กทม. ยกระดับระบบดูแลสุขภาพใจนักเรียน ชู “10 นาทีโฮมรูม” เน้นย้ำความต่อเนื่องในการเคียงข้างเด็กทุกคน 

(13 ส.ค. 69) เวลา 14.30 น. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักการศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจาก SoSafe และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประชุมเดินหน้ายกระดับโรงเรียนปลอดภัยทั้งกายและใจ พร้อมกำหนดกลไกดูแลพฤติกรรมนักเรียนทุกสายชั้น ทุกมิติในโรงเรียนสังกัด กทม. ผ่านการประสานพลังระหว่างเทคโนโลยี จิตวิทยา มนุษยวิทยา และการเข้าถึงเด็กอย่างใกล้ชิดผ่านครูแนะแนว และครูประจำชั้น ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร

 

▪️ยกระดับความปลอดภัย และบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการติดตามที่ไม่ขาดช่วง

 

สำนักการศึกษา (สนศ.) ร่วมกับกองเทคโนโลยีการศึกษา และหน่วยศึกษานิเทศก์ เดินหน้าสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ทั้งการประยุกต์ใช้ Digital Literacy เพื่อป้องกันการบูลลี่ และการดูแลความปลอดภัยทางกายภาพ นอกจากนี้ เพื่อให้การดูแลผู้แจ้งเหตุหรือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีแนวคิดเตรียม บูรณาการฟีเจอร์ SoSafe เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและรับเรื่องได้จากจุดเดียว เพิ่มประสิทธิภาพให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสามารถเข้ามามีส่วนร่วมติดตามเคสร่วมกับโรงเรียนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

 

▪️ประเมินต่อเนื่อง ปิดช่องว่างสุขภาวะทางจิต

 

กทม. ให้ความสำคัญกับภาวะทางจิตและพฤติกรรมของเด็กนักเรียนทั้งระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินสมรรถนะทางจิตและสุขภาพภาวะทางจิตมาอย่างยาวนาน จนนำมาสู่การจัดทำ “คู่มือ SDQ (Strengths and Difficulties Questionnaire) ฉบับ กทม. ปี 2568” ซึ่งเป็นแบบประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนเชิงจิตวิทยาที่ช่วยคัดกรองพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมของเด็ก เพื่อให้ครูเข้าใจธรรมชาติและจุดที่ต้องเติมเต็มของเด็กแต่ละคนได้ตรงจุด

 

ด้านกองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน (สนศ.) เสริมในประเด็นนี้ว่าปกติแล้วมีการอบรมประธานนักเรียนให้มีความรู้เรื่องสิทธิเด็กและข้อกฎหมายที่ควรรู้เป็นประจำอยู่แล้ว และสำนักการศึกษายังคงเร่งขับเคลื่อนการเติมเต็มบุคลากรสำคัญ โดยเฉพาะ “ครูแนะแนว” ซึ่งเป็น Focal Point หรือหัวใจหลักในการดูแลสุขภาวะทางจิตของนักเรียน เพื่อให้ครบถ้วนทุกโรงเรียน (1 โรงเรียน ต่อ 1 ครูแนะแนว) พร้อมเติมเต็มบทบาทของนักจิตวิทยาเด็กและนักสังคมสงเคราะห์ในการเข้ามาเสริมส่วนขาดอย่างลงตัว

 

▪️“10 นาทีโฮมรูม” ทางออกที่ใกล้ชิด และการเฟ้นหา “โรงเรียนนำร่อง”

 

ด้านศึกษานิเทศก์เสนอแนวทาง “10 นาทีโฮมรูมก่อนเข้าเรียนทุกวัน” โดยครูประจำชั้น ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ง่าย รวดเร็ว และเป็นธรรมชาติที่สุดในการสังเกต ถอดรหัสความรู้สึก และสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับเด็ก ๆ ทุกวัน ตามกรอบแนวทาง Promotion, Prevention และ Protection (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ) หากเกิดปัญหาหรือมีเคสเกิดขึ้น กทม. จะมุ่งเน้นการ “ซ่อมแซมและพัฒนาระบบ” กลับไปทบทวนและสร้างความเข้าใจในระบบให้แก่ครูประจำชั้นและครูแนะแนว เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการดูแลเด็กสามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ทั้งนี้ กทม. เตรียมหารือกับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร และความพร้อมโดยไม่สร้างภาระให้ครูในการเฟ้นหา “โรงเรียนอาสาสมัครนำร่อง” (โดยเฉพาะโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) เพื่อทดลองใช้แนวทางคัดกรอง พัฒนาการแนะแนว และสร้าง “ระบบโรงเรียนเชิงบวก” ก่อนจะถอดบทเรียนความสำเร็จและขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่า “เด็กทุกคนจะมีครูที่เข้าใจและพร้อมดูแลอยู่เคียงข้างอย่างจริงจังและยั่งยืน”

———————-

 

#SoSafe #สังคมปลอดภัย #กทม

แชร์ข่าว:

กรุงเทพฯ มีอะไร อัพเดทข่าวสารฉับไว กิจกรรมที่น่าสนใจ และมีส่วนร่วมได้ รวมไว้ให้ที่นี่

©2022 สงวนลิขสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร 173 ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200