(10 ส.ค. 69) ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดโครงการ “เกิดแต่กับกรุง Challenge”

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมุ่งพัฒนาเมืองให้เป็น “เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งในมิติ “เดินทางดี ปลอดภัยดี และสุขภาพดี” ซึ่งการพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยพลังความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
โครงการ “เกิดแต่กับกรุง Challenge” จัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ จะปลอดภัยด้วยไอเดียนี้!” เปิดโอกาสให้ประชาชนไม่จำกัดอายุ รวมทีมไม่เกิน 3 คน ร่วมเสนอไอเดียดีไซน์เมืองปลอดภัยผ่านคลิปวิดีโอสั้น ครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยของเมือง ชีวิต ทรัพย์สิน จิตใจ และความเป็นอยู่ โดยนำปัญหาที่พบในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์เป็นแนวทางพัฒนาเมือง ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวมทั้งสิ้น 54 ไอเดีย
ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผลงานเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69 จนได้ 12 ไอเดียเด่นที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย เพื่อร่วมนำเสนอแนวคิดและเข้ารับรางวัลในวันนี้
รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการทุกทีมพร้อมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล โดยระบุว่า ทุกผลงานสะท้อนถึงความตั้งใจและความคิดสร้างสรรค์ในการมีส่วนร่วมพัฒนากรุงเทพฯ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเมืองที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มต้นจากความคิดเล็ก ๆ ของคนเพียงคนหนึ่ง และเติบโตขึ้นได้ด้วยพลังความร่วมมือของคนในเมือง หวังว่าไอเดียจากเวทีนี้จะไม่สิ้นสุดเพียงการแข่งขัน แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริงต่อไป
สำหรับ 12 ทีมที่ได้รับรางวัล ได้แก่
- ทีมปาฏิหาริย์หมัดแมว: “นวัตกรรมทางเท้าและขนส่งเพื่อทุกคน” นำเสนอการปรับปรุงทางเท้าด้วยเฟอร์นิเจอร์สเตนเลสลดจุดอับสายตา และป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ที่มีหน้าจอ LED แจ้งฝุ่น PM2.5 อุณหภูมิ พร้อมปุ่ม SOS แจ้งเหตุฉุกเฉิน รวมถึงเสนอเพิ่มเติมเรื่องการใช้หลัก Depth Perception ติดตั้งแท่งโฟมหรือตุ๊กตาลมริมถนนเพื่อให้คนขับรู้สึกว่าเลนแคบลงและยอมชะลอความเร็วโดยไม่เกิดอุบัติเหตุ
- ทีมไข่ต้มสามฟอง: “ผังเมืองอัคคีภัย 4 มิติ” มุ่งเน้นการรับมือไฟไหม้ในย่านหนาแน่น ผ่าน 4 แนวคิด ได้แก่ 1) โครงข่ายถนน กว้าง 6-8 เมตร ให้รถดับเพลิงเข้าถึงได้ 2) โครงสร้างพื้นฐาน ติดตั้ง IoT Sensor ตรวจจับควันพร้อมระบบแจ้งเตือน และกระจายหัวรับน้ำดับเพลิงทั่วกรุง 3) พื้นที่ปลอดภัย พัฒนา Pocket Park เป็นจุดอพยพ พร้อมมีสัญลักษณ์หรือป้ายนำทางแบบเรืองแสง มองเห็นชัดแม้ฟ้ามืด และ 4) ดึงอาคารข้างเคียงเป็นแนวป้องกัน ติดตั้งระบบ “ม่านน้ำ” นอกอาคาร เพื่อฉีดป้องกันไม่ให้เพลิงลามระหว่างอาคารข้างเคียงอย่างมีประสิทธิภาพ
- ทีมลองมองเมือง: “ทางข้ามที่คนเดินเท้าเป็นใหญ่” เสนอให้เน้นความปลอดภัยระดับถนนแทนการใช้สะพานลอยที่ไม่เอื้อต่อทุกคน ผ่านระบบไฟคนข้าม ที่กดครั้งเดียวแล้วมีระยะเวลาในการข้ามเพียงพอให้ข้ามได้ถึงทางเท้าอีกฝั่งถนน โดยไม่ต้องติดอยู่ที่เกาะกลาง และระบบ Pedestrian Scramble (แบบแยกชิบูย่า) ที่หยุดรถทุกทิศทางเพื่อให้คนเดินข้ามได้อย่างอิสระรวมถึงแนวเฉียง
- ทีมเพื่อนร่วมทาง: “Safe Route” พัฒนาแอปพลิเคชันนำทางเลี่ยงจุดเสี่ยงและตู้บริการ (Kiosk) ที่ใช้ AI วิเคราะห์เส้นทางเดินที่ปลอดภัยที่สุดตามโปรไฟล์ผู้ใช้ เช่น เพศ อายุ หรือข้อจำกัดทางร่างกาย แทนการเลือกแค่ทางที่เร็วที่สุด โดยในส่วนของตู้ Kiosk จุดเด่นคือ ช่วยผู้ที่แบตหมดหรือไม่มีสมาร์ทโฟนให้สามารถพิมพ์แผนที่หรือส่ง SMS แจ้งพิกัดเดินทางไปยังบุคคลที่ไว้วางใจได้
- ทีมภูริ: “Blind Spot Sensor” เตือนจุดอับสายตา โดยติดตั้งระบบเซ็นเซอร์บริเวณจุดเสี่ยง เช่น ทางโค้งหักศอกในซอย หรือทางออกจากอาคารที่ทัศนวิสัยไม่ดี เมื่อมีรถหรือคนเคลื่อนผ่าน ระบบจะส่งสัญญาณไฟและเสียงแจ้งเตือนให้คนอีกฝั่งรู้ตัวล่วงหน้าทันที เพื่อลดอุบัติเหตุจากการประมาทหรือการเล่นโทรศัพท์มือถือขณะเดินทาง
- ทีมวัน วัน ทำแต่งาน: “เชื่อมเส้นเลือดฝอยสีเขียว” เปลี่ยนพื้นที่รกร้างและใต้ทางด่วนให้เป็นโครงข่าย Pocket Parks ขนาดเล็กกระจายตัวทั่วเมือง โดยใช้การออกแบบตามหลัก CPTED (แนวคิดการป้องกันอาชญากรรมผ่านการออกแบบสภาพแวดล้อมทางกายภาพ) ที่เน้นความโปร่งตา มีแสงสว่างที่เหมาะสม เพื่อลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม และเชื่อมโยงเส้นเลือดฝอยพื้นที่สีเขียวของเมืองให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยและมีชีวิตชีวา
- ทีมจอดเรือยอชต์: “ทางม้าลายเนินชะลอรถและระบบ AI ตัดแต้ม” เปลี่ยนทางม้าลายจากแค่สีบนพื้นให้เป็น Speed Hump (เนินชะลอความเร็ว) เพื่อบังคับให้รถต้องเบรกก่อนถึงทางข้าม พร้อมติดตั้งกล้อง AI ตรวจจับรถที่ฝ่าฝืน โดยเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลกับแพลตฟอร์มไรเดอร์เพื่อหักคะแนนความประพฤติหรือดาว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ เพื่อสร้างระเบียบวินัยให้ผู้ขับขี่
- ทีม RIVERSIDE STUDIOS: “จัดระเบียบแท็กซี่แช่ป้าย” แก้ปัญหารถติดและอุบัติเหตุจากการที่แท็กซี่จอดแช่ป้ายรถเมล์ผ่านระบบ GPS ที่จะส่งใบสั่งและตัดคะแนนอัตโนมัติหากจอดเกิน 5 นาที พร้อมข้อเสนอเชิงรุกด้วยการจัดจุดพักรถ (Rest Area) ทุก 10 กิโลเมตร และทำ MOU กับห้างสรรพสินค้า/โรงแรม เพื่อจัดจุดเรียกรถอัตโนมัติ รวมถึงระบบเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้คนขับไม่ต้องขับวนหาลูกค้าและลดการจอดกีดขวางจราจร
- ทีม CENASWESLEY: “กรุงเทพโลกเสมือน (BKK Twin Safe)” นำเสนอระบบ 4D Digital Twin ที่นำข้อมูลดาวเทียมและเซ็นเซอร์รอบเมืองมาจำลองกรุงเทพฯ ในมิติของเวลาและผู้คน พร้อมคำนวณสถานการณ์วิกฤต (น้ำท่วม/แผ่นดินไหว) 2 แบบ ทั้งแบบ Real-time และแบบ What-if เพื่อให้ กทม. มองเห็นจุดอันตรายและวางแผนรับมือล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แทนที่จะเป็นการวิ่งไล่ตามแก้ปัญหาหลังจากเกิดขึ้นแล้ว
- ทีม GOODAFTERNOON: “BKK Safe Verified” แพลตฟอร์มรีวิวความปลอดภัย เพิ่มมุมมองจากแค่รีวิวรสชาติอาหารโดยเสริมการรีวิวมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิง ร้านอาหาร หรือต่อยอดไปยังพื้นที่สาธารณะ โดยประชาชนสามารถเช็กจุดติดตั้งถังดับเพลิงหรือทางหนีไฟได้ก่อนไป และมีระบบให้คนในพื้นที่ช่วยถ่ายรูปแจ้งจุดเสี่ยง เช่น ประตูหนีไฟถูกล็อก หรืออุปกรณ์ชำรุด ส่งตรงถึง กทม. เพื่อดำเนินการแก้ไข
- ทีมนางฟ้าตัวน้อย ๆ: “บรรทัดทองโมเดล แยกคน-แยกรถ ด้วย Universal Design” เสนอการจัดการย่านบรรทัดทองด้วยการแยกส่วนจราจรในแนวตั้งผ่าน Skywalk และใช้ Green Corridor (พื้นที่สีเขียว) เป็นแนวกันชนทางกายภาพแบ่งเขตคนเดินกับถนนให้ชัดเจน พร้อมจำกัดการเข้า-ออกของรถยนต์ในจุดที่คนหนาแน่นช่วงกลางคืน เพื่อคืนทางเท้าให้ผู้คนเดินท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและเท่าเทียม
- ทีมพลวัต ขุนชิต – พันธกานต์ หมอยา: “Bangkok Safety Hub” ศูนย์กลางช่วยเหลือนักท่องเที่ยว รวมช่องทางขอความช่วยเหลือที่กระจายตัวอยู่ เช่น ตำรวจท่องเที่ยว โรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มาไว้ในที่เดียวผ่าน QR Code ที่ติดตั้งตามจุดท่องเที่ยวทั่วเมือง รองรับบริการหลายภาษา เพื่อทลายกำแพงด้านภาษา สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉิน และแนะนำเส้นทางปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันที สร้างภาพลักษณ์เมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
พิธีมอบรางวัลวันนี้ มีนางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.อุรัจฉวี อุณหเลขกะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นายอิทธิพล พสิษฐ์โยธิน ผู้แทนสภาวิศวกร และนายอัศวิน นพวันนันทกูร หัวหน้าศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน 3 ส่วนก่อสร้างและบูรณะ 2 สำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมโครงการและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)
#กทม #เกิดแต่กับกรุง #เกิดแต่กับกรุงChallenge
—————————


