
(11 ส.ค. 69) เวลา 19.00 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร นำผู้บริหารสำนักอนามัย ผู้อำนวยการเขตกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 7 เขต ได้แก่ เขตจตุจักร เขตบางซื่อ เขตลาดพร้าว เขตหลักสี่ เขตดอนเมือง เขตสายไหม และเขตบางเขน ลงพื้นที่ตรวจมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการ จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่เขตจตุจักร เขตลาดพร้าว และเขตสายไหม เพื่อติดตามการดำเนินการตามมาตรการยกระดับความปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลและสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ร่วมตรวจ
นายไทวุฒิ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจติดตามมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ โดยมุ่งเน้นทั้งการปฏิบัติตามข้อกฎหมายและการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ เพื่อให้สถานประกอบการมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่อาจเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากพบประเด็นที่ต้องแก้ไขตามกฎหมาย กรุงเทพมหานครจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกัน หากเป็นประเด็นที่อยู่นอกเหนือข้อกฎหมายแต่ประเมินแล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง ก็จะให้คำแนะนำและขอความร่วมมือผู้ประกอบการปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้น
“หลักสำคัญมีทั้งเรื่องการตรวจสอบอาคาร การขออนุญาตและการใช้ประโยชน์อาคารให้ถูกต้อง รวมถึงการติดตามกำกับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 7 เขตจะต้องลงพื้นที่ให้ครบถ้วนในพื้นที่รับผิดชอบของตัวเอง และต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าว
สำหรับการตรวจสถานประกอบการทั้ง 3 แห่งในวันนี้ พบว่าแต่ละแห่งมีสภาพและมาตรฐานแตกต่างกัน โดยสถานประกอบการในพื้นที่เขตจตุจักร มีองค์ประกอบด้านอาคารและการขออนุญาตที่เป็นไปอย่างถูกต้อง เนื่องจากอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินการด้านอาคารและการขออนุญาตอย่างเป็นระบบ
ขณะที่สถานประกอบการอีก 2 แห่ง พบประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขในบางส่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำและแจ้งแนวทางดำเนินการแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้แก้ไขประเด็นที่มีความเสี่ยงตามความเหมาะสม อาทิ วัสดุตกแต่งบางส่วน โดยเฉพาะบริเวณป้ายหรือเพดาน และวัสดุผ้าที่ใช้บริเวณเวที ซึ่งควรพิจารณาเลือกใช้วัสดุที่มีความเหมาะสมและลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัย รวมถึงกำชับเรื่องทางหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และการจัดพื้นที่ให้สามารถอพยพได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสถานประกอบการที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครพบประเด็นด้านความปลอดภัยที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เช่น ระบบสปริงเกอร์ ทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉินที่ชัดเจน รวมถึงวัสดุตกแต่งภายในอาคารที่อาจเป็นเชื้อเพลิงหรือเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเป็น 3 ประเด็นสำคัญที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการอพยพประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“บางเรื่องอาจไม่ได้เป็นข้อกฎหมายที่ต้องดำเนินการทันที แต่เมื่อเราประเมินแล้วว่าอาคารหรือพื้นที่มีความเสี่ยง เราจะขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ช่วยดำเนินการเพิ่มเติม เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมา ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ประกอบการ แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสาธารณะด้วย” นายไทวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยังคงเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการทำงานระหว่างสำนักงานเขต สำนักอนามัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทั้งด้านอาคาร การป้องกันอัคคีภัย การใช้ประโยชน์พื้นที่ และมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ พร้อมให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะขยายการตรวจสอบให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 7 เขตของกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการทั่วกรุงเทพฯ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนและผู้ใช้บริการ พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
#กรุงเทพมหานคร #กทม #ความปลอดภัยสถานประกอบการ #ตรวจสถานประกอบการ
———————


