายสื่อสารและระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวถึง การจัดระเบียบสายสื่อสาร (สายโทรศัพท์ สายอินเทอร์เน็ต สายเคเบิลทีวี) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผบกระทบ 4 ด้านหลัก ได้แก่
1. ด้านความปลอดภัยของประชาชน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถใช้ถนนและคนเดินเท้า เหตุจากสายรกรุงรังและห้อยต่ำ รถใหญ่เกี่ยวสายไฟจนเสาเอียง และเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้
2. ด้านภูมิทัศน์เมือง ปัญหารังนกและสายสื่อสารพันกันยุ่งเหยิง กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยเฉพาะพื้นที่เมืองชั้นใน
3. การขาดการบูรณาการ อำนาจหน้าที่กระจายอยู่หลายหน่วยงาน (กทม., กสทช., การไฟฟ้า, เอกชน และตำรวจ) ควรมีการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน
4. ขาดเกณฑ์ที่ชัดเจน ต้องกำหนดระเบียบว่าเส้นทางใดควรนำสายลงดิน หรือเส้นทางใดควรรวบพาดเสาไฟ รวมศึกษากรอบกฎหมาย จัดสรรงบประมาณและแบ่งรับภาระค่าใช้จ่ายระหว่างรัฐและเอกชนให้ชัดเจน รื้อถอนสายเก่าที่ไม่ใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
.
จากนั้นนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครพัฒนาระบบบริหารจัดการสายสื่อสารเพื่อยระดับความปลอดภัย ปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นเรื่องใกล้เคียงกัน

นายวิพุธ ชี้ให้เห็นว่า กทม. มีการจัดการจัดระเบียบสายสื่อสารแล้วหลายจุด แต่ยังมีพื้นที่ชั้นในที่มีประชากรหนาแน่น มีสายสื่อสารมากขึ้น ซึ่งมีสายที่ทั้งใช้งานได้และไม่ได้แต่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นของหน่วยงานไหน ไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงานแต่คือเรืองความปลอดภัย การบริหารพื้นที่สาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและประสิทธิภาพผังเมือง อีกทั้งภาพลักษณ์ของกทม.ในระดับโลก และไม่ใช่ถนนทุกสายต้องนำสายสื่อสารลงดิน การไฟฟ้าได้เสนอแผนการจัดการสารสื่อสารโดยแบ่งเป็น 2 แบบคือ การนำลงใต้ดินและฟาดสายเสาไฟ โดยที่กทม.ควรมีเกณฑ์หรือระเบียบส่าถนนประเภทไหนควรดำเนินการอย่างไร ต้องมีแบบแผนรวมทั้งการติดตั้งและรื้อถอน
.
ทั้งนี้ มีสมาชิกสภากทม. ร่วมสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ดังนี้

นางสาวปิยะวรรณ จระการ ส.ก.เขตสวนหลวง เสนอให้แก้ปัญหาที่ต้นทางด้วยการปรับแก้ไขข้อกฎหมาย โดยตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ เข้าไปศึกษาข้อกฎหมายตรงไหนที่สามารถแก้ไขจากต้นทางได้ ที่สำคัญสานสื่อสารที่เก่าและไม่มีการรื้อถอนจะทำให้เกิดการหลอมละลายเพลิงไหม้ได้ง่าย
.
นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ ส.ก.เขตดินแดง ชี้ว่าปริมาณสายสื่อสารที่เพิ่มขึ้นทำให้น้ำหนักถ่วงจนเสาไฟฟ้าเอียง เสี่ยงล้มทับประชาชน
.
นายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก.เขตหลักสี่ ระบุ 3 สาเหตุหลักคือ การลักลอบติดตั้ง, การทิ้งสายเก่าเมื่อติดตั้งสายใหม่ และการไม่สามารถตรวจสอบหาเจ้าของสายได้
.
นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน สะท้อนปัญหาเอกชนแอบนำสายมาพาดใหม่หลัง กทม. ดำเนินการจัดเก็บ จึงต้องออกระเบียบบังคับใช้ให้เด็ดขาด
.
นายอดิเจษฎ์ ประยูรพฤกษ์ ส.ก.เขตพระนคร เร่งรัดการจัดระเบียบในพื้นที่ท่องเที่ยวชั้นใน เพื่อความปลอดภัยของชุมชนและภาพลักษณ์ของ กทม.
.
จากนั้นที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษา กำกับดูแล แก้ไขปัญหาการจัดระเบียบสายสื่อสารและระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 11 ท่าน โดยกำหนดกรอบพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
————–
#สภากรุงเทพมหานคร #สภากทม #กรุงเทพมหานคร #BMA #BMC

 

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200