
(5 ต.ค. 69) นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า กทม. เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ การสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ การเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตลอดจนการจัดการขยะและฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
การลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ
ผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ 2 ช่องทาง โดยผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์สามารถใช้สิทธิได้ทั้ง 2 ช่องทาง แต่ต้องยื่นคำร้องแยกกัน ได้แก่ 1. เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้นจากรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรี ยื่นผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยรัฐบาลให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สูงสุด 9,000 บาท และ 2. เงินช่วยเหลือค่าเสียหายและค่าซ่อมแซมตามระเบียบกรุงเทพมหานคร ยื่นผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th โดย กทม. พิจารณาความช่วยเหลือตามความเสียหายจริงและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ครอบคลุมค่าวัสดุซ่อมแซมที่พักอาศัย รวมถึงความเสียหายของอุปกรณ์ประกอบอาชีพ
ประชาชนสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานความเสียหายผ่านระบบของ กทม. และขณะนี้สามารถตรวจสอบสถานะคำร้องได้แล้ว หรือเดินทางไปยื่นเรื่องด้วยตนเองที่สำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านของบ้านพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบ ในวันจันทร์–ศุกร์ ตามเวลาทำการ
ทั้งนี้ มีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ “ทางรัฐ” ในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วประมาณ 343,000 ราย และมีผู้ยื่นคำร้องผ่านระบบ กทม. แล้ว 40,173 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ต.ค. 69)
“Buddy System” เสริมกำลัง 14 เขต
กทม. จัดระบบ “Buddy System” เพื่อเสริมกำลังให้สำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบ โดยประสานเจ้าหน้าที่จากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาสนับสนุน ทั้งการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมายื่นเรื่องขอรับความช่วยเหลือ และการจัดเก็บขยะหลังน้ำลด เพื่อเร่งการให้บริการและการฟื้นฟูพื้นที่
ตัวอย่างเช่น เขตสัมพันธวงศ์และเขตพระโขนงสนับสนุนเขตคันนายาว ขณะที่เขตธนบุรี เขตบางแค และเขตพระนคร สนับสนุนเขตลาดกระบัง โดยมี 14 เขตที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง สวนหลวง ประเวศ บางกะปิ วังทองหลาง สะพานสูง บึงกุ่ม คันนายาว สายไหม ดอนเมือง และหลักสี่ ทั้งนี้ กทม. ยังคงเปิดให้บริการประชาชนนอกเวลาราชการ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการยื่นเรื่อง
ฟื้นฟูพื้นที่และจัดการขยะชิ้นใหญ่
กทม. เตรียมเดินหน้าจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่แบบ One Single Sweep โดยแต่ละเขตจะสำรวจและกำหนดจุดรวบรวมขยะภายในชุมชน เช่น ลานอเนกประสงค์หรือสนามกีฬา ก่อนประสานกำลังคนและรถจากภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน นอกจากนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ greener.bangkok.go.th หรือรวบรวมจุดรับขยะและแจ้งผ่าน Traffy Fondue ได้อีกช่องทางหนึ่ง
เบื้องต้นกำหนดจุดพักขยะขนาดใหญ่ เช่น บริเวณวัดทองหลาง เขตบางกะปิ และพื้นที่การทางพิเศษฯ บริเวณลาดพร้าว ก่อนขนส่งต่อไปยังพื้นที่กำจัดที่กำหนด พร้อมสำรวจความต้องการอุปกรณ์ทำความสะอาดของแต่ละชุมชน เพื่อประสานภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการฟื้นฟูในรูปแบบ CSR
ที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
สำหรับประชาชนที่บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายและจำเป็นต้องย้ายออกชั่วคราวระหว่างทำความสะอาดหรือซ่อมแซม กทม. มีแนวทางสนับสนุนค่าเช่าที่พักเดือนละ 3,000 บาท ไม่เกิน 2 เดือน รวมถึงประสานจัดหาที่พักชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าฟื้นฟูบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
สถานการณ์พื้นที่ได้รับผลกระทบ
เขตลาดกระบัง จุดวิกฤตบริเวณเคหะร่มเกล้ามีระดับน้ำประมาณ 70 เซนติเมตร ขณะที่ถนนคุ้มเกล้าและพัฒนาชนบท 3–4 น้ำแห้งแล้ว ปัจจุบันได้รับกำลังเจ้าหน้าที่สนับสนุน 170 คน จากที่ขอ 200 คน และรถสนับสนุน 1 คัน จากที่ขอ 10 คัน ขณะที่ยังมีความต้องการถุงยังชีพประมาณ 30,000 ถุง และมีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ “ทางรัฐ” แล้วกว่า 80,000 ราย
เขตหนองจอกอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม พร้อมแก้ไขข้อจำกัดด้านการใช้งานเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ส่วนเขตประเวศมีจุดน้ำท่วมขัง 16 จุด ระดับน้ำประมาณ 25–30 เซนติเมตร โดยจุดที่มีน้ำสูงสุดอยู่บริเวณพัฒนาการ 69/5, 59 และ 50 ขณะที่เขตมีนบุรี โดยภาพรวมสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงบางจุดที่อยู่ระหว่างการระบายน้ำ
พื้นที่สะพานสูง ถนนสายหลักแห้งแล้ว เหลือน้ำในซอยบางจุดประมาณ 10 เซนติเมตร ขณะที่เขตสวนหลวงและวังทองหลางไม่มีน้ำท่วมขังแล้ว ส่วนพื้นที่หมู่บ้านนักกีฬา ระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 25–30 เซนติเมตรในพื้นที่หลัก และ 10–15 เซนติเมตรในพื้นที่ย่อย
สำหรับพื้นที่ตอนเหนือ เขตสายไหมยังมีน้ำขังประมาณ 5–10 เซนติเมตร บริเวณถนนพหลโยธินเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร และมีชุมชนได้รับผลกระทบ 5 จุด ขณะที่เขตบางเขนมีจุดน้ำท่วม 11 จุด โดยเฉพาะบริเวณพหลโยธิน 69/5, 69/7 และเคหะเยาว์ ส่วนเขตดอนเมืองและหลักสี่ สถานการณ์คลี่คลายแล้ว
ทั้งนี้ กทม. กำชับให้ทุกหน่วยงานจัดเก็บเอกสารและหลักฐานการดำเนินงานด้านงบประมาณฉุกเฉินและเงินทดรองราชการอย่างครบถ้วน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
#กทม #น้ำท่วมกรุงเทพ #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #BuddySystem #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม #ฟื้นฟูเมือง


